'สุริยะใส' ชี้เมื่อทุกฝ่ายอยากชนะ 'รัฐธรรมนูญ' กลายเป็นสนามรบ ไม่ใช่กติกากลาง

7 มิ.ย.2569-รศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยรังสิต และคณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “เมื่อทุกฝ่ายอยากชนะ รัฐธรรมนูญจึงกลายเป็นสนามรบ ไม่ใช่กติกากลาง” เนื้อหาระบุว่า กรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยที่ถูกพรรคภูมิใจไทยถอนชื่อสนับสนุน ขณะที่พรรคประชาชนก็มีแนวทางและเงื่อนไขของตนเอง สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่เพียงตัวบทกฎหมาย แต่อยู่ที่ความแตกต่างทางความคิดและจุดยืนทางการเมืองที่ยังหาจุดร่วมกันไม่ได้ แม้ทุกฝ่ายจะพูดถึงการแก้รัฐธรรมนูญเหมือนกัน แต่สิ่งที่ต้องการแก้อาจไม่เหมือนกันเลย

ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา แต่ละขั้วการเมืองต่างมีภาพฝันต่อประเทศไทยที่แตกต่างกัน บางฝ่ายให้น้ำหนักกับอำนาจของประชาชนผ่านการเลือกตั้ง บางฝ่ายให้ความสำคัญกับระบบถ่วงดุลและกลไกคุ้มครองเสถียรภาพของรัฐ ขณะที่บางฝ่ายมองว่าการแก้รัฐธรรมนูญต้องไม่กระทบต่อโครงสร้างอำนาจที่ถือเป็นหลักประกันของประเทศ เมื่อจุดยืนพื้นฐานต่างกันมาก การออกแบบรัฐธรรมนูญร่วมกันจึงเป็นเรื่องยากกว่าที่หลายคนคิด

สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จึงเป็นภาพสะท้อนของปัญหาการเมืองไทยที่ลึกกว่ารัฐธรรมนูญ เพราะแม้ยังไม่ได้เริ่มร่างฉบับใหม่อย่างจริงจัง แต่แต่ละฝ่ายก็เริ่มขีดเส้นเงื่อนไขและข้อจำกัดของตนเองแล้ว คำถามจึงไม่ใช่ว่าเราจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ แต่คือเราจะสามารถสร้างฉันทามติร่วมกันได้หรือไม่ว่าประเทศควรเดินไปทางไหน

รัฐธรรมนูญจึงมักกลายเป็นสนามต่อสู้ทางการเมืองมากกว่าจะเป็นพื้นที่สร้างความเห็นพ้องร่วมกัน ทุกครั้งที่ดุลอำนาจเปลี่ยน ผู้ชนะอยากแก้ ผู้แพ้อยากรื้อ จนท้ายที่สุดรัฐธรรมนูญถูกทำให้เป็นแพะรับบาปของทุกปัญหา ทั้งที่รากของปัญหาอาจอยู่ที่ความไม่ไว้วางใจ ความหวาดระแวง และการไม่ยอมรับความชอบธรรมของฝ่ายที่คิดต่าง

บางทีสิ่งที่ประเทศไทยต้องการอาจไม่ใช่เพียงรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่คือ “ฉันทามติทางการเมืองฉบับใหม่” ที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันว่า แม้จะคิดต่าง แข่งขันกัน หรือสลับกันเป็นรัฐบาลกับฝ่ายค้าน แต่ก็ยังอยู่ร่วมกันได้ภายใต้กติกกาเดียวกัน หากทำสิ่งนี้ไม่ได้ ต่อให้แก้รัฐธรรมนูญอีกกี่ครั้ง วงจรความขัดแย้งเดิมก็อาจย้อนกลับมาอีกเช่นเคย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โฆษกรัฐบาล ป้องภูมิใจไทยไม่เคยกดดันองค์กรตรวจสอบ ปล่อยตามกระบวนการศาล

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกมาเคลื่อนไหวแถลงประกาศทวงคืนประเทศไทยขับไล่ทุนเทาต่างประเทศที่แอบแฝงทำธุรกิจต่างๆว่า จริงๆแล้วเรื่องของนายสนธิหรือว่าใครก็ตามที่ออกมาตั้งประเด็นหรือชี้แนะเรื่องอะไรต่างๆนั้น ในส่วนของรัฐบาล นายกฯ ครม.

'อนุทิน' โผล่คอมเมนต์ ตอก 'วิโรจน์' เลิกสันดาปพูดเองเออเอง หลังโพสต์เย้ยภูมิใจไทยงับเบ็ดเลข 229

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้เข้าไปคอมเมนต์เพจเฟซบุ๊กสื่อหนึ่ง ซึ่งมีการโพสต์ภาพและคำพูดของนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) ที่ระบุช่วงหนึ่งว่า “สมมุติผมพิมพ์เลข 229 แล้วเอามาโชว์ให้คุณดู ถ้าตัวเลขนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคุณ คุณก็แค่อาจจะงงๆ แล้วก็ผ่านไป

'ธรรมนัส' ยันสัมพันธ์ 'อนุทิน' เป็นเพื่อนกัน ยอมรับมีพบปะประสานงานบางเรื่อง

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงทิศทางการลงมติร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วาระ 2-3 ว่า ต้องเข้าใจก่อนว่างบฯ ปี 70 สมัยแรกที่ทำตนเป็นรองนายกรัฐมนตรีของกระทรวงที่ตนกำกับดูแลก็มาจากแผนในขณะนั้น ในขั้นของกรรมาธิการที่มีการตัดออกไปบางส่วน

รัฐบาลโต้ยิบปมทุนเทา เขากระโดง ฮั้วสว. โกงสอบท้องถิ่น หลัง 'สนธิ' จัดม็อบทวงคืนประเทศไทย

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงการณ์เคลื่อนไหวทางการเมือง เนื่องจากไม่พอใจการบริหารราชการแผ่นดิน ภายใต้แนวคิด “เอาประเทศไทยของเราคืนมา”