นักวิชาการฟันธง 'ชัชชาติ' นอนมาคะแนนเกินล้าน! นั่งลุ้น 'ที่สอง-สก.' สนุกกว่า

อาทิตย์นี้ไม่ต้องลุ้น นักวิชาการชี้เปรี้ยง 'ชัชชาติ' ชนะม้วนเดียวจบ การันตีคะแนนไม่มีต่ำกว่าหนึ่งล้าน ไม่น้อยกว่ารอบที่แล้ว 1.38 ล้านเสียง มองศึกชิง 50 เก้าอี้ สก. สนุกกว่า เขียว-ส้ม-ฟ้า-แดง เบียดกันเข้มข้น 
 
25 มิ.ย.2569 - ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ภาควิชาการบริหารและจัดการเมือง วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช -นักรัฐศาสตร์ นักวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง กล่าววิเคราะห์การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานครหรือ สก. ที่ชิงชัยกัน 50 เก้าอี้ ผ่านรายการ “ไทยโพสต์ ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม”
 
โดย ดร.เชษฐา วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในช่วงโค้งสุดท้ายที่เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็ถึงวันเลือกตั้ง 28 มิ.ย.ว่า ถึงตอนนี้ ดูจากกระแสต่างๆ แล้ว ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯกทม.จะชนะเลือกตั้ง กลับมาเป็นผู้ว่าฯกทม.สมัยที่สอง แต่ที่ยังต้องลุ้นอยู่คือใครจะมาอันดับสองระหว่าง นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชนหรือจะเป็นนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่มาแรงในช่วงหลัง
 
นักวิชาการผู้นี้ให้เหตุผลที่เชื่อว่า ดร.ชัชชาติ จะชนะเลือกตั้งอย่างแน่นอนว่า จากการติดตามบรรยากาศการหาเสียงของผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หลายคน รวมถึงกระแสที่เกิดขึ้นตลอดการหาเสียงในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา สิ่งที่ค้นพบคือในช่วงการหาเสียงครั้งนี้มีช่วงที่เรียกว่า  negative campaign หรือการหาเสียงเชิงลบที่เริ่มมีการขุดคุ้ยเกี่ยวกับประเด็นเกี่ยวกับคอร์รัปชั่น เช่นการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการของกรุงเทพมหานคร เพื่อกล่าวหาผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.คือ ดร.ชัชชาติ สิ่งที่ค้นพบคือ คะแนนการหยั่งเสียงก่อนหน้านี้เกิดปรากฏการณ์ว่ามีแบ่งแยกเป็น 2 ช่วง ช่วงก่อนที่จะเกิดกระแส negative campaign จริง ๆ คะแนนของดร.ชัชชาติก็ดูเป็นที่นิยมอยู่แล้ว แต่พอมี  negative campaignขึ้นมา ปรากฏว่า ตัวของดร.ชัชชาติกลับมีคะแนนจากการสังเกตุในหลายๆที่พบว่า ดร.ชัชชาติ มีคะแนนเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีก โดยสาเหตุที่ทำให้คะแนนดร.ชัชชาติเพิ่มขึ้นกว่าเดิม 
 
จากที่ผมได้วิเคราะห์ที่เกิดจากการจับอารมณ์สังคมที่มาจากทางกระแสโลกโซเชียล อารมณ์สังคมเขาจะมองว่าตัวของผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ที่ชื่อดร.ชัชชาติ ดูเหมือนว่าถูกรุมสกรัม  ซึ่งการถูกรุมสกรัมจะมาจากหลายฝ่ายที่มีประมาณ 3-4 ฝ่ายรุมสกรัม แต่ปรากฏว่าอารมณ์สังคมมองว่าดร.ชัชชาติเป็นเหยื่อ พอเป็นเหยื่อเลยเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่าอารมณ์สงสารขึ้นมา เลยทำให้เกิดการเข้าข้าง ซึ่งบรรดาฐานเสียงที่เป็นฐานเสียงกลางๆ ก่อนหน้านี้ ที่ยังดูเหมือนไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใครเป็นผู้ว่าฯกทม. แต่พอหลังจากที่มีกระแสการหาเสียงเชิงลบเกิดขึ้นกับตัวดร.ชัชชาติ ซึ่งเขาก็ออกมาชี้แจงทุกประเด็น อย่างเรื่องที่มีประเด็นว่ามีการทุจริตต่างๆ ในกทม. เขาก็ชี้แจงว่าได้มีการลงโทษคนทุจริตไปแล้ว 41 คน และส่วนที่เหลือก็ยังอยู่ระหว่าดำเนินการไม่ได้มีการปล่อยปละละเลย หรือเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการสังกัดกทม.ก็ชี้แจงว่า ทำตามหลักเกณฑ์ที่มีการประเมินตามขั้นตอน 
 
“เลยทำให้ข้อกล่าวหาที่มีน้ำหนัก ถูกลดทอนลง ทำให้ดูเหมือนว่าเป็นข้อกล่าวหามากกว่าข้อเท็จจริง กระแสสังคมเลยดูเหมือนว่ามีคนจำนวนหนึ่งหันมาสนับสนุนตัวของดร.ชัชชาติเพิ่มเลยทำให้กระแสนิยมช่วงที่สอง  หลังจากที่เกิด  negative campaign ทำให้ความนิยมในตัวอดีตผู้ว่าชัชชาติ กลับเพิ่มมากกว่าช่วงก่อนเกิด negative campaign อีก ทำให้ช่วงท้ายของปรากฎการณ์การหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายเลยดูเหมือนว่าคะแนนของดร.ชัชชาติ เชิงกระแสมันก็น่าจะห่างจากคนอื่นพอสมควร โดยการห่างดังกล่าวจากที่ได้พิจารณาดูจากการสำรวจต่างๆ มันห่างหลายช่วงตัว บางทีห้าเท่าถึงแปดเท่า ตัวเลขจะเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์นี้ แม้ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งจะเหลือเวลาอีก 3-4 วัน แต่มันจะไม่เกิดกระแสแบบพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินที่ทำให้ คะแนนของดร.ชัชชาติ จะเกิดการฟุบลงจนไม่ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯกทม. คนต่อไป ทำให้แนวโน้มจนถึงวันเลือกตั้ง ก็น่าจะเป็นดร.ชัชชาติ ที่ยังรักษากระแสในระดับสูงจนถึงวันสุดท้ายและน่าจะเข้าวินในการเลือกตั้ง”
 
ดร.เชษฐา กล่าววิเคราะห์ต่อไปว่า ส่วนผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ที่มีแนวโน้มจะมาอันดับสอง อันดับสาม และอันดับสี่นั้น มองว่ายังอาจมีสลับกันอยู่ว่าใครจะมาอันดับสอง สาม สี่ ตามแต่การจับกระแสของนักวิเคราะห์แต่ละคน ซึ่งช่วงก่อนหน้านี้ อันดับสอง จะเป็นกลุ่มที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ส่วนอันดับสาม อันดับสี่ จะเป็นตัวบุคคล คือ คะแนนของ ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชนกับ คุณมัลลิกา บุญมีตระกูล ผู้สมัครอิสระ ค่อนข้างอยู่ในระดับเดียวกันที่เป็นตัวบุคคลในช่วงโค้งสุดท้าย และตามด้วย นายอนุชา บูรพชัยศรีจากพรรคประชาธิปัตย์ อย่างไรก็ตาม ประเมินแล้ว กระแสคะแนนนิยมของกลุ่มที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ และกลุ่มที่จะเลือก ดร.ชัยวัฒน์-มัลลิกาและนายอนุชา รวมกันแล้ว มันยังไม่เท่ากับที่ดร.ชัชชาตินำไปแล้วแบบเท่าตัว ถึงบอกได้เลยว่าของดร.ชัชชาติ มันจบไปแล้ว แต่ว่าผลเลือกตั้งที่จะออกมาในส่วนของคนที่จะมาอันดับสอง -สาม-สี่ ดูแล้วยังมีโอกาสพลิกได้เสมอ แต่อันดับสี่ น่าจะพลิกยาก คือคงเป็นคุณอนุชา บูรพชัยศรี จากประชาธิปัตย์ 
 
"แต่อันดับสองกับสาม ยังพลิกได้เสมอว่าจะเป็นนายชัยวัฒน์หรือคุณมัลลิกาโดยขึ้นอยู่กับการหาเสียงในช่วงวันท้าย ๆของการหาเสียงก่อนวันเลือกตั้งว่าใครจะมีไม้เด็ดงัดออกมาได้มากกว่ากัน" 
 
เพราะอย่างคุณมัลลิกา เขาชัดเจนในการหาเสียงด้วยการออกแคมเปญเพื่อดึงฐานเสียงกลุ่มอนุรักษ์นิยมให้มาลงคะแนนให้กับเขาทั้งก้อน ไม่ให้แตกแถว ถามว่าจะแตกไปที่ใคร ส่วนใหญ่จะแตกไปที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นหลัก เพราะเคยขึ้นชื่อว่าเป็นอนุรักษ์นิยมเดิมหรือบางทีคะแนนบางส่วนอาจไปที่ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้สมัครอิสระ รวมถึงพล.ต.ท.ชาญเทพ เสะสะเวช จากพรรคเศรษฐกิจ ทำให้ คุณมัลลิกาเลยพยายามหาเสียงโดยมัดก้อนอนุรักษ์นิยมให้มาเป็นก้อนมาลงคะแนนให้เขา ส่วนดร.โจ ชัยวัฒน์ จากพรรคประชาชน ถึงตอนนี้ ฐานเสียงของฝ่ายที่เคยนิยมชนชอบที่ลงคะแนนเสียงสส.เขต กทม.ให้กับพรรคส้ม จะมีการเทไปที่ดร.ชัชชาติพอสมควร ทำให้นายชัยวัฒน์ อาจประสบกับวิกฤตที่ว่าอาจจะไม่สามารถรักษาฐานเสียงก้อนใหญ่ที่เคยลงให้กับพรรคสีส้มตอนสมัยเลือกตั้งใหญ่เมื่อ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่จะทำให้ดร.ชัยวัฒน์จะมีฐานเสียงลดลง 
 
"เพราะฉะนั้นจึงมีโอกาสว่า นายชัยวัฒน์ จะมาที่สองหรือมาที่สามก็ได้ หรือหาก คุณมัลลิกา ถ้าทำแคมเปญสุดท้ายได้ดี มัดฐานเสียงอนุรักษ์นิยม ไม่ให้แตกฉานซ่านเซ็น ก็มีสิทธิจะขึ้นมาเป็นที่สองแล้วดร.โจ ไปอยู่อันดับสาม แต่หากเอาตอนนี้ ทั้งสองคนสูสีกันมาก เพราะว่ามันยังไม่ทิ้งขาดแบบดร.ชัชชาติ ผลจะออกมาอย่างไร จะมีอะไรพลิกหรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับแคมเปญการหาเสียงช่วงสองถึงสามวันสุดท้าย”นักวิชาการผู้นี้ระบุ 
 
ดร.เชษฐา ยังได้วิเคราะห์สนามเลือกตั้งสก.  ว่าเป็นสนามเลือกตั้งที่สนุก เพราะจากที่พรรคประชาชนกับพรรคประชาธิปัตย์ ส่งผู้สมัครสก. ครบทั้ง 50 เขตโดยก็มีกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มคนทำงาน กทม. ที่บอกว่าเป็นกลุ่มอิสระ ใช้สีเขียวในการหาเสียง ที่ก็ชัดเจนว่ากลุ่มคนทำงาน คนที่อยู่ข้างหลังในการช่วยขับเคลื่อนก็คือ อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. ดร.ชัชชาติสมัยที่ผ่านมาที่ชื่อ ต่อศักดิ์ โชติมงคล ที่มีส่วนในการขับเคลื่อนเพื่อให้กลุ่มคนทำงาน ได้เป็นสก.  เพื่อที่หากมีการเลือกผู้สมัครของกลุ่มเข้าไปจะได้เข้าไปสนับสนุนการทำงานของผู้ว่าฯกทม.ที่มีการส่งผู้สมัครทั้งสิ้น  33 เขต
 
นอกจากนี้ก็มี กลุ่มเพื่อไทยLifeลงตัว ที่ส่งผู้สมัครประมาณ 17-18 เขต โดยเชื่อมกับพรรคเพื่อไทย คือไม่ได้ส่งในนามพรรค แต่เชื่อมกับพรรค แล้วก็มี กลุ่มของ ดร.จอห์น (สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา)อดีตสก.  ลาดกระบัง ที่ใช้ชื่อกลุ่มว่า "Better Bangkok" ที่ส่งประมาณ6-7 เขตโดยมีอดีตสก.อยู่ในกลุ่มด้วย นอกนั้นก็เป็นอดีตสก.  ครั้งที่ผ่านมาที่ลงสมัครอีกครั้งแต่ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใดก็จะมีอยู่หลายเขตเหมือนกันน่าจะร่วมๆ  10 เขต ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีฐานเสียงซึ่งก่อนถึงวันเลือกตั้ง ฐานเสียงของกลุ่มผู้สมัครสก.  สองอันดับแรก ค่อนข้างจะไล่เลี่ยกันคือกลุ่มพรรคประชาชนที่เป็นเพราะเขาส่งคนลงเยอะ กับกลุ่ม คนทำงานที่ถูกขับเคลื่อนโดยอดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ ชัชชาติ พบว่าทั้งสองฝ่ายคือพรรคประชาชนกับกลุ่มคนทำงาน คะแนนไล่เลี่ยกันมากอยู่ในระดับเดียวกัน แต่อาจจะเหลื่อมกันเล็กน้อย แต่คะแนนยังอยู่ในระดับสูสีกัน และรองลงมาจากสองกลุ่มข้างต้น ก็จะเป็นผู้สมัครสก. พรรคประชาธิปัตย์ ที่ตามมาอยู่ห่างๆและที่รองลงมา ก็จะเป็นกลุ่มที่เรียกว่า กลุ่มอิสระที่ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใด แต่เป็นผู้สมัครสก.  ที่เขาประกาศลงเลือกตั้งในเขตของเขาเอง ที่มีอยู่ประมาณ 8-10 คนตามที่บอกไว้ข้างต้น และรองลงมา ก็จะเป็นกลุ่มเพื่อไทยLife ลงตัวที่มีอดีตสก.บางส่วนอยู่ในกลุ่มดังกล่าว สามารถแบ่ง Level ได้คือ กลุ่มคนทำงานกับกลุ่มผู้สมัครสก.  พรรคประชาชนอยู่ในระดับไล่เลี่ยกัน รองลงมาคือประชาธิปัตย์ แล้วlevelลงมาอีกก็คือกลุ่มเพื่อไทยLife ลงตัวกับกลุ่มผู้สมัครสก. อิสระที่มีอดีตสก. อยู่ในกลุ่มนี้ และตามด้วยกลุ่ม Better Bangkok ซึ่งมีอดีตสก.ที่มีกระแสในพื้นที่ซึ่งแข็ง ที่น่าจะมีสก.  ได้ในการเลือกตั้ง ทำให้การแข่งขันก็จะอยู่ในกลุ่มเหล่านี้เป็นหลักที่มีประมาณหกกลุ่ม แต่เท่าที่สังเกตุ ก็ยังมีกลุ่มคนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจพอสมควร เพราะฉะนั้นการที่มันจะพลิกได้มันขึ้นอยู่กับคะแนนที่ไม่ตัดสินใจ จะออกมาเทคะแนนให้กับสีเขียวกลุ่มคนทำงาน สีส้ม พรรคประชาชน หรือจะเป็นสีฟ้า พรรคประชาธิปัตย์ 
 
ดร.เชษฐา กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมา ก็มีกระแสบางอย่างเช่น พรรคประชาชนบอกว่า ให้เลือกผู้สมัคร สก.  ของพรรคให้ครบ 50 เขตเพื่อจะได้ไปทำหน้าที่ตรวจสอบในสภากทม. ก็อยู่ที่ว่าประชาชนจะเลือกการตรวจสอบเป็นหลักหรือไม่ หากเลือกแนวนี้ ก็จะเลือกพรรคสีส้ม  50 เขต แต่ถ้าผู้สมัคร สก. สีเขียวของกลุ่มคนทำงานบอกว่า สภากทม. คือการทำงานการเมืองท้องถิ่น ไม่ควรจะดึงการเมืองระดับชาติ ลงมาปะปนกับการเมืองท้องถิ่น เพราะการเมืองท้องถิ่น ไม่ควรจะเล่นเป็นการเมืองแต่ควรเน้นเรื่องการทำงานให้กับเมือง จึงควรเป็นสภาที่หลากหลายเพื่อที่สภา กทม.จะได้มีความคิดที่หลากหลายมาช่วยกันแนะนำผู้ว่าฯ กทม.ในการทำงาน ก็จะเห็นได้ว่า มีการนำเสนอแบบคนละโจทย์ให้กับคน กทม. เป็นต้น จึงอยู่ที่โค้งสุดท้ายว่าใครจะหาเสียงได้ดีกว่า แล้วประชาชนจะรับแนวคิดของกลุ่มใด
 
เมื่อถามว่า ดร.ชัชชาติ มีโอกาสจะได้คะแนนเกินหนึ่งล้านคะแนนหรือได้เกือบเท่าเดิมตอนเลือกตั้งปี 2565 หรือไม่ ทาง ดร.เชษฐา วิเคราะห์ว่า ดร.ชัชชาติจะได้เกินล้านคะแนนแน่นอน เท่าที่ผมสำรวจติดตามในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา จนถึงโค้งสุดท้าย  เนื่องจากแนวโน้มของดร.ชัชชาติกระแสพุ่งขึ้น คะแนนยังไงเกินล้านแน่นอน ตอนนี้เขาลุ้นอย่างเดียวว่าคะแนนจะได้เท่ากับครั้งที่แล้วคือประมาณ หนึ่งล้านสามแสนกว่าคะแนนหรือไม่ หรือจะได้มากกว่ารอบที่แล้ว 
 
ผมมีข้อสังเกตให้อย่างหนึ่งคือการเลือกผู้ว่าฯครั้งที่แล้วมีคนกรุงเทพฯออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งประมาณ 60% โดยดร.ชัชชาติได้คะแนน 1.38 ล้านเสียงเท่ากับประมาณ 52% ของคนที่ออกมาเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งรอบนี้ เท่าที่ผมดูกระแสตลอด 1 เดือนของการหาเสียงดูเหมือนคนสนับสนุนดร.ชัชชาติเชิงกระแสมากกว่าครั้งที่แล้ว หากครั้งนี้คนออกมาเลือกตั้งประมาณเฉลี่ย 60% เท่าครั้งที่แล้ว คะแนนของคุณชัชชาติ จะทำลายสถิติครั้งที่แล้ว จากรอบที่แล้วได้1.38 ล้านเท่ากับจะเกิน 1.38 ล้านคะแนน เช่นอาจ 1.5 ล้านถึง 1.7 ล้านคะแนน ในกรณีหากคนออกมาเลือกตั้ง  60% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่หากคนออกมาเลือกตั้งน้อยกว่าครั้งที่แล้วเช่นออกมาประมาณสัก 55% ก็จะทำให้คะแนนของดร.ชัชชาติก็อาจจะเท่าครั้งที่แล้วคือประมาณ 1.38 ล้าน หรือ 1.4 ล้านคะแนนประมาณนี้ เพราะฉะนั้นถ้าให้ผมประเมินก็ขอประเมินว่า คะแนนของดร.ชัชชาติ ไม่น่าน้อยกว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2565  อาจเสมอตัวหรือได้คะแนนเพิ่มขึ้น เพราะกระแสปัจจุบัน ไม่คิดว่าคนกรุงเทพฯ จะออกมาเลือกตั้งน้อย เพราะดูแล้วมีความตื่นตัวอยู่ ก็น่าจะออกมาเลือกตั้งพอๆกับปี 2565 คือประมาณ 60% บวกหรือลบเล็กน้อย ซึ่งถ้าออกมาเลือกตั้งประมาณ 60% บวกลบ ผมคิดว่าคะแนนของดร.ชัชชาติ ก็น่าจะไม่น้อยกว่าครั้งที่แล้ว และเผลอๆจะได้คะแนนเสียงมากกว่าการเลือกตั้งรอบที่แล้วด้วยซ้ำ 
 
 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

KPI Poll ย้ำสนามผู้ว่าฯ กทม. 'ตัวบุคคล' มีน้ำหนักสูงกว่าสังกัดพรรค สก.ยังเปลี่ยนใจได้

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง กทม. 69: ฐานเสียงการเมืองกับการเลือกผู้ว่าฯ และแนวโน้มการเลือก ส.ก. ก่อนโค้งสุดท้าย

'ดุสิตโพล' เปิดผลสำรวจเลือกตั้งกทม. ครั้งที่ 3  ‘ชัชชาติ’ นำโด่งไร้คู่แข่ง

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ เฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง  เรื่อง “การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 18 (ครั้งที่ 3)”

'ชัชชาติ' หนาว! ร้อง ป.ป.ช. เอาผิด ปล่อย 'อากง' วิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ภาพรวมหาเสียง 'ผู้ว่าฯ กทม.-สก.' 7 วันแรกไร้เรื่องร้องเรียน

'ผอ.กกต.กทม.' เผยภาพรวมหาเสียงผู้ว่าฯ-สก. กทม. 7 วันแรกเรียบร้อย ไร้เรื่องร้องเรียน ส่งชุดเคลื่อนที่เร็ว 50 ชุด เขตเกาะติดพื้นที่ ย้ำเจ้าหน้าที่ต้องวางตัวเป็นกลาง ชี้สื่อเชิญผู้สมัครออกทีวีต้องระมัดระวัง