
31 พ.ค.2569-นายณัฎฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม โพสต์เฟซบุ๊ก “ณัฏฐ์ มงคลนาวิน” ระบุว่า จากปฏิบัติการสายฟ้าแลบข้ามเดือน เมื่อวันที่ 13 และล่าสุดวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลังร่วม 300 นาย ลุยเปิดปฏิบัติการ “ทลายนอมินีต่างชาติเกาะพะงัน” อย่างต่อเนื่อง ศาลอนุมัติหมายจับพุ่งสูงถึง 45 หมาย รวบตัวกลุ่มทุนต่างชาติ (โดยเฉพาะกลุ่มชาวอิสราเอล) และเครือข่ายได้หลายสิบราย พร้อมทั้งสั่งยึดโฉนดที่ดิน พูลวิลล่าหรู และสินทรัพย์รวมกันเกือบ 100 ไร่ มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจสะพัดกว่า 350 ล้านบาท!
พฤติการณ์ที่ถูกขุดรากถอนโคนรอบนี้สะท้อนชัดเจนครับว่า นี่ไม่ใช่แค่ชาวต่างชาติมาเที่ยวแล้วอยากทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็น “ขบวนการจัดตั้ง” มีสำนักงานกฎหมายคอยชี้ช่อง ใช้ชื่อคนไทยบังหน้าถือหุ้น 51% โดยคนไทยเหล่านั้นไม่เคยรู้เรื่องหรือลงเงินจริง เพื่อกว้านซื้อที่ดินทำกิน และทำธุรกิจผูกขาดกินรวบ ตั้งแต่พูลวิลล่าริมหาด คาเฟ่ ยันโรงเรียนสอนโยคะ
คำถามในฐานะนักวิเคราะห์ยุทธศาสตร์สังคมที่ผมอยากชวนคิดคือ: “การไล่จับรายวันแบบนี้ เป็นสิ่งที่ดี… แต่ขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่หน้างาน จะวิ่งไล่กวดกลุ่มทุนข้ามชาติที่ใช้ช่องว่างกฎหมายไปได้นานแค่ไหน? ถ้าเรื่องเงียบไป พวกเขาจะกลับมาอีกไหม?”
อัปเดตสถานการณ์ในสภา: ยาแรงที่กำลังจ่อคิว
ในขณะที่หน้างานกำลังจับกุม ในระดับนโยบายก็มีความเคลื่อนไหวสำคัญ 2 ส่วนที่ต้องจับตา:
มิติการยึดทรัพย์: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับ ปปง. อยู่ระหว่างดันร่างแก้ไขกฎหมายเพื่อยกระดับให้คดีนอมินีกลายเป็น “ความผิดมูลฐานฟอกเงิน” ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ผ่านขั้นรับฟังความคิดเห็นสาธารณะแล้ว และกำลังจ่อคิวเข้าสู่ ครม. และรัฐสภา ถ้าผ่านเมื่อไหร่ รัฐสามารถ “ยึดและอายัดทรัพย์สิน” ทั้งหมดให้ตกเป็นของแผ่นดินได้ทันที ตัดวงจรเงินทุนได้เบ็ดเสร็จ
มิติการบริหารข้อมูล: ชั้นกรรมาธิการ วุฒิสภา มีการชงโมเดล “นอมินีบูโร” (Nominee Bureau) บูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงาน พร้อมออกเลขประจำตัวผู้เสียภาษีต่างด้าว 13 หลัก เพื่อแทร็กเส้นทางการเงิน ไม่ให้สลับชื่อนอมินีหนีไปทำที่เกาะอื่นได้อีก
มุมมองเชิงยุทธศาสตร์: ทำไมแค่ “กฎหมายเศรษฐกิจ” อาจยังไม่พอ?
แม้รัฐจะเริ่มขยับเรื่องการยึดทรัพย์ แต่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการโกงภาษีหรือการแข่งขันทางการค้าธรรมดา แต่มันคือ “สงครามเงียบเชิงประชากรศาสตร์และเศรษฐกิจ” ที่กำลังรุกรานที่ดินทำกินและอัตลักษณ์ของชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ
สิ่งที่เราต้องการเพื่อแก้ปัญหาระดับโครงสร้างนี้อย่างเด็ดขาด คือการ “ยกระดับคดีนอมินีให้เป็นคดีความมั่นคงของชาติ” เพื่อเปิดทางให้หน่วยงานความมั่นคงระดับชาติลงมาเป็นเจ้าภาพ บูรณาการกำลังพลและเครื่องมือทางกฎหมายที่เด็ดขาด รวดเร็ว ทันเกมกลุ่มทุนข้ามชาติ
จังหวะสำคัญของภาคประชาชน: อย่าปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหาย!
ร่างกฎหมายกำลังเดินทางเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในสภา นี่คือ “Timing ที่สำคัญที่สุด” ที่ภาคประชาชนต้องช่วยกันส่งเสียงกดดันเร่งรัด ไม่ให้กฎหมายดีๆ ถูกดองหรือล่าช้า
ผมจึงขอเชิญชวนทุกท่าน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย เพื่อปกป้องอธิปไตยทางเศรษฐกิจและแผ่นดินเกิดของคนไทย ด้วยการร่วมลงชื่อและแชร์แคมเปญนี้ให้ไปถึงผู้บริหารประเทศครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘โพล’ เผยคนไทยมอง ‘นอมินีต่างชาติ’ มีความอันตราย
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “ต่างชาติ ผิดกฎหมาย” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 13-15 กรกฎาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
ตร. เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายนอมินีต่างชาติ 3 จว.อันดามัน มูลค่ากว่า 1 พันล้าน
ตำรวจเปิดปฏิบัติการ “นอมินีต่างด้าวเฟส 3” ในพื้นที่ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรวจพบเครือข่ายถือครองธุรกิจและที่ดินโดยต่างชาติ มูลค่ากว่า 1,053
'วัชระ' ยื่นโนติส 'อธิบดีกรมสรรพากร' ยึด-อายัดทรัพย์ 'ทักษิณ' ห้ามบิน ตปท.เกรงหนี้สูญ
วัชระ เพชรทอง ยื่นหนังสือ โนติส อธิบดีกรมสรรพากร ยึด-อายัดทรัพย์สินนายทักษิณ-ขายทอดตลาด-ระงับไปต่างประเทศด่วนที่สุด
แฉนอมินียึดไทย สร้างรัฐซ้อนรัฐ หนูลุยเกาะพะงัน
สว.ถลกปัญหา "นอมินีต่างชาติ" ยึดไทย “ประทุม” เดือด!
'ชัยวัฒน์' ปลุกส่งกำลังใจให้จนท.ทวงคืนผืนป่า จากกลุ่มทุนต่างชาติกว้านซื้อที่่บนเกาะพงัน
นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า เกาะพะงัน...สวรรค์ของใคร?
เผย ปปง. จ่อเปิดรับคำร้องนำทรัพย์สินกว่า 2 หมื่นล้าน จากเครือข่ายสแกมเมอร์ ชดใช้ผู้เสียหาย
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สามารถยึดและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ รายคดี นางสาวแตงไทยฯ กรณี MR.LEAK YIM นางวิรินยาฯ MR.SMITH BEN และนางสาวแคทรียาฯ กับพวก มูลค่าทั้งสิ้นกว่า 2 หมื่นล้านบาทนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

