เอาแล้ว 'นพรุจ' ยื่นศาลฎีกา พิจารณาสั่ง 'เท้ง' หยุดปฏิบัติหน้าที่ เหตุไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล

'นพรุจ' ยื่นหนังสือต่อศาลฎีกา พิจารณาสั่ง 'เท้ง' หยุดปฏิบัติหน้าที่ เหตุไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลตอนนัดฟังคำสั่งคดี 44 สส. หล่าวหา 'ระบอบสีน้ำเงิน' ใหญ่กว่าพรรคภูใจไทย เข้ามาเป็นเจ้าของประเทศ

27พ.ค.2569 - ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนิน นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 เดินทางเข้ามายื่นคำร้องต่อศาลฎีกามีคำสั่งให้่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) หนึ่งใน 10 สส.อดีตพรรคก้าวไกล ที่ร่วมลงชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หยุดปฎิบัติหน้าที่จากกรณีการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน

นายนพรุจ กล่าวว่า วันนี้ตนเดินทางเข้ามายื่นคำร้องต่อศาลฎีกาหลังจากที่ได้ดูคำสั่งของศาลฎีกาหลังจากที่ศาลนัดฟังคำสั่งไปก่อนหน้านี้ ที่ศาลกำชับไว้ว่าห้ามกลุ่ม 10 ส.ส.กระทำซ้ำ หรือกระทำการใด ๆ หรือแสดงความคิดเห็นในลักษณะเดียวกับการกระทำที่ถูกกล่าวหาตามคำร้อง มิฉะนั้น ศาลอาจมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ซึ่งทั้งหมดไม่ได้หยุดปฏิบัติหน้าที่

"ต่อมามีการโพสข้อความของพรรคในวันที่ 21 พ.ค.ในการวิเคราะห์การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ และมีคำพูดของนายณัฐพงษ์ที่พูดว่าขณะนี้มีระบอบสีน้ำเงินเข้ามาเป็นเจ้าของประเทศ ซึ่งมีประโยคที่สื่อว่าระบอบสีน้ำเงินไม่ใช่ภูมิใจไทย เเต่อาจจะหมายถึงอย่างอื่น ซึ่งอาจจะสร้างความสับสนให้กับประชาชนได้"

นายนพรุจ ระบุว่า ข้อความล่าสุดที่นายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ตนมองว่ามันเลยเถิดไปแล้ว และไม่ได้บอกว่าพรรคภูมิใจไทยคือระบอบสีน้ำเงินเพราะไปพูดว่าระบอบสีน้ำเงินที่ใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทย ตนจึงอยากถามไปว่าหมายถึงอะไร เมื่อกลับมาดูคำสั่งศาลแล้วนายณัฐพงษ์ไม่ได้เคารพคำสั่งศาลใด ๆ เลย และตนเชื่อว่าคงไม่ได้อ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในตอนที่ยุบพรรคก้าวไกล ถ้าตนเป็นนักการเมืองก็จะไม่พูดในสิ่งที่ศาลห้ามแน่นอน

นายนพรุจ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ไม่ได้บอกแค่ว่าระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทย แต่บอกว่าพรรคเป็นด่านหน้าคนหนึ่ง และอยากบอกไปถึงนายอนุทินในฐานะที่เป็นประธานฝ่ายความมั่นคงว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องอันตรายของแผ่นดิน ไม่อยากให้ประชาชนแตกแยกทางความคิด บางอย่างก็คิดผิด บางอย่างก็คิดถูก ล่าสุดนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ก็ออกมาเรียกร้องให้คน 21 ล้านคนออกมาสู้ระบอบสีน้ำเงิน วันนี้จึงนำหลักฐานทั้งหมดตั้วเเต่วันที่ 19 พ.ค.จนถึงปัจจุบัน และสิทธิตามมาตรา 49 แห่งรัฐธรรมนูญเข้ามาร้องเรียนต่อศาลฎีกาเพื่อให้ศาลพิจารณาข้อมูลต่าง ๆ ที่นำมาพิจารณาหยุดการกระทำเพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันธุ์ทุกองค์กร

"ในเมื่อทางศาลเมตตาให้ 10 ส.ส.ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ให้ไปทำประโยชน์ต่าง ๆ ไม่ใช่ออกมาพูดในสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับความทุกข์ยากของประชาชนเลย เมื่อมีคำสั่งออกมาแบบนั้นก็ควรที่จะพอได้แล้ว" นายนพรุจ กล่าว

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โฆษกกล้าธรรม เลี่ยงตอบกระแสข่าวควบรวมภูมิใจไทย โยนถาม กก.บห.พรรค

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร โฆษกพรรคกล้าธรรม ปฏิเสธตอบคำถามผู้สื่อข่าวหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคกล้าธรรมจะควบรวมกับพรรคภูมิใจไทยนั้น นายอรรถกร ไม่ตอบคำถามดังกล่าว

'ภาวุธ' โอดเหมือนฟ้ากับเหวเมื่อเทียบกับ 'ไอเดียร์'

'ภาวุธ' เข็ด ถูกแขวนหน้าสื่อ แต่ไม่เคยหนี บริสุทธิ์ใจ ปัดเป็นหัวโจกคดี Forex พ้อ ถูกดึงเป็นตัวหลัก เทียบ คดีสส.คนอื่น ท่าที 'รัฐมนตรี' สองมาตรฐานชัด

'อนุทิน' บอกยังไม่ได้คุย 'ไอเดียร์' ชี้บัญชีทรัพย์สินเป็นเรื่องส่วนตัวก้าวก่ายไม่ได้

'อนุทิน' บอกยังไม่ได้คุย 'สส.ไอเดียร์' หลังพาสามีพบดีเอสไอปมถือหุ้นเว็บพนัน ชี้เรื่องแสดงบัญชีทรัพย์สินเป็นหน้าที่ส่วนตัวก้าวก่ายไม่ได้

อนุทินเอาจริง! ยื่นแก้ กม.ยาเสพติดเพิ่มโทษผู้ใช้-ผู้ครอบครอง

'นายกฯ' นำทีม 'ภท.' ยื่นร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมยาเสพติดเพิ่มโทษผู้ใช้ - ใครครอบครองสันนิษฐานว่าจำหน่าย พร้อมเพิ่มอำนาจให้เจ้าพนักงาน 'ประธานสภา' หวัง 'ฝ่ายบริหาร - นิติบัญญัติ' ทำงานร่วมกันแก้ปัญหาให้ประเทศ

'ธนกร' แนะ 'รังสิมันต์' เวทีซักฟอกต้องเน้นเนื้อหาไม่ใช่จำนวนวัน

'ธนกร' แนะ 'รังสิมันต์' เวทีซักฟอกต้องเน้นเนื้อหา ไม่ใช่จำนวนวัน-คนอภิปราย ชี้ถ้าเน้นสร้างวาทกรรมมีแต่เสียดายเวลาประชาชนที่ต้องทนฟัง ย้ำรัฐบาลยังแน่นแฟ้น ภท.ยังเป็นเอกภาพ ไม่ต้องกังวลแทน

'อนุทิน' ปัดตอบปรับครม.-ยุบรวมพรรคภูมิใจไทย-กล้าธรรม อย่าสมมุติเรื่องที่ยังไม่เกิด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้กำชับเรื่องการเตรียมพร้อมชี้แจงการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างไรบ้างว่า นายกฯเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ดังนั้นถือว่าทุกกระทรวงต้องเตรียมความพร้อมในการชี้แจง