ดีเอสไอ พร้อมให้ความเป็นธรรม 6 โรงกลั่น เข้ารับทราบข้อหา-ชี้แจงหลักฐาน ปกปิดข้อมูลขนส่งน้ำมัน

จับตา “6 โรงกลั่นยักษ์ใหญ่” ทยอยตบเท้ารับทราบข้อหา “ดีเอสไอ" 11-12 มิ.ย.69 ความผิดฐานขนส่ง - ปกปิดข้อมูลใบกำกับขนส่งน้ำมันทางเรือ 166 ฉบับ ไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานกำหนด ส่อเวียนใช้กระทำผิด ด้าน “โฆษกดีเอสไอ” เผย พนักงานสอบสวนตั้งประเด็นสอบสาเหตุไม่กรอกข้อมูลให้ครบ 8 ข้อสำคัญตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน - หลักเกณฑ์การออกเอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมัน - บทบาทโรงกลั่นตลอดเวลาที่ผ่านมา ยืนยันให้ความเป็นธรรม พร้อมรับฟังหลักฐานชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาประกอบเข้าสำนวนการสอบสวน

10 มิถุนายน 2569 - รายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า สำหรับการตรวจสอบใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือ จำนวน 166 ฉบับ ของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือโรงกลั่น 6 แห่งในประเทศไทย ที่ไม่มีการกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน 8 ข้อสำคัญ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ซึ่งถือเป็นความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ที่กำหนดว่าจะต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนทั้ง 8 ข้อสำคัญนั้น

ทางคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาซึ่งเป็นนิติบุคคลระดับมหาชนทั้ง 6 บริษัท เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหา ฐานเป็นผู้ค้าน้ำมันทำการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เป็นไปตามวิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543

โดยได้นัดหมายให้โรงกลั่นเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในระหว่างวันที่ 11 – 12 มิ.ย.69 ประกอบด้วย วันที่ 11 มิ.ย.69 นัดหมาย 1.บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน): Bangchak Sriracha (BSRC) 2.บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน): Star Petroleum (SPRC) 3.บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน): Thaioil (TOP) ส่วนวันที่ 12 มิ.ย.69 นัดหมาย 1.บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน): Bangchak (BCP) 2.บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน): IRPC 3.บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน): GC (PTTGC)

ด้านพฤติการณ์ทางคดี สำหรับเอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือ จำนวน 166 ฉบับดังกล่าว ที่ไม่มีการกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนนั้น เป็นกรณีที่เกิดขึ้นเฉพาะในช่วงเดือน มี.ค.69-เม.ย.69 ซึ่งเป็นช่วงที่มีวิกฤติสงครามตะวันออกกลาง และประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างหนัก รวมถึงยังมีการปรับลดอัตราชดเชยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แต่เอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงเหล่านี้กลับกรอกรายละเอียดไม่ครบถ้วน ซึ่งไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562

เนื่องด้วยตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานฯ ใน 1 ใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง จะต้องประกอบไปด้วยข้อมูล 8 หัวข้อสำคัญ คือ 1.ชื่อผู้ค้าน้ำมันที่จ่ายและสถานที่จ่ายต้นทาง 2.วันที่ออกและเลขที่ใบกำกับการขนส่ง 3.ชื่อผู้รับและสถานที่ส่งมอบปลายทาง 4.ชื่อและที่อยู่ของผู้ขนส่ง 5.เลขทะเบียนพาหนะที่ใช้ขนส่ง ในกรณีขนส่งทางเรือให้ระบุชื่อเรือที่ใช้ในการขนส่ง 6.วันที่ออกเดินทางจากสถานที่จ่ายต้นทาง 7.ชนิดและปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ขนส่ง และ 8.ระบุหมายเลขประจำตรา (SEAL) หรือรหัส ELECTRONIC SEAL หรือระบบที่ใช้ในการควบคุมและติดตามยานพาหนะในการขนส่ง

แต่ปรากฏว่าโรงกลั่นน้ำมันไม่ได้ระบุรายละเอียดบางหัวข้อในใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง อาทิ ไม่ระบุวันที่ออกและเลขที่ใบกำกับการขนส่ง ไม่ระบุหมายเลขประจำตรา (SEAL) หรือรหัส ELECTRONIC SEAL หรือระบบที่ใช้ในการควบคุมและติดตามยานพาหนะในการขนส่ง ไม่ระบุวันที่ออกเดินทางจากสถานที่จ่ายต้นทาง เป็นต้น จึงทำให้เกิดการเวียนใช้ใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะเป็นการจงใจกระทำการ จึงเป็นช่องโหว่เปิดโอกาสให้ไปกระทำความผิดเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกดีเอสไอ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการสอบปากคำผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่ถูกออกหมายเรียกดำเนินคดีระหว่างวันที่ 11-12 มิ.ย.69 นั้น ก็จะเกี่ยวข้องกับพฤติการณ์การกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วนในเอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทั้ง 166 ฉบับ ตามที่ปรากฏเป็นพยานหลักฐานของผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ ว่ามีเหตุขัดข้องใดหรือปัจจัยใดที่ทำให้กรอกข้อมูล 8 ข้อสำคัญไม่ครบตามที่ประกาศกรมธุรกิจพลังงานกำหนดไว้

นอกจากนี้ ก็จะสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แต่ละแห่งว่าดำเนินการอย่างไรบ้าง หลักเกณฑ์การออกใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผ่านมาเป็นอย่างไร และผู้ถูกกล่าวหาจะปฏิเสธหรือรับสารภาพในข้อหาใดหรือไม่จากพฤติการณ์ทางคดีที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อเท็จจริงไป

หากยืนยันปฏิเสธข้อกล่าวหา ทางพนักงานสอบสวนก็ต้องรับฟังว่าผู้ถูกกล่าวหาจะส่งเอกสารคำชี้แจงประกอบคำให้การปฏิเสธเลยหรือไม่ หรือจะขอส่งคำชี้แจงและพยานหลักฐานอื่นในภายหลัง ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติที่พนักงานสอบสวนจะเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงในส่วนของตน

พร้อมย้ำว่า ในวันศุกร์ที่ 12 มิ.ย.69 พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้เชิญประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษคดีการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงทุกคณะฯ ของดีเอสไอ เข้ารายงานผลความคืบหน้าการดำเนินงาน เพื่อมีข้อสั่งการต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขยายผล 'นายกเฮง' ซัดทอด 2 ดีเอสไอ รับเงิน 55 ล้าน ส่ง 'บอส' โยงผู้มีอำนาจจัดสอบท้องถิ่น

ตำรวจ บก.ปปป.-ป.ป.ช.-ป.ป.ท. สนธิกำลังบุกจับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวขบวนการโกงสอบท้องถิ่น หลังขยายผลจับกุม "นายกเฮง" อดีตนายก อบต.-อดีตผู้สมัคร สส.เพื่อไทย อ้าง "บอส" สามารถช่วยบรรจุราชการได้ นัดหมายส่งมอบเงินผู้สมัครสอบ 107 ราย มูลค่า 55 ล้าน เป็นค่ามัดจำ แจ้งข้อหาหนัก

ให้ออกจากราชการไว้ก่อน! ยธ. สั่งเชือด 2 เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตัวกลางรับ-ส่งเงินโกงสอบท้องถิ่น

กระทรวงยุติธรรม ออกเอกสารแถลงการณ์จากกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวความคืบหน้าการติดตามผู้กระทำผิดและผู้ที่มีส่วนเชื่อมโยงกับการทุจริตการสอบท้องถิ่น โดยปรากฏข้อมูลและพยานหลักฐานที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า มีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จำนวน 2 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในลักษณะเป็น

'อภิสิทธิ์' ดึงสติ กกต. อย่าเคาะมติ 'ผลไม้พิษ' คดีฮั้วสว. ทำลายระบบการเมือง

'อภิสิทธิ์' จี้ กกต. ยึดบรรทัดฐานศาลฎีกา ชี้ขาดคดี 'ฮั้ว สว.' เตือนขืนใช้ 2 มาตรฐาน ยิ่งตอกย้ำเป็น 'ดอกไม้พิษ"' จาก สว. ที่เป็น 'กิ่งก้าน' ของพรรคที่เป็น 'ต้นไม้พิษ'

กระทุ้ง 'อ้วน-พท.' เคลียร์ปมรัฐบาลอิ๊งค์จุ้น 'คดีฮั้ว สว.'

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง และอดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "คดีฮั้ว สว. DSI ถูกรัฐบาลอุ๊งอิ๊งแทรกแซง?" โดยระบุว่า

รมว.ยุติธรรม เร่งสอบนายทุนชาวอิสราเอล ปมใช้คนไทยบังหน้าธุรกิจอสังหาฯภาคตะวันออก

“รุทธพล” เผย ดีเอสไอ จ่อออกหมายเรียกพยานนักธุรกิจอิสราเอลสอบปมใช้คนไทยบังหน้าฮุบอสังหาฯ พันล้านชลบุรีลามใต้ พร้อมขีดเส้นเตือน “สส.สมชาติ” รีบแจงการถือครองทรัพย์สินตามหมายเรียกครั้งที่ 3 หากยังเบี้ยวส่อถูกฟันคดีอาญาทันที

'รุทธพล' เผยDSIจ่อออกหมายเรียกรอบ 3  'สส.ส้ม' ภูเก็ต ปมถือหุ้นนอมินี หลังพบพิรุธปิดบริษัท ขายที่ดินราคาต่ำผิดปกติ

ที่รัฐสภา พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส. ภูเก็ต พรรคประชาชนขอเลื่อนการให้ปากคำ เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา ในฐานะพยาน ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ครั้งที่ 2 ในคดีตรวจสอบการถือหุ้น บริษัทเ