สรรพากรทำได้แค่นี้? อดีตสว.สมชาย ข้องใจปมภาษี 1.76 หมื่นล้านของทักษิณ

“สมชาย แสวงการ” ตั้งข้อสงสัยการดำเนินการของกรมสรรพากรกรณีภาษี 1.76 หมื่นล้านบาทของ “ทักษิณ ชินวัตร” โดยถามเหตุใดจึงไม่ใช้มาตรา 37 แห่งประมวลรัษฎากรเรียกมาสอบข้อเท็จจริงก่อนดำเนินคดี พร้อมตั้งคำถามว่าหน่วยงานรัฐได้ใช้ทุกมาตรการทางกฎหมายเพื่อทวงคืนภาษีเข้าคลังแผ่นดินอย่างครบถ้วนแล้วหรือไม่

6 มิถุนายน 2569 - นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(สว.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า เอกสารชี้แจงกรมสรรพากรเรื่องภาษีทักษิณ 1.76 หมื่นล้าน

ดูเหมือนดี ดูเหมือนทำเต็มที่ แต่….

มีคำถามค้างคาใจ ว่า กรมสรรพากรทำได้แค่นี้ หรือทำสุดความสามารถแล้วจริงๆ

หรือ ทำตามแบบแผนที่กรมสรรพากรตามกฎหมายเหมือนที่ทำกับผู้หลบเลี่ยงภาษีทั่วไปหรือไม่

เพราะมีข้อสงสัยว่า “เหตุใดกรมสรรพากร ไม่ใช้มาตรา 37ของประมวลรัษฎากรเรียกนายทักษิณมาสอบ เหมือนเวลาที่ประชาชนทั่วไปมีปัญหาเรื่องภาษี

กรมสรรพากรต้องใช้กฎหมายมาตรา37 นี้เรียกไปสอบให้เป็นที่ยุติก่อนใช่หรือไม่ ก่อนที่กรมสรรพากรจะตัดสินใจฟ้องล้มละลาย

ยิ่งสงสัยว่า นี่เป็นการตัดสินใจทางกระบวนการถูกต้องครบถ้วนแล้วหรือไม่ หรืออาจถูกครหาว่า เป็นการไม่พยายามสืบทรัพย์อย่างสุดความสามารถทั้งในและต่างประเทศจริงหรือนี่อาจเป็นฮั้ว #ปาหี่การเมือง กันหรือไม่

ประมวลรัษฎากรมาตรา 37 บัญญัติว่า “ผู้ใดกระทำการดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงเจ็ดปีและปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 200,000 บาท

....(1) โดยเจตนาแจ้งข้อความเท็จ หรือให้ถ้อยคำเท็จ หรือตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ หรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรหรือเพื่อขอคืนภาษีอากรตามลักษณะนี้ หรือ

....(2) โดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกัน หลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรหรือขอคืนภาษีอากรตามลักษณะนี้

....จะเห็นได้ว่า บทบัญญัติตามมาตรา 37 แห่งประมวลรัษฎากร มีการกระทำอันเป็นองค์ประกอบความผิด ดังนี้

....1. การกระทำที่เป็นองค์ประกอบภายนอก

มี 2 กรณี ดังนี้

........1.1 กรณีกระทำการแจ้งข้อความเท็จ หรือให้ถ้อยคำเท็จ หรือตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ หรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดง เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรหรือขอคืนภาษีอากร (มาตรา 37 (1))

........1.2 กรณีหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรหรือขอคืนภาษีอากร ซึ่งกระทำโดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกัน (มาตรา 37 (2))”

กรมสรรพากรลืมใช้กฎหมายมาตรานี้ในการเรียกนายทักษิณมาสอบให้สิ้นกระแสความถึงภาษี 1.76หมื่นล้านบาทที่กรมสรรพากรมีหน้าที่แทนรัฐในการเรียกเก็บเข้าคลังแผ่นดิน ก่อนตัดสินใจฟ้องล้มละลาย ใช่หรือไม่

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จบนะ! 'สุริยะ' เผยปิดดีลกุ้งกับมาเลเซียด้วยตัวเอง 'ทักษิณ' ไม่เกี่ยว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกระแสข่าวว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตน

นักวิชาการชี้ "ทักษิณ" เดินสายต่างประเทศ หลายชาติให้การต้อนรับในฐานะเพื่อน-อดีตผู้นำ ไร้นัยยะเชิงอำนาจ เชื่อรัฐบาลไม่ติดใจ เหตุอำนาจบริหารอยู่ที่รัฐบาล

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักวิเคราะห์การเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

‘เท้ง’ ชี้ 3 นายกฯ ตระกูลชิน เดินสายอาเซียนไม่เสียหาย หากช่วยประชาชนได้

‘ณัฐพงษ์’ ชี้การเคลื่อนไหวของ ‘ทักษิณ-แพทองธาร-ยิ่งลักษณ์’ พบผู้นำอาเซียน เป็นเรื่องดีหากเกิดประโยชน์ต่อประชาชน แต่ย้ำผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต้องใช้อำนาจให้รวดเร็วขึ้น พร้อมเรียกร้องเข้าตอบกระทู้สดในสภาฯ ตามหน้าที่

'โอฬาร' วิเคราะห์ปมทักษิณเดินสาย เป็นสิทธิ์ส่วนตัว ไร้บทบาทต่อรัฐ ย้ำอำนาจบริหารประเทศเป็นของรัฐบาลตามรธน.

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา แสดงความคิดเห็นกรณีการเดินทางไปต่างประเทศของนายทักษิณ ชินวัตร

'อนุทิน' ไม่ติดใจ 'ทักษิณ' พบผู้นำอาเซียน ชี้เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่โยงการเมือง

นายกฯ ยืนยันไม่เห็นความผิดปกติกรณี “ทักษิณ ชินวัตร” เดินสายพบผู้นำมาเลเซียและอินโดนีเซีย ระบุอดีตผู้นำย่อมมีมิต