มากันเป็นขบวน!ทนายอั๋นชง 'ลิซ่า' รับขยี้ปมทุจริตสอบท้องถิ่น

'ทนายอั๋น' ยื่น กมธ.พัฒนการเมืองฯ ปมทุจริตสอบท้องถิ่น ด้าน 'ภคมน' จ่อนำพิจารณาสัปดาห์หน้า โวมีคนส่งข้อมูลทั้งอดีต-ปัจจุบันเพียบ

02 ก.ค.2569 - ที่รัฐสภา นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เข้ายื่นหนังสือถึง น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบการสอบแข่งขันบุคคลเข้าเป็นข้าราชการหรือเจ้าพนักงานส่วนท้องถิ่น จากกรณีที่มีการทุจริตการสอบท้องถิ่น

โดย นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า หลังจากที่ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้จับกุมโกงสอบท้องถิ่น แต่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบไม่ได้ออกมาการันตี หรือรับประกันว่าคดีนี้จะดำเนินการเพื่อให้ได้ตัวการผู้กระทำความผิด แต่กลับออกมาฟ้องผู้ที่เผยแพร่คลิปเสียง จึงต้องการให้กมธ. เรียกบุคคลและพยานหลักฐาน เข้ามาชี้แจงในกมธ. ซึ่งหวังว่าจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ เนื่องจากกรณีที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายให้กับระบบราชการและประชาชน โดยวันนี้มีการตั้งไลน์กลุ่ม และมีบุคคลอยู่พันกว่าคน เป็นบุคคลซึ่งสอบเข้ามาโดยสุจริตจะมาร้องเรียนกมธ. และทำเนียบรัฐบาลด้วย จึงขอกมธ. นำเรื่องนี้เข้าสู่การประชุมโดยด่วน

ขณะที่ น.ส.ภคมน กล่าวว่า ช่วงเวลานี้ที่มีกระแสข่าวการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาในกมธ. โดยมีการส่งเอกสาร จากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการสอบ ผู้สังเกตการณ์ และติดตามเรื่องนี้ตั้งแต่ในอดีต ดังนั้นเรื่องที่ทนายอั๋นมายื่นจึงไม่ใช่เรื่องแรก ทั้งหมดจะทำให้เราเห็นว่าความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นแค่ปัจจุบัน แต่มีความเสียหายย้อนหลังไปในอดีตในหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะอยู่ในขบวนการเดียวกันในการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ดังนั้นกมธ.จะนำเรื่องร้องเรียนทั้งหมด เข้าพิจารณาโดยอาจจะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาให้ข้อมูลสำคัญ เพราะวันนี้ถ้าเราติดตามข่าว รู้สึกว่าหลักฐานต่างๆกระจัดกระจายมากๆ ซึ่งมีทั้งฝ่ายสอบสวนที่เป็นของกระทรวงมหาดไทย และป.ป.ช. ถ้าการสอบสวนยังแยกส่วนกันอยู่แบบนี้ โดยไม่มีหน่วยงานกลาง เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นเกิดภายใต้กระทรวงมหาดไทย และประชาชนก็ไม่ได้เชื่อมั่นในป.ป.ช. และทั้ง 2 หน่วยงานก็ไม่สามารถที่จะสืบหาข้อเท็จจริงได้ จึงคิดว่าทางกมธ. จะเป็นตัวกลางในการสืบหาข้อมูลและข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลางที่สุด และนำมาเสนอต่อสังคมต่อไปเพื่อให้ช่วยตัดสินว่าเรื่องนี้ใครต้องรับผิดชอบ

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า วันนี้มีพยานหลักฐานและความเสียหายกว้างขวางมากมาย จึงควรหาคนรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ได้แล้ว เพราะความเสียหายเกิดขึ้นเยอะมาก การทุจริตเมื่อคิดเป็นจำนวนเงินสูงถึง 4,500 ล้านบาท หากย้อนกลับไปในอดีตมีการทุจริตในโครงการที่ใหญ่ขนาดนี้ในช่วงเวลาใดบ้าง ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกันตรวจสอบและทำให้เรื่องนี้กระจ่าง

น.ส.ภคมน ยังกล่าวอีกว่า ตนมองว่ากระบวนการการจัดสอบ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมาพิจารณากันว่า วิธีการสอบแบบเดิมๆยังใช้อยู่ได้หรือไม่ จะต้องมีการถ่วงดุลจากใครหรือไม่ เพราะการสอบในระดับนี้การเอาคนเข้าสู่ระบบราชการ ที่เป็นความหวังของประชาชน ใช้ความรู้ความสามารถระดับนี้ ถ้าพูดกันตรงๆ ก็ไม่ต่างจากการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นควรมีผู้สังเกตการณ์จาก ภายนอกเข้ามาสังเกตการณ์การสอบ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นจุดยืนของพรรคประชาชนด้วย

เมื่อถามว่า จะมีการกรอกการพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร น.ส.ภคมน กล่าวว่า ในส่วนของกมธ. คาดว่าในสัปดาห์นี้จะมีการตั้งวาระ และในสัปดาห์ถัดไปจะพิจารณาเรื่องนี้ แต่เราจะทำให้การพิจารณาเรื่องนี้เร็วที่สุด เพราะข้อมูลหลักฐานเรามีเยอะมาก รวมถึงข้อมูลความเสียหายย้อนหลังที่เกิดขึ้นทั้งในปี 2566 และ 2567 ดังนั้นถ้าพิจารณาจริงๆ ตนคิดว่าน่าจะต่อกันติด และพอที่จะเห็นว่าเป็นขบวนการที่ไม่ได้แตกต่างกัน และการที่รัฐบาลบอกจะใช้เวลา 7 วัน แต่ทางป.ป.ช. บอกว่าต้องใช้เวลา 3-6 เดือน ตนคิดว่าใช้เวลานานเกินไป เพราะความเสียหายเมื่อเกิดขึ้นแล้วภาพลักษณ์ของประเทศและการทุจริตในระบบราชการพังไปแล้ว จึงควรที่จะสืบหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ซึ่งจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดให้ภาพลักษณ์ของระบบราชการไทย

เมื่อถามว่า ที่ประชุมวุฒิสภาถอนร่าง กฎหมายระเบียบบริหารราชการท้องถิ่น ออกไป 30 วัน ทั้งที่เป็นช่วงที่มีปัญหาทุจริตมองเรื่องนี้อย่างไร น.ส.ภคมน กล่าวว่า ตนไม่ทราบเจตนาของการดึงร่างกฎหมายกลับไป แต่ถ้าได้อ่านระเบียบ ของกฎหมายฉบับนี้ก็ไม่ต่างจากของพรรคประชาชนคือเราต้องการให้ดึงอำนาจการสอบออกจากส่วนกลาง และเมื่อวุฒิสภากลับไป ก็ไม่อยากให้ดึงกลับไปดองไว้เฉยๆ อยากให้พิจารณาในรายละเอียดและลองดูว่าสามารถปิดช่องการทุจริตที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้อย่างไร และเมื่อส่งกลับเข้ามาก็ควรที่จะดำเนินการตามปกติ โดยหวังว่าจะมีการปรับปรุงแล้วไม่ใช่ดึงกลับไปเพื่อลดแรงเสียดทานบางอย่างในการวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมขณะนี้เท่านั้น

เมื่อถามว่า ล่าสุดกรณีสอบทุจริตท้องถิ่นมีหลายกมธ. ที่พิจารณาเรื่องนี้ ทางกมธ. พัฒนาการเมืองฯ จะมีการทำงานร่วมกับกมธ. อื่นหรือไม่ น.ส.ภคมน กล่าวว่า มีการพูดคุยกับกมธ. ตามกฎหมาย ที่มีนายรังสิ มันต์โรม สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนเป็นประธาน ว่า จะแบ่งพิจารณากันอย่างไร แต่ถ้าพิจารณาตามกรอบอำนาจของกมธ. วาระที่เราจะพูดคุย มีความแตกต่างกันอยู่แล้ว ซึ่งในส่วนของกมธ. พัฒนาการเมืองเห็นว่าเมื่อกระทรวงมหาดไทยเปิดให้ประชาชนผู้เสียหายร้องเรียนเข้ามา เราคิดว่านี่คือการมีส่วนร่วมของประชาชน และเมื่อเรื่องต่างๆส่งเข้ามามาที่กมธ. ต้องหยิบขึ้นมาพิจารณาแน่นอน เพราะประชาชนควรจะได้รับการร่วมตรวจสอบ ส่วนในกมธ. การกฏหมาย อาจจะหาที่มาที่ไปของเส้นเงิน ซึ่งสามารถแยกกันทำงานได้ แต่หลักฐานสำคัญที่เราได้รับจากอำนาจหน้าที่ของกมธ. เอามากองรวมกันก็จะหาข้อสรุปร่วมกันได้ไม่ใช่ปัญหา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ห้ะ! 'ปชน.' นัด 30 ส.ค. เปิดศาลาวัด ทุบกำแพงโสโครกสีน้ำเงิน เอาซากมาถมที่ทำฮวงซุ้ยเขากระโดง

รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เชิญชวนแฟนคลับ 'มาทุบกำแพงโสโครกสีน้ำเงินกัน' วันที่ 30 ส.ค. ที่ศาลาการเปรียญวัด

'เท้ง' ลั่นก้าวสู่ปีที่ 3 'ปชน.' สานต่อภารกิจ 'อนาคตใหม่-ก้าวไกล' ซัดระบอบสีน้ำเงิน ทำหลักนิติรัฐ-นิติธรรมสั่นคลอน

'ณัฐพงษ์' โพสต์ 2 ปี พรรคประชาชน กับภารกิจสร้างอนาคตใหม่ที่ดีกว่า สร้างประเทศไทยให้ก้าวไกล เพื่ออำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน

สว.อังคณา หนุน 'อนุสรณ์' ต้านมิน ออง ไลง์ แปลกใจพรรคส้มพูดสิทธิมนุษยชนแต่กลับเงียบ

“อังคณา” เชื่อ “อนุสรณ์” ประท้วงการเยือนไทยของ “มิน ออง ไลง์” มาจากมโนสำนึกของคนที่เชื่อมั่นในศักดิ์ศรีความเป็

'ปชน.' จี้ยกระดับความปลอดภัยโรงเรียน คุมเข้มอาวุธปืน ป้องเกิดเหตุซ้ำ

'พรรคประชาชน' เสียใจ เหตุกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี จี้คุมอาวุธปืน-ยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา ของดเผยแพร่ความรุนแรง

'หมอสุภัทร' ยื่นสอบ 'สธ.' ใช้เงินรพ.จัดอีเวนต์ 'รักชนก' รับลูกเร่งชง กมธ. สังคายนา

'หมอสุภัทร’ บุกสภา ยื่นสอบ ‘สธ.’ ใช้เงินบำรุงโรงพยาบาลจัดอีเวนต์ 'รักชนก' ’รับลูกเตรียมชงเข้า กมธ.ติดตามงบฯ สังคายนา

พรรคประชาชน แสดงจุดยืนคัดค้าน 'มิน อ่อง หล่าย' เยือนไทย เปิด 6 ข้อเรียกร้องรัฐสภา-รัฐบาล

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วยนายศิรชัช ตรีวิศวเวทย์ คณะทำงานโครงการเครือข่ายประชาธิปไตยอาเซียนเพื่อสันติภาพ สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน แถลงคัดค้านการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของพลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์