เปิดสภาพ 'ปราสาทคนา' หลังศึกชายแดน พบรอยกระสุน-ฐานเสบียงทหารกัมพูชา

กองทัพบกพาสื่อสำรวจ “ปราสาทคนา” จ.สุรินทร์ หลังยึดพื้นที่คืน พบร่องรอยความเสียหายจากการสู้รบ จุดเก็บเสบียงและข้อความภาษากัมพูชาบนแผ่นหิน ขณะที่กรมศิลปากรเก็บหลักฐานโบราณวัตถุเตรียมศึกษาบูรณะ ด้านแม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำทุกพื้นที่ชายแดนยังต้องเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์

19 มิถุนายน 2569 - พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก พร้อมด้วย พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ปราสาทคนา บริเวณสันปันน้ำเทือกเขาพนมดงรัก ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อติดตามผลการปฏิบัติการทางทหารในช่วงการสู้รบรอบที่ 2 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา

จุดแรกที่คณะเข้าตรวจสอบคือพื้นที่จัดเก็บเสบียงของทหารกัมพูชาในช่วงการสู้รบ โดยพบอาหารกระป๋องจำนวนมาก ทั้งข้าวกระป๋องและปลากระป๋อง สะท้อนถึงการใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานพักและสะสมเสบียงระหว่างปฏิบัติการ

นอกจากนี้ยังพบข้อความภาษากัมพูชาบนแผ่นหินระบุว่า "กัมปูเจีย ทะเมย" หรือ "กัมพูชาใหม่" ซึ่งเป็นชื่อเพจเฟซบุ๊กที่ทหารกัมพูชานิยมใช้เผยแพร่เนื้อหาและไลฟ์สด โดยคาดว่าถูกเขียนไว้ในช่วงที่ฝ่ายกัมพูชาควบคุมพื้นที่ รวมถึงพบโครงสร้างโรงครัวที่ใช้รองรับผู้บังคับบัญชา

คณะได้ร่วมวางดอกไม้รำลึกถึง ร.ต.เทิดศักดิ์ ศรีลาชัย นายทหารที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่คุ้มกันชุดทหารช่างสนาม แม้จะเผชิญการยิงสนับสนุนอย่างหนัก แต่ยังคงปฏิบัติภารกิจจนกองกำลังไทยสามารถเข้าควบคุมพื้นที่ปราสาทคนาได้สำเร็จ

จากนั้นได้ตรวจจุดปัก "ธงประกาศชัยชนะ" ซึ่งทหารไทยปักไว้หลังยึดพื้นที่คืนได้สำเร็จ โดยตั้งอยู่ใกล้ศิวลึงค์และโญนีภายในกลุ่มเทวสถาน

ส่วนบันไดไม้ 1,181 ขั้น ซึ่งเคยเป็นเส้นทางหลักที่ฝ่ายกัมพูชาใช้ขึ้นสู่ปราสาทคนา ปัจจุบันถูกทำลายไปแล้วในช่วงการสู้รบรอบที่ 2 โดยกองทัพภาคที่ 2 ทำลายระยะทางประมาณ 250 เมตร จากความยาวทั้งหมดราว 450 เมตร เหลืออยู่ประมาณ 200 เมตร พร้อมวางแนวรั้วลวดหนาม 2 ชั้นเพื่อควบคุมพื้นที่

กองทัพระบุว่าหลังยึดพื้นที่คืนได้ ยังคงรักษาสภาพพื้นที่บางส่วนไว้เป็นอนุสรณ์ เพื่อสะท้อนความยากลำบากของกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ดังกล่าว

สำหรับปราสาทคนา เป็นโบราณสถานโบราณอายุกว่า 1,100 ปี สันนิษฐานว่าเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 15 ประกอบด้วยกลุ่มปราสาทอิฐและกำแพงศิลาแลงล้อมรอบ โดยระหว่างการสู้รบพบร่องรอยความเสียหายหลายจุด ทั้งรอยกระสุนตามต้นไม้และความเสียหายบริเวณโบราณสถาน

ปัจจุบันกรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ได้เข้ามาเก็บหลักฐานทางโบราณคดี อาทิ รูปพญาครุฑและหลักศิลาสถาน รวม 28 ชิ้น เพื่อนำไปศึกษารูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมและเตรียมการบูรณะในอนาคต

ด้าน พล.ท.วีระยุทธ กล่าวว่า ปราสาทคนาเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และเป็นเป้าหมายแรกของปฏิบัติการยึดพื้นที่คืน พร้อมยืนยันว่าปัจจุบันกองทัพสามารถควบคุมพื้นที่ตลอดแนวได้ทั้งหมด

แม่ทัพภาคที่ 2 ยังระบุว่า กองทัพติดตามสถานการณ์ชายแดนอย่างใกล้ชิด โดยทุกพื้นที่ตั้งแต่กองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาคที่ 2 ไปจนถึงพื้นที่จันทบุรี-ตราด ถือเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง พร้อมประเมินสถานการณ์ด้านกำลังพล อาวุธ และการส่งกำลังบำรุงอย่างต่อเนื่อง

"ทุกพื้นที่มีความสำคัญ เราต้องเตรียมพร้อมทั้งกำลังพล ทรัพยากร และการฝึก ใครพร้อมกว่า เคลื่อนที่ได้เร็วกว่า และมีศักยภาพมากกว่า ก็มีโอกาสปฏิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่า" พล.ท.วีระยุทธ กล่าว

ทั้งนี้ วันที่ 20 มิถุนายน จะมีพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กำลังพลที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เขมรยังดื้อแพ่งเรื่องเขตแดน

นายกฯ ลงพื้นที่สุรินทร์ ให้กำลังใจทหารแนวหน้าฐานภูหลวง มอบเหรียญพระนารายณ์ทรงครุฑ ผ้ายันต์คาถายูงทองหลวงปู่มั่นติดหมวก เสริมขวัญกำลังใจ

'อนุทิน' เยี่ยมทหารแนวหน้า 'ปราสาทคนา-ช่องจอม' ชื่นชมกองทัพควบคุมพื้นที่ได้โดยสมบูรณ์

นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางให้กำลังใจกำลังพลที่บริเวณประสาทคนา​ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ว่า​ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.มหาดไทย ซึ่งเคยเป็นแม่ทัพภาคที่ 2

หลักฐานชัด 'กัมพูชา' ใช้พื้นที่รอบปราสาทคนา เป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร

หลักฐานชัด “กัมพูชา” ใช้พื้นที่รอบปราสาทนา เป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร ขุดคูเลต–สร้างบังเกอร์ ฐานยิงปืนใหญ่–ค.

กองทัพภาค 2 อัปเดตสู้รบชายแดน ยึดที่หมายสำคัญ 'ช่องคนา' จ.สุรินทร์ ได้

ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ดังนี้ ตามที่ได้เกิดการสู้รบตามแนวชายไทย-กัมพูชา ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ขอสรุปผลการปฏิบัติที่สำคัญดังนี้