“ปานเทพ” เผย “วีระ สมความคิด” พร้อมคณะเข้าพบ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ที่บ้านพระอาทิตย์ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีถอนฟ้องคดี ป.ป.ช. ปกปิดคำวินิจฉัยทรัพย์สินนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม พร้อมนำเอกสาร หลักฐาน และพยานเข้าชี้แจง หลังเกิดกระแสตั้งคำถามในสังคมต่อการถอนฟ้อง โดยระบุว่ายังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดได้ เนื่องจากคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
2 มิถุนายน 2569 - นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เปิดเผยว่า 1 มิถุนายน 2569 คุณวีระ สมความคิดและคณะ ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ และความจริงใจมาพบคุณสนธิ ลิ้มทองกุล และ อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ที่บ้านพระอาทิตย์ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง ในคดีที่ ปปช. ปกปิดข้อมูลเรื่องคำวินิจฉัยคดีทรัพย์สินนาฬิกาของลูกป้อม โดยได้นำเอกสาร หลักฐาน และพยานตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบว่ากระบวนการพิจารณาในชั้นศาล
รวมถึงเบื้องหลังถึงสาเหตุ การถอนฟ้อง ตลอดจนสิ่งที่จะดำเนินการต่อไป แต่ยังไม่สามารถพูดและแสดงหลักฐานต่อสาธารณะในเหตุการณ์เบื้องหลังได้ในเวลานี้ เนื่องด้วยยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาในชั้นศาลที่ยังไม่เสร็จสิ้น
โดยคุณวีระ สมความคิด ขอฝากบอกพี่น้องประชาชนว่า ขอให้รอดูตอนจบในขั้นตอนสุดท้าย แล้วจึงจะรู้ว่าจริงๆแล้ว เกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา“
ก่อนหน้านี้ นายสนธิ กล่าวในรายการ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ“ ช่วงหนึ่งว่า “…คำพิพากษาที่ออกมากลายเป็นการฉีกหน้ากากของทั้งสองฝั่ง ฝั่ง ป.ป.ช. ก็ถูกพิสูจน์ว่ามีความผิดจริง ฝั่งคุณวีระนั้นค่อนข้างที่จะเสียมวย และก็เสียความน่าเชื่อถือในสายตาสังคมบางส่วน จากพฤติกรรมเจรจาทยอยถอนฟ้องจำเลย อย่างไรก็ตาม คดีนี้เป็นคดีอาญาแผ่นดิน คุณวีระไม่สามารถถอนฟ้องเองได้ จึงยื่นคำร้องให้ศาลใช้ดุลพินิจ
นี่อาจจะเป็นยุทธวิธีในการที่จะฟ้องรวมเพื่อสร้างความกดดันอย่างหนัก แต่มีข้อสังเกตอย่างหนึ่ง ผมพูดในฐานะที่ผมเป็นนักสู้คนนึง และคุณวีระก็เป็นตัวแทนประชาชนหลายเรื่อง ผมและอาจารย์ปานเทพ และมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ก็เป็นตัวแทนประชาชนหลายเรื่อง แต่ถ้าผมเป็นตัวแทนประชาชนแล้ว กระบวนการที่เดินหน้าต่อไป ถ้ามีการเจรจายอมความกันโน่นนี่นั่น มันควรหรือเปล่าครับที่ผมควรที่จะชี้แจงให้ประชาชนรับรู้? เพราะประชาชนเขาคาดหวัง แต่นี่ปรากฏว่า ประชาชนไม่เคยมีใครรับทราบเลย มารับทราบเอาวันที่พิพากษา แล้วค่อยมีข่าวออกมาว่า ได้มีการเจรจาถอนฟ้องคนโน้นถอนฟ้องคนนี้ เหตุผลที่ถอนฟ้องคนนั้น เพราะว่าตกลงกันได้แบบนี้แบบนั้น
ผมยังเชื่อใจคุณวีระว่าเป็นนักสู้ แต่คุณวีระพลาดไปบ้างหรือเปล่าในเรื่องราวต่างๆ ที่สังคมเขาตั้งคำถามถามวันนี้ การที่เราจะเป็นตัวแทนภาคประชาชนในการต่อสู้เรื่องอะไรก็ตาม เราต้องได้รับการสนับสนุนของเขา ประชาชนจะสนับสนุนพวกเราอย่างบริสุทธิ์ใจ เราก็ต้องสร้างความบริสุทธิ์ใจของเราให้ประชาชนเห็นเหมือนกันว่า เราโปร่งใสทุกขั้นตอน ทุกระเบียบ ไม่มีการแอบเกี๊ยะเซียะกันเลย แอบตกลงกันเพื่อให้ขอร้องถอนฟ้อง ส่วนจะมีผลประโยชน์อะไรพิเศษผมไม่ทราบ และผมก็เชื่อว่าคุณไม่มี แต่ผมคิดว่าคุณทำผิดขั้นตอนไปหลายประการในการที่จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชน“
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ลั่นใครเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่นโดนหมด แนะมีหลักฐานยื่น ป.ป.ช.
นายกฯ ยันไม่มีอิทธิพลการเมืองแทรกสอบทุจริตท้องถิ่น หากมีหลักฐานพาดพิงรัฐมนตรีให้ส่ง ป.ป.ช.ตรวจสอบ ชี้รัฐบาลตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงแล้ว
ป.ป.ช. ชี้มูล 3 คดี ออกโฉนดมิชอบ ฮุบที่ดินป่าสงวน ฟันกราวรูดจนท.ทุจริต
นายมงคล ศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนการทุจริตคดีความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงข่าวว่า ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยอย่างร้ายแรงแก่ นายเอนก เหลืองทองคำ อดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน จ.พิษณุโลก–เพชรบูรณ์–นครสวรรค์–พิจิตร กับพวก และชี้มูลความผิดอาญาผู้
ป.ป.ช. แจงเส้นเงินโกงสอบท้องถิ่น ตอนนี้ยังสาวไม่ถึงฝ่ายการเมือง ยันไม่มีตัดตอน
ป.ป.ช. ปัดตอบเส้นเงิน 9 พันล้านโยงโกงสอบท้องถิ่น ยังไม่พบหลักฐานถึงฝ่ายการเมือง เจอสูงสุดระดับอดีตอธิบดี 2 คน ยํ้า ไล่ดู สถ.ทุกยุคตั้งแต่ปี 64 ลั่น ไม่มีตัดตอนใครแน่ แจง ตรวจกระดาษคำตอบ 8 แสนแผ่นยังไม่เสร็จ เหตุยังไม่ได้เครื่องตรวจที่แม่นยํา
ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น จ.ศรีสะเกษ
"ดีเอสไอ" รับลูก กมธ.ป.ป.ช. ตั้งกรรมการสอบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวโกงสอบ ยันยังไม่พบหลักฐานโยงถึง 3 นักการเมือง ชี้เป็นเพียงข่าว น้ำหนักไม่พอ โดย กมธ.แนะเชิญ “โรม” ให้ข้อมูล
ป.ป.ช. ขยายผล 'โกงสอบท้องถิ่น' พบเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้าน เชื่อมโยงทุจริตปี 64
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า ขณะนี้คณะไต่สวนอยู่ระหว่างตรวจสอบประเด็นการทุจริต โดยจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ พบเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท และพบความเชื่อมโยงกับการทุจริตสอบท้องถิ่นเมื่อปี 2564
ป.ป.ช. ยันมีมาตรการเชิงรุกตรวจทุจริตโครงการ TH-AI Passport บอกประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยความคืบหน้ากรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคไทยภักดี ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ขอให้ตรวจสอบนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport ว่ามีการเอื้อประโยชน์และล็อกสเปกให้บริษัทเอกชนหรือไม่ ว่า ขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

