“เฉลิมพงศ์” ชี้เป้า “พลพีร์” เตรียมพร้อมรับมืองานปีใหม่ยิวป่าตอง คาดคนร่วมงานกว่า 2 พันคน ฝากดูแลความปลอดภัย–จราจร–วีซ่า ตั้งข้อสังเกตหวั่นเกิด “เศรษฐกิจศูนย์เหรียญ” เงินไม่กระจายถึงคนภูเก็ต
8 กันยายน 2569 - นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 11–13 กันยายน 2569 กลุ่มชาบัด ป่าตอง (Chabad Patong) มีกำหนดจัดงานเทศกาล รอช ฮาชานาห์ (Rosh Hashanah) หรือวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินของชาวยิว บริเวณหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต โดยมีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนชาวยิวและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้าร่วมงาน และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 2,000 คน ตลอดช่วงเทศกาล
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวว่า ป่าตองเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีความหนาแน่นสูงอยู่แล้ว การมีกิจกรรมขนาดใหญ่ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมหลายพันคน จึงจำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมจากหน่วยงานภาครัฐอย่างรอบด้าน ทั้งการบริหารจัดการพื้นที่ การจราจร การรักษาความปลอดภัย ระบบสาธารณูปโภค การแพทย์ฉุกเฉิน รวมถึงการดูแลผลกระทบต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น
จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจท่องเที่ยว และเทศบาลเมืองป่าตอง ประสานงานและวางแผนรองรับล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความแออัด การจราจรติดขัด หรือกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่
นายเฉลิมพงศ์ ยังฝากให้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เตรียมความพร้อมในการดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาร่วมงาน โดยให้ตรวจสอบการเข้าเมืองและการพำนักให้เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมาย รวมถึงเฝ้าระวังกรณีการพำนักเกินกำหนด (Overstay) และการใช้ช่องทางการเดินทางเข้าประเทศเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต
“เมื่อมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางเข้ามาในช่วงเวลาเดียวกัน รัฐต้องเตรียมความพร้อมให้มากขึ้น ทั้งการตรวจคนเข้าเมืองและการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งควรเป็นมาตรฐานเดียวกันกับนักท่องเที่ยวทุกชาติ ทุกกลุ่ม และทุกกิจกรรม” นายเฉลิมพงศ์กล่าว
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวถึงอีกประเด็นที่น่าเป็นห่วงว่า นอกจากเรื่องความปลอดภัยและการบริหารจัดการพื้นที่แล้ว รัฐควรตรวจสอบด้วยว่า การเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวจำนวนมากสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นมากน้อยเพียงใด
เนื่องจากมีข้อสังเกตจากสถานการณ์ในพื้นที่ว่า นักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่เดินทางเข้ามาอาจใช้บริการหรือจับจ่ายใช้สอยอยู่ภายในเครือข่ายธุรกิจที่ให้บริการนักท่องเที่ยวกลุ่มเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านเสริมสวย ร้านบริการ หรือกิจการอื่น ๆ โดยหากธุรกิจเหล่านั้นมีความเชื่อมโยงกัน หรือมีการใช้โครงสร้างนิติบุคคลหรือตัวแทนเพื่อประกอบธุรกิจแทนคนต่างชาติ ซึ่งเข้าข่ายการเป็น “นอมินี” ก็จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจัง
“สิ่งที่ผมตั้งคำถามคือ ถ้านักท่องเที่ยวเข้ามา 2,000 คน แต่เงินที่นักท่องเที่ยวใช้จ่ายตั้งแต่ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง ไปจนถึงบริการต่าง ๆ กลับหมุนอยู่ในกลุ่มธุรกิจเดียวกันหรืออยู่ในเครือข่ายที่ไม่ได้เชื่อมโยงกับผู้ประกอบการไทยในพื้นที่ แบบนี้เราจะเรียกได้หรือไม่ว่าเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวได้กระจายสู่คนภูเก็ต”
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าว อาจมีลักษณะที่ต้องตรวจสอบว่าเข้าข่าย “เศรษฐกิจศูนย์เหรียญ” หรือไม่ กล่าวคือ นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทย แต่รายได้จากการท่องเที่ยวไม่ได้หมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างที่ควรจะเป็น หากแต่กระจุกตัวอยู่ในเครือข่ายธุรกิจบางกลุ่ม
ทั้งนี้ ไม่ควรสรุปหรือกล่าวหาว่าธุรกิจใดเป็น “นอมินี” โดยปราศจากการตรวจสอบ แต่หน่วยงานรัฐควรลงไปตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้น การประกอบธุรกิจ และเส้นทางทางเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวต่างชาติและมีข้อร้องเรียนจากคนในพื้นที่
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวย้ำว่า ตนไม่ได้มีปัญหากับการเดินทางมาท่องเที่ยวหรือการจัดกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมของชาวต่างชาติ เพราะภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกและพร้อมต้อนรับผู้คนจากทุกประเทศและทุกศาสนา
แต่สิ่งที่ต้องถามคือ เมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมาก คนภูเก็ตได้อะไรกลับมาจากการท่องเที่ยวเหล่านี้บ้าง
“เราไม่ได้ต่อต้านนักท่องเที่ยว และไม่ได้ต่อต้านศาสนาหรือวัฒนธรรมของใคร แต่รัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่า เม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในภูเก็ตนั้นกระจายไปถึงคนภูเก็ตจริงหรือไม่ ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านอาหาร ร้านบริการ คนขับรถ แรงงาน และชุมชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์มากน้อยแค่ไหน หรือสุดท้ายแล้วเงินหมุนอยู่เฉพาะในเครือข่ายธุรกิจบางกลุ่ม”
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การท่องเที่ยวที่ดีไม่ควรวัดเพียงจำนวนผู้เดินทางเข้าประเทศหรือจำนวนเงินที่นักท่องเที่ยวใช้จ่าย แต่ต้องดูด้วยว่า รายได้เหล่านั้นกระจายไปถึงประชาชนในพื้นที่หรือไม่ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบทั้งการประกอบธุรกิจของคนต่างชาติ ปัญหานอมินี การพำนักของชาวต่างชาติ ตลอดจนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง เพื่อให้ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่คนในพื้นที่ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง
“ภูเก็ตต้อนรับทุกคน แต่คนภูเก็ตต้องไม่กลายเป็นเพียงคนที่แบกรับต้นทุนจากการท่องเที่ยว ในขณะที่ผลประโยชน์กลับตกอยู่กับคนเพียงบางกลุ่ม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รังสิมันต์ลุยบี้ ‘สุชาดา-สามี’ แจง‘กมธ.กม.’
ดีเอสไอไล่แกะหุ้น-เส้นเงิน “สมชาติ” หลังเข้าแจงฐานะพยาน ส่องบริษัทกฎหมายโยงถือครองอสังหาฯ-นอมินีต่างชาติ ขยายตรวจภาพรวมภูเก็ต "โรม" จ่อเรียก "ไอเดียร์-สามี" เข้าแจง กมธ.กฎหมายฯ 7 ต.ค.นี้
ยังไม่ชงคดีพิเศษ! ดีเอสไอขอเวลาแกะเส้นเงิน สส.ภูเก็ต พรรคส้ม ก่อนสรุปฟันนอมินีต่างชาติ
ดีเอสไอไล่แกะหุ้น-เส้นเงิน สส.สมชาติ พรรคประชาชน หลังเข้าแจงฐานะพยาน ส่องบริษัทกฎหมายโยงถือครองอสังหาฯ นอมินีต่างชาติ ขยายตรวจภาพรวมภูเก็ต ย้ำยังไม่ชงรับคดีพิเศษ รอรวบหลักฐานครบ
ภูเก็ตขีดเส้นตาย 30 วัน สั่ง 'ชาบัด ป่าตอง' รื้ออาคารต่อเติมผิดกฎหมาย เร่งสอบสินค้านำเข้า
นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในฐานะโฆษกเมืองภูเก็ต กล่าวว่า ความคืบหน้าการตรวจสอบกรณี "ชาบัด ป่าตอง" ทางจังหวัดได้ตรวจพบความผิดปกติหลักๆ 3 ประเด็น และได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ปูด 'อส.ถลาง' โยงบัญชีม้า จี้คุ้ยเส้นเงินถึงตัวใหญ่
"เฉลิมพงศ์" สส.ภูเก็ต เผย กรณีด่านตรวจยา อส.อำเภอถลาง พบข้อมูล “บัญชีม้า” รับเงิน รัฐต้องสาวเส้นเงินถึงผู้รับผลประโยชน์
สอบนอมินีพันล้าน! เปิดเบื้องหลัง 'ดีเอสไอ' ออกหมายเรียก 10 พยาน คุ้ยธุรกิจอิสราเอล
"ดีเอสไอ" ออกหมายเรียก 10 พยาน ลุยตรวจบัญชี-เส้นทางเงินเครือข่าย "ไมมอน เดวิด" ล่าเบื้องหลังนอมินีชลบุรีพันล้าน ยันยังไม่แจ้งข้อหาใคร พร้อมคุ้ย "ชาบัด เฮ้าส์" จ่อชงคดีพิเศษเพิ่ม
บ้านนี้มีทั้งคนเข้า…และคนแก่
ซองวันนี้มาคนละทางครับ ฉบับหนึ่งเข้ามาทาง Inbox อีกฉบับมาทางอีเมล เรื่องที่ส่งมาก็ไปกันคนละทางเสียด้วย

