“สว.ยุคล” จี้ “สตง.” ตอบให้ชัด ตรวจพบความเสียหายรัฐเท่าไร-เรียกเงินคืนแผ่นดินได้จริงกี่เปอร์เซ็นต์ พร้อมถามความคืบหน้าคดีตึก สตง. ถล่ม-โครงการใหญ่ของรัฐ ด้าน ‘มณเฑียร’ แจง ฟ้องบริษัทออกแบบ-บริษัทก่อสร้าง-บริษัทควบคุมงาน 23 ราย ฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต -ปลอมเอกสาร ให้คำมั่นจะทำหน้าที่เป็นตัวแทน ปชช.ตรวจสอบใช้จ่ายเงินให้เกิดผลสัมฤทธิ์
22 มิถุนายน 2569 - เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาเรื่องที่เสนอใหม่รายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ประจำปีงบประมาณ 2568
โดยนายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สว. อภิปรายว่า การตรวจสอบของสตง. ทำให้เงินของแผ่นดินได้รับการคุ้มครองมากขึ้นจริงหรือไม่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาสตง. ตรวจพบความเสียหายของรัฐจำนวนมาก แต่ประชาชนยังถามคำเดิมว่าเงินที่เสียหายนั้นรัฐได้กลับคืนมาบ้างหรือไม่ และหากได้ ได้เท่าไหร่ มีคดีสำคัญกี่เรื่อง กี่คดีที่ยังค้างคาอยู่ มีผู้รับผิดชอบกี่คนที่ต้องชดใช้ได้จริง เพราะความสำคัญของสตง. อยู่ที่การตรวจสอบ และต้องปกป้องผลประโยชน์ของชาติได้จริง และประเด็นเรื่องที่เกี่ยวกับตึกสตง.ถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 68 ที่ผ่านมา มูลค่าการก่อสร้างและใช้งบประมาณแผ่นดินมากกว่า 2 พันล้านบาท และเป็นตึกเดียวที่ถล่มในประเทศนี้
นายยุคล กล่าวว่า โดยจากข้อสังเกตรายงานฉบับนี้ มีการสรุปว่าตึกนี้จะสร้างต่อหรือหยุดไม่สร้างต่อ และเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ที่ใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทั้งสส.และสว. รวมถึงโครงการที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เช่น โครงการทางด่วนพระราม 2 ทางพิเศษมีอุบัติอุบัติเหตุเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก จึงอยากเห็นสตง.เข้าไปตรวจสอบอย่างจริงจังว่าเกิดอะไรขึ้น รวมถึงโครงการอีกหลายโครงการ ซึ่งตนขอถามไปยังสตง.ว่าได้ตรวจสอบโครงการไปถึงไหนแล้ว หรือล่าช้าหรือไม่ หากล่าช้าเพราะเหตุใด หรือเกรงใจใคร ความล่าช้าไม่ใช่ความผิดของสตง. แต่คือความเชื่อมั่นของประชาชนจะลดลง
นายยุคล กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม อยากถามว่า ในงบปี 68 สตง.ตรวจพบความเสียหายของรัฐเป็นมูลค่าเท่าไหร่ และสามารถเรียกคืนสู่แผ่นดินได้จริงกี่เปอร์เซ็นต์ และมีคดีอยู่ในระหว่างการติดตามและมีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนในความรับผิดชอบกี่คดี ทางสตง.จะฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อองค์กรได้อย่างไร
นายยุคล กล่าวว่า ตนอยากเห็นสตง.กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จเป็นจำนวนเงิน และที่สามารถปกป้องและเรียกคืนกลับสู่ประเทศได้จริงๆ ซึ่งอยากให้ทางสตง.เปิดเผยความคืบหน้าแต่ละคดีต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง อย่าปล่อยให้สังคมหมดหวัง เร่งรัดดำเนินคดีและให้สตง.เร่งรัดคดี และดำเนินการกับผู้ที่ทำให้รัฐเสียหายเพื่อให้เป็นบรรทัดฐาน พร้อมรับผิดชอบให้เป็นรูปธรรมโดยไม่เกรงใจใคร
ด้านนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ชี้แจงว่า ประเด็นเรื่องการก่อสร้าง สตง. วงเงินงบประมาณ 2.5 พันล้านบาท มีการดำเนินการก่อสร้างและเบิกจ่ายไป 900 กว่าล้านบาท แต่เนื่องจากการก่อสร้างอาคารสำนักงานในครั้งนี้ ไม่ใช่การก่อสร้างอาคารสำนักงานธรรมดาตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง แต่การก่อสร้างอาคารสำนักงานในครั้งนี้ พื้นที่ใช้สอยสูงจึงมีการกำหนดในกฎกระทรวงว่าเป็นก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ซึ่งมีวิธีการดำเนินการแยกออกไปต่างหากโดยเฉพาะ และการออกแบบจำเป็นต้องใช้คนที่มีความรู้ความสามารถ จึงได้มีการขออนุมัติดำเนินการจัดจ้างหาผู้ออกแบบมาออกแบบอาคารสำนักงาน พร้อมครุภัณฑ์สำนักงาน
นายมณเฑียร กล่าวต่อว่า โดยในการดำเนินการได้มีการเชิญไป 24 ราย แต่มีมายื่น TOR 3 รายและได้บริษัทที่มาออกแบบสำนักงานเมื่อได้แบบสำนักงานแล้ว ก็มีการนำแบบสำนักงานมาหาผู้รับจ้างโดยวิธีการ e-Bidding โดยมีผู้มารับเอกสาร 16 ราย แต่มายื่น 7 รายทำให้ได้บริษัทร่วมค้าไอทีบีกับของจีนซีอาร์ซีที่เราทราบกัน โดยวงเงินที่บริษัทร่วมค้ายื่นเสนอคือ 2.136 พันล้านบาท ต่ำกว่าวงเงินงบประมาณ 300 กว่าล้านบาท และเมื่อได้ผู้รับจ้างมาดำเนินการในปี 2564
นายมณเฑียร กล่าวอีกว่า ฉะนั้น การก่อสร้างในครั้งนี้จึงเป็นการจ้างเอกชนมาออกแบบและก่อสร้าง รวมถึงจ้างบริษัทเอกชนมาควบคุมงานแทน จนกระทั่งถึงวันที่ 28 มีนาคม 2568 เกิดเหตุแผ่นดินไหวทำให้ตึกถล่ม โดยในวันที่ 30 มี.ค. นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบกรณีดังกล่าว ซึ่งคณะตรวจสอบที่รัฐบาลแต่งตั้งขึ้นมาด้วย 3 องค์ประกอบ และมีการตรวจสอบโดยผู้ที่มีความรู้ความชำนาญโดยตรง ไม่มีผลเกี่ยวข้องกับการดำเนินการของ สตง. แต่ประการใด
นายมณเฑียร กล่าวด้วยว่า โดยผลการตรวจสอบพบว่า 1.ตึกที่มีการทรุดตัวเกิดจากการออกแบบที่ผิดหลักกฏหมายและหลักวิศวกรรม และ 2.เกิดจากการก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามหลักวิชาชีพ ก่อนที่จะมีการฟ้องบริษัทออกแบบ บริษัทก่อสร้างและบริษัทควบคุมงาน จำนวน 23 ราย ในความผิดตามมาตรา 227 คือผู้มีวิชาชีพ มาตรา 238 ตามกฎหมายอาญาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และความผิดฐานปลอมเอกสาร กับบริษัทเอกชนทั้ง 23 ราย ในวันที่ 7 สิงหาคม 2568 ช่วงนี้อยู่ระหว่างศาลนัดไต่สวนพยานต่างๆ ฉะนั้น สถานะของคดีในปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลตามสำนวนสอบสวนของคณะกรรมการอิสระที่รัฐบาลตั้งขึ้นมา
นายมณเฑียร กล่าวต่อว่า ส่วนการจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของ สตง.นั้น เป็นการทำรายงานตามรูปแบบที่สภาฯ กำหนด และขอเรียนว่าในวันวันที่ 1 ต.ค. นี้ เรานำเทคโนโลยีมาช่วยตรวจสอบเราเต็มรูปแบบ ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านองค์กรตรวจสอบ โดยจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลของรัฐทั้งสำนักงานงบประมาณ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ เพื่อนำมาใช้ตรวจสอบเรื่องผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินอย่างที่หลายคนได้แนะนำ
“ซึ่งถือเป็นข้อเสนอแนะที่ดี และก้าวผ่านการตรวจสอบที่มุ่งการจับผิดในรายละเอียด ไปสู่การตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินของหน่วยรับตรวจอย่างแท้จริง เราจะมองไปที่ผลผลิตและผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้จ่ายเงินมากกว่าการตรวจสอบรายละเอียด ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนผ่านองค์กร และขอให้คำมั่นว่าเราจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนและทุกท่านในการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินให้เกิดผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพอย่างแท้จริง“ นายมณเฑียร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กมธ.พลังงาน สว. ตั้งคณะทำงานติดตาม 'ค่าไฟทาง-ถนน' รวมบิลไฟบ้านประชาชน
กมธ.พลังงาน วุฒิสภา แถลงถึงกรณีต้นทุนค่าไฟฟ้าแฝงที่ต้องเก็บจากประชาชน 4 ส่วนคือ 1.ค่าความพร้อมจ่ายโรงไฟฟ้า 2.ค่าภาระนโยบายส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน 3.ค่าไฟฟ้าสาธารณะและการอุดหนุนข้ามกลุ่ม และ 4.ภาระหนี้สะสมจากการตรึงค่าไฟในอดีต
แกนนำม็อบทุกขั้วรอเฮ ‘สว.’เร่งลงมติร่างกม.นิรโทษกรรม 30 มิ.ย.นี้
แกนนำม็อบทุกขั้วรอเฮ สภาสูงนัดลงมติ ร่างกม.นิรโทษกรรม 30 มิ.ย.นี้ พบไม่แก้จุดสำคัญ คาดสภาฯไม่ติดใจ จบฉลุยก่อนปิดสภาฯ คนดัง-บิ๊กเนม รอดคุก-ปลดล็อกคดีแพ่งเพียบ คาดคัมแบ็กการเมืองหลังหมดชนักติดหลัง
'วุฒิสภา' ไฟเขียว 9 ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
ในการประชุมวุฒิสภา พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด จำนวน 9 คน โดยที่ประชุมลงมติเห็นชอบด้วยเสียงข้างมากทั้ง 9 คน ได้แก่ 1.นายภาณุมาศ เลี่ยมสกุล อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นประจำศาลปกครองสูงสุด
วุฒิสภา โหวต 'นพดล เภรีฤกษ์' นั่งเลขาฯกฤษฎีกา 'นันทนา' แซะ 138 สว. ติดคดีฮั้วไม่ควรลงมติ
สว.เสียงเอกฉันท์ โหวต “นพดล เภรีฤกษ์” นั่ง เลขาฯกฤษฎีกา หลัง “นันทนา” อภิปรายแซะทุกเม็ด ลั่น ทำไมต้อง “ลับ ลวง พราง” ชี้ 138 สว. ติดคดีฮั๊ว ไม่ควรลงมติ บอกถ้าสะเทือนใจ สว.หลายคน ก็ขออภัยด้วย ไม่พูดก็ได้ ขณะที่ “บิ๊กเกรียง” ปราม ไม่มีใครสะเทือนใจ แต่ต้องคำนึงถึงมารยาทด้วย ต้องอภิปรายคุณสมบัติคนถูกเลือก เจ้าตัวเถียงอีก ไม่ได้อภิปรายดินฟ้าอากาศ พูดเสร็จออกจากห้องทันที
'สว.เปรมศักดิ์' เปิดโปงหนังสือเรียน หาย 2,000 โรง ซัด 'สกสค.' เน่าเฟะ 'ประเสริฐ' รับลูกสอบด่วน
‘นพ.เปรมศักดิ์’ เปิดปมวิกฤตหนังสือเรียนปี 2569 ชี้นักเรียนกว่า 2,000 โรงเรียนยังไม่มีหนังสือเรียนหลังเปิดเทอมครบ 1 เดือน ตั้งข้อสงสัยขบวนการจัดพิมพ์ตำรางบกว่าพันล้าน ‘ประเสริฐ’ ลั่นยุคนี้ต้องไม่มีมาเฟียในกระทรวงศึกษา นัดถกบอร์ด สกสค. ด่วน 19 มิ.ย. สอบทุกข้อกล่าวหา
'รักชนก' นำทีมกมธ. บุก สตง. ไล่บี้ 'ตึกถล่ม-อาคารทิ้งร้าง 10 แห่งทั่วประเทศ' หาคนผิด
'รักชนก' นำทีม กมธ.ติดตามงบฯ บุก สตง. จี้ปม 'ตึกถล่ม-อาคารทิ้งร้าง 10 แห่งทั่วประเทศ' ไล่บี้เล่มลับกรมโยธาฯ หาคนผิด ฉะ คนมีอำนาจรับผิดชอบเหตุการณ์ตึกถล่มน้อยไป ขู่เช็กบิลคำของบปี 70 ไม่ผ่านแน่ ถ้าตอบคำถามวันนี้ไม่ได้

