'วัชระ' ร้อง ป.ป.ช. ไต่สวนยกแผง ปมส่อละเว้นเก็บภาษี 'ทักษิณ' 1.7 หมื่นล้าน

27 พฤษภาคม 2569 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้ายื่นหนังสือถึง นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้พิจารณาไต่สวนเจ้าหน้าที่รัฐและผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลัง ในข้อหาทุจริตต่อหน้าที่ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 154 และมาตรา 157
 
ในหนังสือร้องเรียนระบุข้อเท็จจริงว่า กรมสรรพากรได้ดำเนินการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของ นายทักษิณ ชินวัตร เป็นจำนวนเงิน 17,629 ล้านบาท โดยได้ส่งหนังสือแจ้งการประเมิน (ภ.ง.ด.12) ลงวันที่ 28 มีนาคม 2560 ซึ่งต่อมาได้มีการต่อสู้คดีในกระบวนการยุติธรรม จนกระทั่งในปี 2568 ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า การประเมินภาษีของกรมสรรพากรนั้นถูกต้องชอบด้วยกฎหมายแล้ว และให้นายทักษิณปฏิบัติตามการประเมินดังกล่าว
 
นายวัชระ ระบุในคำร้องว่า ในระหว่างกระบวนการต่อสู้คดีซึ่งนายทักษิณได้ยื่นอุทธรณ์ภาษีนั้น ตามกฎหมายจะต้องมีการวางหลักทรัพย์หรือมีบุคคลค้ำประกันการชำระภาษีตามที่ประเมิน เพื่อเป็นมาตรการบรรเทาการเรียกเก็บหรือการยึดอายัดทรัพย์สิน แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่สรรพากรและอธิบดีกรมสรรพากรในขณะนั้น ได้ละเว้นการเรียกหลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน จนกระทั่งคดีถึงที่สุดในปี 2568
 
นอกจากนี้ นับจากวันที่ศาลมีคำพิพากษาจนถึงปัจจุบัน ปรากฏว่านายทักษิณได้ชำระภาษีเข้ามาเพียง 50 กว่าล้านบาทเท่านั้น โดยกรมสรรพากรยังไม่ได้มีการดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินส่วนที่เหลือมาชำระให้ครบถ้วนตามกระบวนการ ทั้งที่มีข้อมูลจากนิตยสารระดับสากลระบุว่า นายทักษิณเป็นผู้มีทรัพย์สินเกือบแสนล้านบาท ซึ่งแสดงถึงศักยภาพและความสามารถในการชำระภาษีได้ แต่เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องยังคงเพิกเฉย
 
หนังสือร้องเรียนของนายวัชระ ยังได้ระบุถึงผลกระทบต่อสถานะการเงินการคลังของประเทศ โดยมีการเปรียบเทียบตัวเลขงบประมาณรายจ่ายประจำปีระบุว่า ในปีงบประมาณ 2568 รัฐบาลตั้งงบประมาณไว้จำนวน 3,752,700 ล้านบาท และในปีงบประมาณ 2569 ตั้งงบประมาณไว้จำนวน 3,780,600 ล้านบาท ซึ่งทั้งสองปีงบประมาณเป็นแบบขาดดุล ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องกู้เงินชดเชยจำนวน 400,000 ล้านบาท โดยในจำนวนเงินกู้นี้ มีเม็ดเงินจำนวน 170,000 ล้านบาท ที่นำไปใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส
 
"หากจัดเก็บภาษีจำนวน 17,629 ล้านบาท ของนายทักษิณ ชินวัตร ได้ตามที่ประเมิน จะทำให้รัฐบาลได้เงินมาใช้ในโครงการนี้ถึงร้อยละ 10 จากยอดที่กู้ทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยอยู่ในสถานะการเงินการคลังที่อ่อนแอ อันเนื่องมาจากกรมสรรพากรจัดเก็บรายได้ต่ำและปล่อยปละละเลยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จัดเก็บภาษีรายนี้" หนังสือร้องเรียนระบุ
 
นายวัชระ ระบุในตอนท้ายของหนังสือว่า ในฐานะประชาชนผู้เสียภาษี เห็นว่าการเพิกเฉยไม่จัดเก็บภาษีดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำความผิดตามกฎหมายอาญา จึงขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยทำการไต่สวนบุคคลดังต่อไปนี้ นับแต่เกิดเหตุในปี 2560 จนถึงปัจจุบัน 1.อธิบดีกรมสรรพากรทุกคน 2.ปลัดกระทรวงการคลังทุกคน 3.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังทุกคน
 
ทั้งนี้ นายวัชระได้ระบุในหนังสือแสดงความจำนงขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. แจ้งผลการดำเนินงานให้ทราบภายในกำหนดเวลา 30 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าตามกระบวนการกฎหมายต่อไป
 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลอนุญาต 'วัชระ' ขยายเวลายื่นฎีกา ฟ้อง 2 อดีตบิ๊กสภาฯ คดีแจ้งเท็จสร้างรัฐสภา ถึง 16 ต.ค.นี้

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำสั่งอนุญาตให้นายวัชระ เพชรทอง ขยายระยะเวลายื่นฎีกาคดีฟ้องนายสรศักดิ์ เพียรเวช และนายชัชวาล อภิบาลศรี ออกไปจนถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2569 หลังโจทก์ระบุเหตุผลว่าสำนวนพยานเอกสารและประเด็นข้อกฎหมายมีความซับซ้อน จำเป็นต้องใช้เวลาเรียบเรียงให้รัดกุมก่อนยื่นต่อศาลฎีกา

'วัชระ' ร้องผู้ตรวจการฯ สั่งเบรกอายัดป้ายภาษีรถ ซัดพ่วงจ่ายใบสั่งจราจรสูบเลือดประชาชน

นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยเพิกถอนกฎหมายจราจรที่ให้อำนาจกรมการขนส่งทางบกงดออกป้ายภาษีรถยนต์กรณีค้างชำระค่าปรับ พร้อมจี้เพิกถอนข้อบังคับกระทรวงการคลังที่เอื้อให้ตำรวจหักส่วนแบ่งค่าปรับจราจรเป็นเงินรางวัลได้สูงสุดถึง 95% ชี้เป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิประชาชน และมีลักษณะผลประโยชน์ทับซ้อน

ชาวบุรีรัมย์ร้องถูกสวมสิทธิเป็นคนพิการ ปลอมลายมือค้ำประกันกู้เงินธกส.

นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนางสาววิภา หายโศรก อายุ 41 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ความว่า ด้วยดิฉันนางสาววิภา หายโศรก ขอร้องเรียนว่า ดิฉันถูกมิจฉาชีพนำชื่อดิฉันไปสวมสิทธิ์ทำบัตรคนพิการ ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประเภท4-5 ป่วยติดเตียงและจิตเวช ที่จังหวัดบุรีรัมย์

ศาลอุทธรณ์ฯ สั่งจำคุก 6 เดือน 2 อดีตบิ๊กสภาฯ คดีแจ้งเท็จปมเอกสารรัฐสภาใหม่

ศาลอุทธรณ์ฯ พิพากษาจำคุก 6 เดือน 'สรศักดิ์-ชัชวาล' อดีตบิ๊กสภาฯ คดีแจ้งความเท็จปมเอกสารสภาใหม่ 'วัชระ' ลั่นหมดยุคอัยการอุ้มข้าราชการทุจริต

เหตุอัปยศ! ยื่นสอบจริยธรรมร้ายแรง 'ประธานสภาฯ-ที่ปรึกษา' สั่งตำรวจขัดขวางเปิดโปงทุจริตก่อสร้างรัฐสภา

นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่อหนังสือ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยกรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และกระทำการอันเป็นการขัดขวาง สิทธิหน้าที่ของพลเมืองตามรัฐธรรมนูญ

ครบเส้นตาย! 15 ก.ค. ผู้รับเหมาต้องซ่อมสภาฯ ให้แล้วเสร็จ จี้ห้ามคืนหลักประกัน 614 ล้านบาท คิดค่าปรับล่าช้าวันละ 12 ล้าน

นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผุ้แทนราษฎร เรื่อง ขอแจ้งข้อบกพร่องของการก่อสร้างอาคารรัฐสภาและอาคารประกอบเพิ่มเติมก่อนวันหมดอายุประกันและขอให้ยึดแคชเชียร์เช็คธนาคารไทยพาณิชย์