ประธานญาติวีรชน ห่วงคอร์รัปชันเชิงนโยบายเริ่มปรากฎ

‘อดุลย์-สภาที่ 3’ เดินหน้าเปิดเวทีตรวจสอบรัฐบาล ห่วงการคอร์รัปชันเชิงนโยบายเริ่มโผล่ จับตางบฯ 2 แสนล้านจะปฏิรูปพลังงานเพื่อประชาชนหรือเอื้อนายทุนพลังงาน ดักคออย่าแก้ไขร่างพรบ.สังคมสันติสุข  ผิดจากเจตนารมณ์เดิม จะเกิดความขัดแย้งใหม่

7 มิถุนายน 2569  นายอดุลย์  เชียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’๓๕  ในฐานะ ผู้ก่อตั้งสภาที่ 3  (The third coucil speak) กล่าวถึงสถานการณ์การเมือง ว่า หลังวิกฤตพลังงาน รัฐบาลพยายามหาแนวทางแก้ปัญหาเพื่อพยุงเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชน ซึ่งต้องชื่นชมในความตั้งใจนายกฯอนุทิน ชาญวีรกุล และคณะรัฐมนตรี ที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพเยียวยาประขาชนและผู้ประกอบการร้านค้า แม้จะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ก็เป็นการแบ่งเบาภาระของพี่น้องร่วมชาติได้ในยามเดือดร้อน แต่ยังมีหลายด้านที่รัฐบาลยังไม่ได้ดำเนินการให้มีความคืบหน้า โดยเฉพาะการเอาผิดผู้กักตุ้นน้ำมัน การปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน การแก้ปัญหาการผูกขาดทางการค้า ซึ่งเป็นต้นทุนของผู้ประกอบการทุกระดับ และมีผลกระทบต่อผู้บริโภค หากไม่รีบแก้ไขอย่างจริงจัง ประชาชนก็ต้องเดือดร้อนอีกในภายภาคหน้า

นายอดุลย์ กล่าวว่า ที่น่าเป็นห่วงคือเริ่มมีเรื่องการคอร์รัปชันเชิงนโยบายเกิดขึ้นแล้ว  และต้องจับตาเงินกู้ 2 แสนล้าน  ที่จะลงทุนเปลี่ยนผ่านพลังงานและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ จะปฏิรูปพลังงานและโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างไรให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริงไม่เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนใหญ่   แม้นายกฯจะตั้ง คณะกรรมการประสานงานเพื่อต่อต้านการทุจริต หรือ คตท.ขึ้นมา แต่ไม่ได้ทำให้สังคมเชื่อใจว่าจะทำการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันได้มากน้อยแค่ไหนเว้นแต่นายกฯ จะจัดการเรื่องการทุจริตให้เห็นอย่างชัดเจน   ส่วนฝ่ายค้านก็เริ่มทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น แม้บางพรรคการเมือง ยังถือนโยบายพรรคตัวเองมากกว่าความต้องการของประชาชน อย่างไรก็ตาม นายกฯและพรรคร่วมรัฐบาล ยังยอมรับการตรวจสอบและรับฟังความเห็นของสาธารณ ภาคประชาชนจึงต้องทำหน้าที่ชี้แนะและตรวจสอบต่อไป

“ในยามที่บ้านเมืองต้องการความสามัคคีสมานฉันท์ การผลักดันร่างพรบ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่อยู่ในชั้นวุฒิสภา  เพื่อช่วยเหลือชาติบ้านเมืองซึ่งกำลังวิกฤตอย่างหนักจากปัจจัยภายนอกและภายใน จึงขอให้เร่งรีบออกกฎหมายให้มีผลบังคับใช้  ขออย่าให้มีการแก้ไขร่างกฎหมายจนผิดไปจากเจตนารมณ์เดิม เพราะจะนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่อีก”

นายอดุลย์ กล่าวอีกว่า  ในเมื่อระบบการเมืองยังไม่เป็นที่ไว้วางใจของประชาชนว่าจะนำพาประเทศชาติและประชนไปสู่ความสันติสุขได้  สภาที่ 3 ซึ่งทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงของสาธารณะ ทำหน้าที่ตรวจสอบ ชี้แนะ มาแล้วตั้งแต่ปีพ.ศ 2562 จึงต้องทำหน้าที่ต่อไป โดยจะมีการจัดกิจกรรมเสวนาเพื่อสาธารณะ ในวันที่ 12 มิ.ย. 2569 เสวนา เรื่อง  แก้ไขสิ่งผิด ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วยนายสุวิช ทุมมานนท์ ประธานสมาพันธ์คนงานรถไฟ นพ.ชูชัย ศุภวงศ์   รางวัลผู้นำด้านสาธารณสุข จากม.ฮาร์วาร์ด นายปรีดา เตียสุวรรณ์ นักธุรกิจสากล ผู้อุปถัมภ์องค์กรภาคประชาชน  เวทีที่ 2 วันศุกร์ที่ 19 มิ.ย.2569 แก้ไขในสิ่งที่ไม่ถูกต้องของอดีต ปัญหาการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่  เวทีที่ 3 วันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. 2569  แก้ไขโครงสร้างพลังงานที่ไม่ถูกต้อง  โดยผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน  เวทีที่ 4 วันศุกร์  3 ก.ค.2569 การทวงคืนสมบัติชาติ ให้รฟท.  โดยการเสวนาออนไลน์ จะแจ้งลิงค์ที่เกี่ยวข้องเพื่อรับชมรับฟังการเสนอแนะความเห็นต่อไป 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘อดุลย์’ หนุนดำเนิน 'คดีฮั้วสว.' ให้ถึงที่สุด

“อดุลย์” หนุนดำเนินคดีฮั้วสว.ให้ถึงที่สุด  เฉ่ง กกต.ละเว้นหน้าที่ ไม่ยับยั้งการเลือกสว.ตั้งแต่แรก เพิกเฉยต่อข้อร้องเรียนจนทำให้เกิดวิกฤตในสถาบันหลักของระบอบประชาธิปไตย   เข้าข่าย ผิดม.157 ต้องลงโทษจำคุก 2 เท่า  เตือนกลุ่มการเมือง บงการสว.เห็นชอบบุคคลคุมองค์กรอิสระ เป็นการทำลายปชต.  บิดเบือนเจตนารมณ์รธน.ผลพวงการต่อสู้ของเหตุการณ์พฤษภา’35