
24มิ.ย.2569 - ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง หลายโครงการรัฐ ทำไมถึงมีเอกชนมาเขียนทีโออาร์ให้ มีเนื้่อหาดังนี้
.
โครงการ TH-Ai Passport กระตุกสังคมให้ตั้งคำถามมากมายว่าโปร่งใสและคุ้มค่าจริงหรือ หลายวันก่อนสื่อมวลชนตั้งคำถามอีกว่า “ทำไมหลายโครงการรัฐ ถึงมีเอกชนมาเขียนทีโออาร์ให้” ฟังแล้วผมมีคำตอบ 2 มุมที่เป็นความจริงทั้งคู่
มุมแรก คือหลักการ..
เจ้าหน้าที่รัฐในฐานะผู้ซื้อไม่ได้มีความรู้ไปทุกเรื่อง และยังต้องข้อมูลที่อัพเดทเพื่อกำหนดราคากลาง สเปก และเงื่อนไขตลาดของสินค้าหรือบริการนั้นๆ ให้ตรงกับสภาพปัจจุบัน เมื่อเทียบกับความต้องการและวงเงินที่มี ดังนั้นจึงต้องเชิญเอกชนมาพบ
ทางด้านเอกชนก็ยินดีช่วยเพื่อหวังโอกาสทางการค้า เพราะอย่างน้อยก็รู้ความต้องการซื้อล่วงหน้าและสามารถป้อนข้อมูลของตนให้ผู้ซื้อเข้าใจ
มุมที่สอง คือด้านมืดที่รู้กันทั่วไป..
การที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่มีเวลาเขียนทีโออาร์หรือไม่มีความรู้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาก่อน เป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ แต่ในชีวิตจริงมันมีเบื้องหลังที่มาพร้อมคอร์รัปชัน นั่นคือ
1. มีการวางแผนร่วมกับเอกชนเพื่อล็อคสเปกหรือผูกเงื่อนปมในทีโออาร์ ให้พวกตนได้เปรียบในการประมูลงาน และมีกำไรมากพอนำมาแบ่งปันกัน
2. เกิด “คอร์รัปชันเชิงนโยบาย” ในกรณีที่เอกชนได้เตรียมสินค้าหรือบริการไว้แล้ว เมื่อตกลงกับผู้มีอำนาจสำเร็จ ขั้นต่อไปต้องให้เอกชนรายนั้นมาร่วมเขียนเขียนทีโออาร์ในส่วนที่เกี่ยวกับ “เทคนิค” เพราะเขารู้ตื้นลึกหนาบางของเทคโนโลยี ตลาดและการแข่งขันของสินค้านั้นดี รวมถึงรู้กลวิธีปกปิด ซ่อนปม กีดกันคู่แข่งขัน กำหนดเงื่อนไขและตั้งงบประมาณให้สูงสุดกู่
เทคนิคการเขียนทีโออาร์ให้ขายสินค้าได้ราคาแพง..
สิ่งที่ได้ฟังจากแวดวงธุรกิจและพบเห็นบนสื่อออนไลน์เสมอ คือ “ทีโออาร์เป็นเข็มทิศและทางเดินในการจัดซื้อ จงเขียนให้เปิดกว้าง เข้าข้าง มีทางออกให้ตนเองเสมอ”
ดังนั้น ต้องเขียนสเปคให้สูงกว่า ฟังดูแตกต่างและพิเศษกว่า ใช้ชื่อสินค้าและลักษณะคุณสมบัติแปลกๆ เขียนนอกกรอบที่คุ้นเคยของราชการ เพื่อให้คนอื่นสับสนหาข้อมูลเปรียบเทียบยาก
เข้าใจได้ว่า การที่เอกชนเขียนได้เก่งและรวดเร็วเพราะมีแรงจูงใจทางธุรกิจและมีบุคลากรที่ช่ำชองในสินค้าและบริการของเขา ถ้าหากเป็นโครงการมูลค่าสูงเขายังสามารถระดมความร่วมมือจากซัพพลายเออร์ในตลาด หรือจ้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและนักกฎหมายมาสนับสนุน
อย่าลืมว่า พวกเขาใช้เวลาวางแผนมานานแล้วก่อนที่สังคมจะได้รับรู้
ทำอย่างไรให้เจ้าหน้าที่ลดการพึ่งพาเอกชนในการเขียนทีโออาร์ เช่น
1. สร้างแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือให้เจ้าหน้าที่สืบค้นได้ง่าย
1.1 ACT Ai ระบบที่รวบรวมข้อมูลการจัดซื้อฯ ภาครัฐจากฐานข้อมูลของกรมบัญชีกลาง ย้อนหลังไป 10 ปี ราว 40 ล้านรายการ ที่ทุกคนสามารถเข้าไปดูทีโออาร์/ราคา/เงื่อนไขต่างๆ ได้ “ง่ายและฟรี”
1.2 สินค้าและบริการแปลกใหม่ เช่น ระบบ Ai และ Application & Software ที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงของหน่วยงาน สิ่งเหล่านี้แม้จำเป็นมากขึ้นแต่ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน จึงมีเวลาที่แต่ละหน่วยงานจะหาข้อมูลและการสนับสนุนจากหน่วยงานด้าน IT หรือผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี่ของรัฐและเอกชน
2. ปิดโอกาสให้แต่ละหน่วยงานกำหนดสเปคสินค้าและบริการได้ตามใจโดยไม่จำเป็น
3. รัฐจัดให้มีศูนย์หรือผู้ให้คำปรึกษา
4. เปิดเวทีประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังข้อมูล
5. มีบทลงโทษบริษัทที่หน่วยงานรัฐจ้างมาเป็นปรึกษาหรือผู้พัฒนาระบบ หากพบว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือมีการกระทำที่ทุจริตหรือประมาทเลินเล่อ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ การันตี 'โซลาร์รูฟท็อป' ไม่มีกินหัวคิว บอกอย่าตกใจ 120 บริษัทถือหุ้นไขว้กัน ยังไม่ใช่ผู้ได้งาน
นายกฯ โต้ปมล็อกสเป็กโซลาร์ประชาชน ชี้ยังอยู่ขั้นตอนประมูล ลิสต์รายชื่อบริษัทยังไม่ใช่ผู้ได้งาน ลากเสียง “ไม่มี” ปมเรียกหัวคิว ขู่ “ใครทำผมก็หักคอ”
'ปชน.' แฉพิรุธ 'โซลาร์รูฟท็อป' 120 บริษัท ถือหุ้นไขว้กัน ส่อกินหัวคิว
'ปชน.' แฉโครงการโซลาร์ภาคประชาชน พบ 120 บริษัทผู้ถือหุ้นไขว้ เสี่ยงหักหัวคิว 3 หมื่นต่อหลัง จี้ยกเลิกหากตอบคำถามไม่ได้
หึ่ง! พนักงาน 'ไทยพีบีเอส' กังขาสมาพันธ์ฯ มัวแต่ปกป้องฝ่ายบริหาร ไม่เป็นตัวแทนคนส่วนใหญ่
หึ่ง! พนักงาน'ไทยพีบีเอส' ไม่พอใจบทบาท สมาพันธ์ฯมัวแต่ปกป้องฝ่ายบริหาร -ตัวบุคคล ไม่เป็นตัวแทนคนส่วนใหญ่ในองค์กรสื่อสาธารณะ ไม่ได้แสดงบทบาทอย่างสมศักดิ์ศรีเพื่อธำรงหลักธรรมาภิบาล เก่งแต่ออกแถลงการณ์ด้วยภาษาสวยๆ แต่ขยะในบ้านเห็นตำตากลับนิ่งเฉย แนะช่วยกันดูว่ากรรมการนโยบายและฝ่ายบริหารจะฝ่าฟันวิกฤตนี้ไปอย่างไรดีกว่า
'ศุภจี' โต้ปมดุสิตธานีชนะ 'เชฟกะทะประเทศไทย' ถูกจับตาผลประโยชน์ทับซ้อน
ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงรายการเชฟกะทะประเทศ
'ชัชชาติ' งานเข้า 'ศรี' ร้องป.ป.ช.สอบยกเลิก 'แก้มลิงคู้บอน' มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่
'ศรีสุวรรณ' บุก ป.ป.ช.ร้องสอบ 'ชัชชาติ' ยกเลิก 'แก้มลิงคู้บอน' ตามแนวพระราชดำริในหลวง ร.9 มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่และอาจเข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ เหตุมีที่ดินของบริษัทเรียลเอสเตรทที่เคยเป็นหนึ่งในทีมที่ปรึกษาผู้ว่าฯอยู่ด้วย ชี้ที่่ดินราคา 1,390 ล้านบาทเท่านั้น ตัวเลข 11,000 ล้านเอามาจากไหน
ไม่พลาด 'ศรี' ร้อง ป.ป.ช.สอบนักการเมืองรับนาฬิกานายกฯเข้าข่ายขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่
'ศรีสุวรรณ' ร้อง ป.ป.ช.สอบนักการเมืองใหญ่รับนาฬิกานายกฯเข้าข่ายขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่ แม้อ้างราคาไม่เกิน 3 พันบาท แต่หากทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน หรือส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ทางราชการหรือทางการเมืองอย่างเที่ยงธรรมจะรับไม่ได้

