‘จอม’ เปิดปมลี้ภัย 11 ปี ถามกลับ ‘ทักษิณ-เพื่อไทย’ ควรทวงบุญคุณหรือไม่

“จอม เพชรประดับ” สื่อมวลชนอิสระผู้ลี้ภัยในสหรัฐฯ เล่าเบื้องหลังการตัดสินใจออกจากไทยหลังรัฐประหารปี 2557 เผยเคยได้รับการชักชวนเข้าร่วมขบวนการเสรีไทย และได้พูดคุยกับ “ทักษิณ”โดยตรงก่อนตัดสินใจลี้ภัย ระบุตลอด 11 ปีเผชิญความยากลำบากในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ พร้อมตั้งคำถามตรงไปยังทักษิณและพรรคเพื่อไทยว่า การเป็นผู้ลี้ภัยของตนควรถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลในการ “ทวงบุญคุณ” หรือไม่

9 มิถุนายน 2569 - นายจอม เพชรประดับ สื่อมวลชนอิสระ ซึ่งลี้ภัยอยู่ที่สหรัฐอเมริกา โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาดังนี้

“การเป็นผู้ลี้ภัย”ของผม ควรหรือไม่ ? ที่ “ทักษิณ หรือ เพื่อไทย” จะเอาไปทวงบุญคุณ.

มีประเด็นที่ผมคิดว่า คงนิ่งอยู่ต่อไปไม่ได้ แม้จะเคยอธิบายผ่านการให้สัมภาษณ์ไปบ้างแล้ว แต่คิดว่าคงไม่กระจ่างและไม่เป็นทางการมากพอ  จึงขอใช้โอกาสนี้อธิบายความเป็นมา “ในการลี้ภัยทางการเมืองของผม” ว่าควรเป็นอีกหนึ่งคนที่คุณทักษิณ ชินวัตร หรือพรรคเพื่อควรจะทวงบุญคุณด้วยหรือไม่..?

เมื่อประมาณต้นเดือนมิถุนายนปี 2557 ผมได้ถูกคุณจักรภพ เพ็ญแข เชื้อเชิญให้ไปเที่ยวกัมพูชาเพื่อพบปะกับบรรดานักเคลื่อนไหว นักกิจกรรม นักวิชาการ ที่หลบภัยอยู่ในกัมพูชา หลังการทำรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 ซึ่งหลายคนผมเคยพูดคุยสัมภาษณ์เป็นประจำขณะที่เคลื่อนไหวทางการเมืองก่อนเกิดรัฐประหาร.

อีกทั้งเป็นจังหวะที่ผมคิดจะพักชีวิต พักสมองสำหรับการเป็นสื่อด้วยเหมือนกัน  จึงมีแผนว่า หลังจากเดินทางกลับจากกัมพูชา ก็วางแผนจะไปพบปะเพื่อนฝูงที่อเมริกาด้วย

และเมื่อไปถึงกัมพูชา คุณจักรภพก็ได้พาผมไปที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งในพนมเปญ ซึ่งเป็นตึกสูงประมาณ 7 ชั้น(ถ้าจำไม่ผิด) แต่ละชั้นก็จะมีบุคคลวีไอพีแต่ละระดับอยู่เป็นชั้น ๆ ไป   และเย็นวันนั้น คุณจักรภพ ก็ได้พาผมขึ้นไปร่วมสังเกตการณ์การประชุมลับเพื่อการก่อตั้ง ขบวนการเสรีไท ณ เซฟเฮาส์แห่งนั้น.  ด้วยเป็นเพียงผู้สังเกตุการณ์ ผมก็ได้แต่นั่งฟัง ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไร เพราะผมไม่ต้องการจะร่วมขบวนการ หรือเป็นสมาชิกขบวนการเสรีไท ตั้งแต่แล้วอยู่แรก ( ทราบภายหลังว่ามีผู้ใหญ่ในที่ประชุมบางคนที่ไม่สนิทกับผม ตั้งคำถามในที่ประชุมว่า ไม่กลัวว่าผมจะเป็นไส้ศึกหรือ )

และเพื่อไม่ให้คนที่ผมไม่สนิท หรือไม่รู้จักผมดีพอ เกิดความไม่สบายใจ ผมจึงออกจากห้องประชุมไป เพื่อรอคุณจักรภพประชุมเสร็จ เพื่อจะได้วางแผนเที่ยวกัมพูชากันต่อไป   เวลาผ่านไปประมาณ 1ชม. คุณจักรภพ ก็ออกมาเชิญให้ผมเข้าห้องประชุม เพื่อที่จะขอให้ผมร่วมขบวนเสรีไทด้วย ...ในฐานะที่เป็นประชาสัมพันธุ์ของขบวนการนี้ ( อะไรทำนองนั้น )

ซึ่งผมปฎิเสธในทันที

เพราะ 1. ผมไม่เคยคิด และไม่มีแผนที่จะลี้ภัยการเมืองอยู่ในหัวเลย   

2.ผมไม่คิดว่ามีคุณสมบัติมากพอ และเห็นว่าคุณจักรภพ ย่อมเหมาะสมและทำหน้าที่ได้ดีกว่าผมอย่างมากอยู่แล้ว.  แต่ผมเปิดทางไว้ว่า หาก ขบวนการเสรีไท เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว.  ผมในฐานะที่เป็นสื่อมวลชนก็สามารถช่วยเผยแพร่ข่าวสาร ข้อมูล หรือกิจกรรมของขบวนการเสรีไท ได้อยู่แล้ว

พร้อมกันนั้นผมก็ยืนยันว่า จะไม่เดินทางไปอเมริกาพร้อมกับคณะทำงานขบวนการเสรีไท ด้วย เนื่องจากที่ประชุมตกลงกันว่า เมื่อได้ข้อสรุปผลการตั้งขบวนการเสรีไทแล้ว คณะทำงานทั้งหมด (เกือบ 10 คน ) จะต้องเดินทางไปอเมริกาเพื่อตั้งเป็นศูนย์บัญชาการที่นั่น ( พร้อม ๆ กับการทำเรื่องขอลี้ภัยในอเมริกา )

ผมก็ยังปฎิเสธ และยืนยันไม่มีแผนที่จะลี้ภัย ทั้งยังไม่พร้อม ไม่เตรียมตัว มาด้วยเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชุด และมีภารกิจที่ต้องรับผิดชอบอีกหลายเรื่องในเมืองไทย ซึ่งดูเหมือนว่าทุกคนในที่ประชุมจะเข้าใจ ผมจึงออกจากห้องประชุมไป

แต่หลังจากนั้นไม่เกิน 30 นาที ในที่ประชุมก็โทรหาคุณทักษิณที่ดูไบ และให้ผมเข้าไปคุยด้วย โดยเอาโทรศัพท์ให้ผมคุยกับคุณทักษิณโดยตรง  คุณทักษิณบอกกับผมว่า เข้าใจในการตัดสินใจของผม และย้ำว่า นี่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของบ้านเมือง เป็นช่วงเวลาที่บ้านเมืองต้องการนักต่อสู้เพื่อฟื้นฟูประชาธิปไตยให้กลับคืนโดยเร็ว เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นาน และนี่จะเป็นโอกาสครั้งสำคัญของผู้ที่รักและห่วงใยบ้านเมืองได้ใช้โอกาสนี้อาสาเข้ามาทำงานให้กับบ้านเมืองได้อย่างแท้จริง

ซึ่งตอนนั้นยอมรับว่าผมคล้อยตามและเห็นด้วยว่า นี่จะเป็นโอกาสจริงๆ ที่จะทำงานให้บ้านเมืองโดยตรง ต่างจากการเป็นสื่อมวลชน และเห็นว่า ขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในประเทศไทย เวลานั้นมีอยู่เพียงขบวนเดียวคือ ขบวนการคนเสื้อแดงที่มีคุณทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้นำ....ถึงกระนั้นก็ตาม ผมประเมินตัวเองในทุกด้านแล้ว ก็ยังได้ข้อสรุปเหมือนเดิมว่า ยังไม่พร้อมที่จะลี้ภัย แต่ก็ยังไม่กล้าปฎิเสธคุณทักษิณในทันที โดยบอกไปว่า ขอเวลาตัดสินใจก่อน คุณทักษิณบอกว่า จะช้าไม่ได้พร้อมกำชับว่า ให้เวลาตัดสินใจ 1 วัน

และเมื่อ 1 วันมาถึง ผมตัดสินใจ ตอบตกลงกับคุณทักษิณ โดยมีเงื่อนไขว่า ผมจะไม่ได้มีส่วนใด ๆ ในขบวนการเสรีไท ในสถานะสมาชิก หรือ กรรมการแต่อย่างใด  แต่จะทำหน้าที่เป็นเหมือนผู้สื่อข่าวคอยรายงานความเคลื่อนไหวของขบวนการนี้ เท่าที่จังหวะและโอกาสจะทำได้ (เพราะตอนนั้นยังมีข้อจำกัดอยู่เยอะมาก ) และหลังจากนั้น การเดินทางและการขอลี้ภัยในอเมริกา จึงเริ่มต้นขึ้น

และในราวปี 2559 คุณทักษิณ ได้เดินทางมาเยี่ยม ขบวนการเสรีไทเป็นครั้งแรก ที่แอลเอ. แคลิฟอร์เนีย พร้อมหาทางอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ ซึ่งในวันนั้นผมก็ย้ำกับคุณทักษิณอีกครั้งว่า เป้าหมายหลัก ที่ผมอาสาเข้ามาร่วมเคลื่อนไหวในต่างประเทศครั้งนี้ เพราต้องการต่อสู้กับอำนาจเผด็จการในประเทศไทย ( เห็นสัญญาณความล้มเหลวของขบวนการเสรีไท )  ผมไม่ได้สู้เพื่อให้เพื่อไทยได้ชนะเลือกตั้ง หรือให้คุณทักษิณได้กลับประเทศ แต่เป้าหมายคือการเรียกร้องต่อสู้ให้บ้านเมืองมีประชาธิปไตยกลับคืนมาเป็นสำคัญ ส่วนเพื่อไทยจะได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งหรือไม่ คุณทักษิณจะได้กลับประเทศหรือไม่ เป็นเป้าหมายรองหรือเป็นผลพลอยได้จากการที่บ้านเมืองไทยมีประชาธิปไตยกลับมาแล้วเท่านั้น.

ซึ่งวันนั้นคุณทักษิณก็ยังย้ำกลับผมว่า “ใช่.. เราสู้เพื่อให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย”

นี่คือข้อเท็จริงที่เกิดขึ้นกับสถานะผู้ลี้ภัยของผม  และถึงวันนี้ เวลาผ่านไป 11 ปีเต็ม  เป็นสิบเอ็ดปีที่ไม่เพียงแต่จะต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่จากศูนย์ แต่ยังเป็นการเริ่มสร้างชีวิตใหม่ด้วยวัย 50 ปีที่เต็มไปด้วยข้อจำกัด ความบีบคั้น แรงกดดัน ความเจ็บปวด และความยากลำบากสารพัด แม้จะได้สถานะเป็นพลเมืองอเมริกันอย่างสมบูรณ์แล้ว แต่ชีวิตที่คาดหวังเอาไว้ว่าจะมีหลักปักยืนอย่างมั่นคงกับเขาบ้าง ก็ยังร่อยหลอ เลื่อนลอยและดูไร้ค่าอย่างยิ่ง...ในปัจจุบัน

ดังนั้น “การเป็นผู้ลี้ภัย” ของผม ควรหรือไม่ที่ “ทักษิณ หรือ เพื่อไทย” จะเอาไปทวงบุญคุณ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อ๋อย' จี้ 'กกต.' สรุปคดีฮั้วสว. ถ้าทำหลักฐานข้อสงสัยสังคมตกน้ำ อาจเกิดปัญหาใหญ่ตามมา

จาตุรนต์ สะกิด กกต.รวบรวมพยานหลักฐานคดีฮั้วสว.ส่งศาลแบบตรงไปตรงมาไม่ออมมือ ถ้าตัดสินใจแบบที่ไม่สอดคล้องกับความรู้สึกของสังคมที่ต่างรับรู้ข้อมูลหลักฐาน อาจจะเกิดเป็นปัญหาใหญ่ตามมา

'จุลพันธ์' ลั่นรัฐบาลยังแน่นปึ้ก เคลียร์ปม 'หมอชลน่าน' ร่วมเวทีฝ่ายค้าน

'จุลพันธ์' การันตี เสถียรภาพรัฐบาลยังแน่นปึ้ก หลังมีข้อกังขา 'หมอชลน่าน' ร่วมเสวนากับฝ่ายค้าน แจง 'เพื่อไทย' เปิดกว้างสมาชิกทำกิจกรรมสื่อสารปชช.ได้

'สมยศ' ผุดนิยายสั้น 'อย่าได้อ่านเรื่องไร้สาระของคนสารเลว' จอมให้กำลังใจยังเคารพเสมอ

“สมยศ” โพสต์เศร้า! “อย่าได้อ่านเรื่องไร้สาระของคนสารเลว” ก่อนเล่าเรื่องราวชายคนหนึ่งเผชิญแรงกดดันห

'อนุทิน' เผยเจอ 'ทักษิณ' พูดคุยเคารพนับถือกันเป็นเรื่องปกติ ชี้เป็นมิตรหรือศัตรู ต้องมุ่งทำประโยชน์ให้ประชาชน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีไปร่วมงานศพ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรมช.มหาดไทย แล้วได้พบกับ นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ

'อนุทิน' พบ 3 อดีตนายกฯ ร่วมงานสวดพระอภิธรรม 'เกรียง กัลป์ตินันท์'

นายกฯ เป็นประธานงานสวดพระอภิธรรม ’เกรียง กัลป์ตินันท์‘ ขณะที่ ‘4 นายกฯ’พบหน้าครั้งแรกพร้อมเพรียง ‘อนุทิน-ทักษิณ-แพทองธาร-สมชาย’