
7 มิถุนายน 2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” ระบุว่า ระวัง ระบบอากง จุดติด?
ผมเคยวิเคราะห์ผลการสำรวจของโพลสำนักต่างๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ซึ่งผลการสำรวจของทุกโพล พบว่าคะแนนนิยมของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีคะแนนนำคู่แข่ง ทิ้งห่างหลายช่วงตัว จนหลายหลายคนบอกว่า น่าจะแบเบอร์ น่าจะเป็นผู้ว่าฯกทม.สมัยที่2ได้แบบสบายๆ
แต่ในขณะเดียวกัน ผมเห็นว่า นายชัชชาติยังมีจุดอ่อน ถ้าเทียบกับนายชัชชาติลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ในสมัยแรก ซึ่งในสมัยนั้น ยังไม่มีแผล สามารถสร้างภาพจากสุภาพบุรุษที่เข้มแข็งที่สุดในปฐพี หิ้วถุงแกง นุ่งกางเกงกีฬา ใส่รองเท้าแตะ จนเกิดกระแสฟีเวอร์ขึ้นมาทันที แต่การสมัครผู้ว่าฯกทม.ในสมัยที่2 มีการเปรียบเทียบ มีจุดอ่อน และมีข้อบกพร่องในผลงาน ซึ่งอาจจะถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์ โจมตีและทวงถามผลงานที่ประทับใจจากคนกรุงเทพฯได้
สำหรับผมเห็นว่า ถ้านายชัชชาติจะเสียคะแนนนิยมไปบ้าง หรือทำให้กระแสนิยมของประชาชนลดลง กว่าการสมัครผู้ว่าฯกทม.ครั้งที่แล้ว น่าจะมาจากเหตุผล2ประการ คือ
1.การเป็นผู้ว่าฯกทม.มา1สมัย ย่อมมีข้อบกพร่อง และจุดอ่อน ที่สำคัญถ้าหากจะเกิดขึ้น ก็คือปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่สังคมไทยรับไม่ได้ หากมีจุดอ่อนเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ก็จะเป็นแผลใหญ่ ซึ่งผมเคยวิเคราะห์ไปแล้วว่า ในช่วงสุดท้ายหรือโค้งสุดท้าย อาจจะมีใครไปขุดคุ้ยปัญหาที่ซ่อนอยู่ใต้พรม และนำมาขยายผล ซึ่งอาจเกิดแอ็กซิเดนท์ในโค้งสุดท้าย คือแหกโค้งได้ และตอนนี้จะเห็นได้ชัดว่า มีขบวนการเปิดโปง ตั้งแต่เรื่องระบบอากง เรื่องการซื้อขายตำแหน่ง การการใช้เต้าไต่ การเก็บหัวคิว รวมไปถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการใช้ตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.เป็นทางผ่าน เพื่อไปสู่ตำแหน่งที่สูงกว่า ซึ่งถ้าหากนายชัชชาติไม่สามารถแก้ข้อกล่าวหาได้ และตกอยู่วังวนกับกระแสอากง หรือระบบอากง จนทำให้นายชัชชาติเสียสมาธิ และสุดท้ายคะแนนก็จะลดลงหรือตกต่ำกว่าเดิม และถ้าหากว่ากระแสนี้จุดติดในหมู่ประชาชนคนกรุงเทพฯ ซึ่งมีความละเอียดอ่อนในเรื่องการเสพสื่อทางโซเชียลมีเดียเป็นอย่างมาก อาจจะทำให้คะแนนพลิกได้
2.ผมได้เตือนนายชัชชาติ ในกรณีการหาเสียงครั้งนี้ อย่าตั้งอยู่บนความประมาท แม้ว่าโพลทุกสำนัก จะฟันธงว่านายชัชชาติ มีคะแนนนำชนะขาดลอย ทีมงานอาจจะเกิดความชะล่าใจ โดยใช้วิธีการหาเสียงในลักษณะสบประมาทคู่ต่อสู้ ซึ่งอาจจะเพลี้ยงพล้ำในช่วงสุดท้ายได้ ผมเคยยกตัวอย่างนิทานอีสป เรื่องกระต่ายกับเต่า แม้ว่ากระต่ายจะวิ่งเร็วกว่า และชะล่าใจไปนอนหลับอยู่ใต้ต้นตาล ในที่สุดเต่าก็ชนะเข้าสู่เส้นชัยได้ กรณีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.รอบนี้ก็เช่นเดียวกัน ถ้าหากว่านายชัชชาติและทีมงานตั้งอยู่บนความประมาท แต่คู่แข่งมีความขยันขันแข็ง และสร้างกระแสเป็นที่ถูกใจของประชาชนคนกรุงเทพฯมากกว่า ก็มีโอกาสจะพลิกล็อกได้
เพราะฉะนั้นยังเหลือเวลาอีกไม่มากนัก รอจับตาดูว่า กระแสโซเชียลจะขยายผลเรื่องระบบอากง จุดกระแสการทุจริตคอรัปชั่นติดหรือไม่ ถ้าจุดติดและกระแสนี้ลุกลามจนนายชัชชาติไม่สามารถจะแก้ไขได้ ก็เป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง สำหรับผู้ชนะที่ผลโพลบอกว่า นอนมา อาจจะเป็นการนอนมา แบบมีพระนำก็ได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ปชป.’ทวงคืนแฟนคลับ เจนY-Zเทใจให้‘ชัชชาติ’
"ชัชชาติ" เดินเครื่องหาเสียงนำวิ่ง 9 กม. ประกาศพร้อมสานต่อพัฒนา
คนกรุงไม่เลือกผู้สมัครสังกัดพรรค ส่ออันตรายประชาธิปไตย
ชำแหละนิด้าโพล คนกรุงเลือกผู้สมัครอิสระ จากกระแส 'ชัชชาติฟีเวอร์' สะท้อนพรรคการเมืองอ่อนแอ สัญญาณอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย
'พรรคส้ม' เหนื่อย! คนกรุงเจน Y-Z ยังเทใจให้ 'ชัชชาติ'
'รองผอ.สถาบันพระปกเกล้า' ชี้พรรคส้มเหนื่อย กลุ่มเจนY-เจนZ มีแนวโน้มเทใจให้ชัชชาติ ที่มีจุดแข็งเก็บได้ทุกเจนเนอเรชัน
'ชัชชาติ' ปั่นจักรยานเข้าสมัครผู้ว่าฯกทม. สมัยสอง ขอเป็นคนติดดินรับใช้ประชาชนเหมือนเดิม
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปั่นจักรยาน Bike Sharing มาถึงที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) เพื่อเข้ารับสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในเวลา 08.30 น.
ดุสิตโพลชี้คนกรุง 57% เลือกชัชชาติทำงานผู้ว่ากทม.ต่อ
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ เฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เรื่อง “การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 18 (ครั้งที่ 2)”
‘ชัชชาติ’ชูแคมเปญสมัย2 ส้มไม่ยันผู้สมัครสก.ไร้โกง
"ชัชชาติ" คิกออฟแคมเปญชิงสมัย 2 "กรุงเทพฯ ทำงาน" ขึ้นจอ LED ทางด่วน

