
'สื่อภูเก็ต' ร้อง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ถูกผู้มีอิทธิพลฟ้องปิดปาก แฉทุกคนรู้หมดใครบุกรุกที่สาธารณะ ใครอยู่เบื้องหลัง 'ภคมน' ชี้ เป็นคนใกล้ชิด 'รองซีฟู้ด' มองการโยกย้ายแค่ละคร คนถูกย้ายดีใจที่สุดในโลก ซัด เขียนบทไม่เนียน หวังวางอำนาจ'ระบอบสีน้ำเงิน' หลังปักธงภูเก็ตไม่ได้ แต่จะยึดทั้งอันดามัน
17 มิ.ย.2569- ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน รับยื่นหนังสือจาก นายวรพงศ์ ยูระหมาน ผู้ก่อตั้งเพจข่าวโหดจัง จังหวัดภูเก็ต กรณีถูกผู้มีอิทธิพลรายหนึ่งฟ้องร้องดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
นายวรพงศ์ กล่าวว่า วันนี้ที่ตนเองต้องลำบากมาถึงกรุงเทพฯ และมายื่นเรื่องต่อกรรมาธิการ พัฒนาการเมืองฯ ที่คิดว่าจะได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด วันนี้ตนเองเดือดร้อนการนำเสนอปัญหาหาดบางเทา ที่ผู้มีอิทธิพล ญาติของข้าราชการระดับใหญ่ในจังหวัดภูเก็ต มาฟ้องปิดปาก จึงอยากให้สื่อมวลชนได้เห็นว่าสื่อท้องถิ่นที่ตนเองกำลังเผชิญอยู่ เผชิญกับผู้มีอิทธิพลเจ้าของที่บุกรุกที่สาธารณะจังหวัดภูเก็ต ให้ประชาชนคนประเทศไทยได้เห็น ที่ตนได้เขียนในเพจข่าวว่า
“โดนหมดปลัดจังหวัดภูเก็ต ป้องกันจังหวัดภูเก็ต นายอำเภอทั้งสามอำเภอ ช่วยราชการกรณีล้างบางอิทธิพลหาดบางเทา เส้นใหญ่เร่งยกชุด นายกรัฐมนตรีปล่อยให้เกิดได้ไง” ข้อความนี้ตนโดนฟ้องเรียกค่าเสียหายหมด 5 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้ฟ้องที่จังหวัดภูเก็ต แต่ไปฟ้องถึงศาลอาญาที่กรุงเทพฯ รู้สึกว่าการกระทำแบบนี้ ที่มีการนำเสนอข้อความ มันรุนแรงไปหรือไม่กับการฟ้องร้อง แต่ทุกคนมีสิทธิ์ฟ้องร้อง
ทั้งนี้ ยังโดนฟ้องข้อความที่วิเคราะห์ไว้ล่วงหน้าว่า “กรณีที่นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยและรัฐมนตรีต่างๆ ลงไปที่จังหวัดภูเก็ต ปราบล้างมาเฟียปราบล้างผู้บุกรุก ผู้มีอิทธิพล ข้าราชการจังหวัดภูเก็ตถ้าดำเนินการปราบปรามผู้มีอิทธิพลแบบนี้ ไม่เกิน 2 อาทิตย์โดนเด้งแน่” ที่ได้เขียนไว้ก่อนที่จะมีคำสั่งเด้งประมาณ 2 อาทิตย์ แล้วก็เป็นจริง จึงเอาข้อความนี้มาฟ้องอีก สิ่งที่คนในจังหวัดภูเก็ตถ้าทุกคนได้ลงมาในพื้นที่จริง ทุกคนรู้หมดว่า ใครบุกรุก ใครอยู่เบื้องหลัง ไม่สามารถนำเสนอความจริงได้เลย แต่วันนี้ตนยังมีคดีความติดตัวอยู่และต้องขึ้นมาดำเนินการที่กรุงเทพฯเพื่อที่จะรับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินการสู้คดีต่อไป และอยากจะนำเรื่องนี้ให้สื่อมวลชนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ช่วยกันติดตามความเป็นจริงว่าสื่อในจังหวัดภูเก็ตทุกวันนี้ถูกเบียดเบียนถูกกดขี่ ถ้านำเสนออะไรที่ไม่ได้เป็นผลบวกหรือผลประโยชน์ ก็จะโดนแบบนี้แบบ
ด้านน.ส.ภคมน กล่าวว่า ผู้มีอิทธิพลดังกล่าวไม่ใช่คนใหม่ แต่เป็นผู้มีอิทธิพลที่มีข่าวเมื่อไม่กี่วันมานี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับข่าวการย้ายรองผู้ว่าซีฟู้ด ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้พูดในที่ประชุมกระทรวงมหาดไทยว่า รองผู้ว่าฯคนดังกล่าว มีคนสนิทเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ และบุกรุกที่สาธารณะ และคนที่ฟ้องสื่อมวลชนท้องถิ่นวันนี้ ก็เป็นคนใกล้ชิดของคนนั้น
น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า การย้ายรองผู้ว่าฯ เป็นเพียงละครฉากหนึ่งเท่านั้น คนที่ยังมีอำนาจและมีมือทำงานอยู่ในพื้นที่ ก็ยังดำเนินการอยู่ ยังคงเรียกรับผลประโยชน์ ฟ้องสื่อมวลชน และทำทุกอย่างเหมือนเดิม ดังนั้น รัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ในฐานะเจ้ากระทรวง ต้องจริงใจกับประชาชน และต้องยอมรับให้ได้ หากประชาชนตั้งคำถามว่า การย้ายผู้ว่าฯและรองผู้ว่าฯภูเก็ต เป็นแค่ละครฉากหนึ่ง ที่จะนำไปสู่การวางอำนาจใหม่ในจังหวัดเท่านั้น โดยการย้ายรองผู้ว่าฯที่มีข้อกล่าวหาที่รุนแรง ทำไมจึงไม่มีการสอบทางวินัยและทางอาญาให้สาธารณชนรับรู้
“ร้อยวันพันปี การประชุมมหาดไทยประชาชนไม่เคยรับรู้ แต่ 2-3 วันที่ผ่านมา ประชาชนได้เห็นการประชุม เพราะคุณมีธงที่ชัดเจน ว่าต้องการจะแสดงอะไรกับสาธารณะ และได้แสดงบทนั้นออกมา สุดท้ายแล้วความขัดแย้งส่วนตัว ประชาชนไม่ได้สนใจ แต่สิ่งที่สนใจคือผลประโยชน์ อิทธิพล และส่วย จะถูกจัดการอย่างไร” น.ส.ภคมน กล่าว
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า “วันนี้ทุกคนทราบว่า การย้ายแค่หัวแต่หางยังอยู่ คิดเหรอว่าเขาจะไม่เสิร์ฟเครื่องบรรณาการเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นหากจะจริงจังเล่นใหญ่แล้ว ก็เอาให้จริง ขุดถอดรากถอนโคน ที่กินผลประโยชน์ในจังหวัดว่าอยู่ตรงไหนบ้าง อย่าแค่มาเล่นใหญ่ฮึ่มๆ และการย้ายครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ตลกมาก ซึ่งกรณีของรองซีฟู้ด มีความผิดและข้อกล่าวหาชัดเจน แต่ย้ายจากจังหวัดภูเก็ตไปนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจังหวัดที่ใหญ่กว่า แถมเป็นจังหวัดบ้านเกิดด้วย จึงคิดว่านี่คือฐานความผิดของการย้ายข้าราชการ ที่มีความผิด แต่คนถูกย้ายน่าจะดีใจที่สุดในโลกแล้ว ย้ายกันยังไงให้คนถูกย้ายดีใจ”
น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า ฉากละครสำคัญวันนี้เล่นไม่เนียน ผู้เขียนบททำมาไม่ละเอียด แต่ฉากละครที่ประชาชนต้องติดตามต่อไป คือการวางอำนาจใหม่ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งที่ตนกล้าพูดแบบนี้ เปิดแผนที่ประเทศไทยดูได้เลย ว่าภาคใต้ฝั่งอันดามัน ยกเว้นจังหวัดภูเก็ตเท่านั้น ที่พรรคภูมิใจไทยยังไม่สามารถยึดครองได้ ดังนั้นการย้ายผู้ว่าฯวันนี้ คือการวางอำนาจใหม่ของระบอบสีน้ำเงิน ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และคาดหวังว่า จะยึดอันดามันให้ได้ทั้งหมด
ดังนั้น วันนี้อย่ามองแค่ความขัดแย้งของบุคคล หรือการกระทำที่เกิดขึ้นของบุคคล สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ใหญ่กว่านั้นมาก และกำลังทำให้ประชาชนหมดศรัทธา ทำให้ระบอบสีน้ำเงินขยายใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งวันนี้คนที่ต้องรับผิดชอบ คือผู้มีอำนาจทุกคน อย่าทำให้ประชาชนเบื่อหน่าย และอย่าให้หมดศรัทธากับการเมืองไทย อย่างน้อยต้องแสดงความจริงใจ และสืบเรื่องนี้อย่างจริงจัง
น.ส.ภคมน เชื่อว่า หลังจากข่าวนี้ออกไป จะมีคนออกมาบอกว่า เตรียมตั้งคณะกรรมการสอบ ขอพูดตรงๆว่าตนไม่เชื่อ เพราะที่ผ่านมา เรื่องของอธิบดีกรมการปกครอง นายกฯบอกว่าจะตั้งคณะกรรมการสอบ แต่รองอธิบดีกรมการปกครอง ได้บอกใน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ว่ายังไม่มีการตั้งคณะกรรมการ เพราะฉะนั้นอย่าพ่น อย่าพูดไปเรื่อยๆ ทำให้จริง ประชาชนจับอยู่
เมื่อถามว่า เปลี่ยนผู้ว่าคนใหม่แล้วขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีได้สั่งให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้ง 3 คนลงพื้นที่ จะสามารถปราบมาเฟียผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ได้หรือไม่ นายเฉลิมพงศ์ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องอิทธิพลเรื่องส่วยมีมานานแล้ว เปลี่ยนผู้ว่าฯกี่สิบคนก็ยังมีส่วย ลมใต้ปีกของผู้มีอิทธิพลก็คือข้าราชการระดับสูงที่เกาะกินจังหวัดภูเก็ตอยู่ วันนี้คนภูเก็ตจำทนมาหลาย 10 ปี ก็อยากที่จะเลือกตั้งผู้ว่ากำหนดอนาคตของคนภูเก็ตเอง จึงอยากฝากถึงนายกรัฐมนตรีด้วยว่าคนภูเก็ตอยากเลือกตั้ง
ด้านนายเฉลิมพงศ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเองลงพื้นที่ภูเก็ตเยอะมาก ก็น่าจะรู้ปัญหาดีอยู่แล้วว่าปัญหาเหล่านี้อยู่ตรงไหน อยู่ที่ความจริงใจของนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่าสั่งการวันนี้เสร็จตั้งแต่เมื่อวานแต่วันนี้ยังไม่เห็น ก็ขอให้สั่งวันนี้ พรุ่งนี้เสร็จก็ได้ ไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรูมาให้ความหวังคนภูเก็ต ซึ่งตนจะติดตามเรื่องนี้ให้ถึงที่สุดตราบใดที่ตนยังเป็น สส.ของคนภูเก็ตอยู่ ก็พยายามที่จะไปขุดหลุมต่างๆรัฐบาลต้องไปกลบหลุมให้ทัน หากมีความจริงใจจริงก็ช่วยแก้ปัญหาในหลุมนั้นด้วย
เมื่อถามว่า ในการโยกย้ายครั้งนี้จะเป็นการถือโอกาสเพื่อวางโครงข่ายระบอบสีน้ำเงินใหม่หรือไม่ น.ส.ภคมน กล่าวว่า หากไปดูผู้ว่าราชการที่ย้ายเข้าไปใหม่ตอนนี้ตนไม่ได้ สบประมาทหรือดูแคลน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสายใกล้ชิดของท่านคือสายไหน
"สิ่งที่เราเห็นกันหน้าฉากวันนี้ส่วนหนึ่งเป็นการวัดพลังกันเพื่อชิงกันนำเป็นที่หนึ่งในพื้นที่ภาคใต้ของผู้มีอำนาจในพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทยเช่นกัน เรื่องแก้ปัญหาเป็นเรื่องรอง แต่วันนี้สิ่งที่ทำได้คือของใครเข้าไปมีอำนาจมากกว่าคน ๆ นั้นมีโอกาสเป็นที่หนึ่งในพื้นที่ภาคใต้ และการแก้ปัญหาของประชาชนเป็นเรื่องรองมา นี่คือจุดประสงค์หลัก ๆ ที่ดิฉันอยากชวนประชาชนมองข้ามช็อตให้ทันเกมของการวางระบอบสีน้ำเงินในวันนี้" น.ส.ภคมน กล่าว
เมื่อถามว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นที่เป็นบอกว่าเป็นการวัดพลังจะนำไปสู่รอยร้าวในพรรคหรือไม่เพราะล่าสุดนายกฯเอา EEC กลับมาดูเอง น.ส.ภคมน กล่าวว่า คนอื่นต้องให้ความเป็นธรรมก่อนเพราะตนไม่แน่ใจว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมงานล้นมือหรือไม่ นายกรัฐมนตรี อาจเห็นแล้วว่าการบริหารจัดการเรื่องปัญหา EEC และการนำเรื่อง พ.ร.บ. SEC เข้ามา อาจถูกตั้งคำถามและมีการต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่ทั้งภาคตะวันออกและภาคใต้เพิ่มขึ้น อาจจะแบ่งเบาภาระของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
แต่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ตนคิดว่าประชาชนและคนไทยทั้งประเทศไม่ควรรับรู้และเป็นภาระของพวกท่านไปจัดการให้เสร็จ ว่าใครควรใหญ่กว่าใคร พอแข่งกันใหญ่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นกับประชาชน ปัญหาไม่ได้ถูกจัดการ กลายเป็นว่าวันนี้ต้องตัดสินกันก่อนว่าใครใหญ่ที่สุด
"ดิฉันคาดหวังว่านายกรัฐมนตรีท่านจะสามารถนำคณะรัฐมนตรีและรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ดิฉันคาดหวังจะเห็นพรรคภูมิใจไทยเป็นเอกภาพมากกว่านี้ ไม่ใช่ให้กำลังใจไม่ได้รักอะไรท่านขนาดนั้นเพียงแต่คาดหวังให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้รับผลประโยชน์บ้างจากการขึ้นมาเป็นรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยในวันนี้" น.ส.ภคมน กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สส.ลิซ่า' แฉ ก๊วนจำเลยคดีรุกหาด รับ 'ส่วย' เดือนละ10 ล้าน 'ผู้ว่าเซมเบ้' ทำลายไม่สำเร็จ
'สส.ลิซ่า' แฉ มือทำงาน-จำเลยคดีรุกหาดบางเทา มีรายได้จากอำนวยความสะดวกให้ผู้บุกรุกพื้นที่สาธารณะเพื่อประกอบสถานบันเทิง หรือ 'ส่วย' เดือนละประมาณ 10 ล้านบาท ผู้ว่าเซมเบ้ เข้าไปทำลายกระเป๋าเงินของ รองผู้ว่าซีฟู้ด แต่ไม่สำเร็จ ชี้การโยกย้ายเป็นแค่การจัดวางอำนาจของระบอบสีน้ำเงิน
'พลอยทะเล' สวน 'ลิซ่า' ย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ตให้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ-ประชาชนไม่ใช่ละครตบตา
รองโฆษกรัฐบาลโต้ 'ลิซ่า' ปมย้ายผู้ว่าภูเก็ต เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ แก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้รับการแก้ไขมากขึ้น ยันไม่ใช่ละครตบตา หรือวัฒนธรรมการโยกย้าย
'รองฯกุ้ง' ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ศาลหลักเมืองสงขลา แฉคนเสียผลประโยชน์เกาะภูเก็ต เล่นงาน
'รองฯกุ้ง' ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ศาลหลักเมืองสงขลา รับตำแหน่ง รองผู้ว่าฯ เปิดใจยืนยันไม่ใช่ 'รองฯกุ้ง' ที่ถูกกล่าวหา พร้อมให้ตรวจสอบ แฉคนเสียผลประโยชน์เกาะภูเก็ต จ้องเล่นงานหนัก เนื่องจากตนบังคับใช้กฎหมายกับผู้บุกรุกชายหาด-ป่าไม้ ตรวจจับอาวุธในสถานบันเทิง
'จตุพร' ชี้ 'ภูเก็ต' ผลประโยชน์มหาศาล ผู้ว่าฯจิตไม่แข็งเสียคนได้ ถ้าลูบหน้าปะจมูกปัญหาไม่จบ
'จตุพร' มองย้าย ผู้ว่าฯ กับรองฯ ภูเก็ต ยกชุด เหตุไม่ร่วมมือกันแก้ปัญหาให้ ปชช.ชี้ภูเก็ต เป็นแหล่งท่องเที่ยวมีผลประโยชน์มหาศาล ใครมาเป็นผู้ว่าฯ ต้องเจอปัญหากลุ่มทุนมาเฟียผู้มีอิทธิพล ถ้าจิตไม่แข็งพอก็เสียคน ถ้าลูบหน้าปะจมูกแก้ปัญหาไม่จบ
ปลัด มท. แจงยิบ สลับเก้าอี้ปกครองภูเก็ต เหมือนมีเม็ดทรายในรองเท้าก็ต้องเอาออก
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีครม.เห็นชอบแต่งตั้งนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตแทนว่า
อดีตผู้พิพากษาถอดรหัสคำแนะนำ 'ประธานศาลฎีกา' ว่าด้วยการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา วิเคราะห์คำแนะนำประธานศาลฎีกาฉบับใหม่ ว่าด้วยการดำเนินคดีโดยไม่สุจริต ชี้เป็นหมุดหมายสำคัญของก

