'ไชยณรงค์' โต้ 'ชัยวัตน์' อ้างป่าทับลานเคยเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่า ก็ต้องทวงคืนทุ่งรังสิต-ดอนเมืองด้วย

'นักวิชาการสิ่งแวดล้อม' เปิดต้นตอของปัญหาทับลานและการคืนสิทธิ์ ลั่นสังคมต้องนำความจริงมาพูด ชี้พื้่นที่ถูกอุทยานทับลานประกาศทับแบบเหวี่ยงแห โต้ 'ชัยวัตน์' อ้างภาพถ่ายดาวเทียม ปี 2495 เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่า ก็ต้องทวงคืนทุ่งรังสิต1ล้านไร่ เพราะเป็นที่อยู่ของ'สมัน' อาจทวงไปถึงนครนายกและดอนเมืองด้วย

24มิ.ย.2569 - สืบเนื่องจากนาย ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ กรณีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาปรับปรุงแนวเขต อุทยานแห่งชาติทับลาน คืนให้กับชาวบ้าน ว่า ผมยืนยันโดยเด็ดขาดว่าชาวบ้านไม่เคยมาอยู่ก่อนป่า หลักฐานภาพถ่ายดาวเทียมของผม ย้อนหลังไปปี 2495-2499 เป็นป่า 100% แปลว่าไม่มีบุคคลใด สัตว์เดรัจฉานใด อยู่ตรงนั้นมันเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า

ผศ.ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม นักวิชาการด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ ว่า

เราจะเอาแบบนี้กันจริงๆ ใช่ไหม
ถ้าจะเอาแบบนี้กันจริงๆ เราก็ต้องทวงคืนทุ่งรังสิต 1 ล้านไร่ เพราะที่นี่เคยเป็นที่อยู่ของ “สมัน” หรือ “เนื้อสมัน” บางทีอาจทวงไปถึงนครนายก และดอนเมือง
สมันเป็นสัตว์ป่าสงวนของไทย และมีที่เดียวในโลก คือที่ราบลุ่มภาคกลางของประเทศไทย แม้สมันสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่เราต้องให้วิญญาณสมันมาสิงเราเพื่อทวงคืนเอาบ้านของสมันกลับมา
อีกที่ที่ต้องทวงคืนและประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติก็คือตั้งแต่ตีนเขาใหญ่ไปถึงพระโขนง เพราะในอดีต ช้างจากเขาใหญ่เคยหากินถึงพระโขนงเลยครับ
ถ้าจะให้ดีกว่านั้น บ้านของนักอนุรักษ์คนดีย์ทั้งหลาย ควรสืบย้อนกลับไปสัก 7 รุ่นก็พอ ถ้าตรงไหนเคยเป็นป่า เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นทุ่ง เป็นพื้นที่ธรรมชาติ ก็เอาคืนมาและประกาศเป็นอุทยานให้หมดครับ
ป.ล.มิตรบนเฟสบางคนโพสต์ว่า กรณีทับลาน นักอนุรักษ์ต้องแสวงจุดร่วม สงวนจัดต่าง ผมขอบอกเลยว่าใครอยากแสวงสงวนก็ทำไป ส่วนผมไม่แม้แต่จะสังฆกรรมกับนักอนุรักษ์ประเภทนี้ครับ

ก่อนหน้านั้น ผศ.ดร.ไชยณรงค์ โพสต์ เรื่อง ต้นตอของปัญหาทับลาน และการคืนสิทธิ์ ระบุว่า

ถ้าเราดูคลิปที่ผ่อง เล่งอี้ อดีตหัวหน้าฝ่ายจัดการสัตว์ป่าแห่งชาติ กองบำรุง กรมป่าไม้ และอดีตอธิบดีกรมป่าไม้ ได้ให้สัมภาษณ์ เราจะเห็นว่าผ่องมีความภาคภูมิใจว่าเขาได้ประกาศป่าอนุรักษ์ คือ อุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว รวมถึงอุทยานแห่งชาติทับลาน ด้วยการขีดเส้นบนแผนที่ โดยไม่ต้องลงพื้นที่เดินส่องกล้องสำรวจจริงตามหลักวิชาการป่าไม้ เพราะวิธีนั้นมันช้า ไม่ทันใจ ถ้าใครถูกรวมเข้าในเขตอุทยานก็ค่อยมาร้องขอเพิกถอนทีหลัง ส่วนจะให้ไม่ให้อำนาจก็อยู่ที่กรมป่าไม้

วิธีการแบบนี้เขาเรียกว่า “เหวี่ยงแห” และนั่นทำให้ชุมชนจำนวนมากถูกอุทยานแห่งชาติบุกรุก
โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติที่ถูกประกาศช่วงที่เขามีอำนาจในกรมป่าไม้ระหว่างกลางทศวรรษ 2510-2538

ดังนั้น ตัวเลขพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่โชว์กันจึงเป็นภาพลวงตา ขณะเดียวกัน นี่คือปฐมบทของความขัดแย้งระหว่างรัฐกับชาวบ้าน และยังเฉลยว่าทำไมอุทยานแห่งชาติทับลานที่ประกาศในปี 2524 จึงทับชุมชนที่อยู่มาก่อนการประกาศอุทยานแห่งชาติถึง 4 ตำบล และทำให้ชาวบ้านกลุ่มนี้หลายหมื่นคนต้องขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอด 45 ปีที่ผ่านมา และหลายคนยังโดนคดีป่าไม้อีกต่างหาก

ที่ต้องเข้าใจอีกอย่างก็คือ พื้นที่ที่ถูกอุทยานทับลานประกาศทับ หรือ ติดร่างแหจากวิธีการประกาศอุทยานแบบเหวี่ยงแห ไม่ยึดวิชาการป่าไม้ คือ พื้นที่ สปก. พื้นที่ความมั่นคงที่รัฐจัดให้ชาวบ้านเพื่อต่อต้านคอมมิวนิสต์ พื้นที่ตามมติ ครม.2535 ที่จัดสรรให้ราษฎรที่ถูกอพยพจาก คจก. ในยุคเผด็จการ คสช. และพื้นที่ราชพัสดุที่อนุญาตให้ทหารใช้

อยากให้ทุกคนเข้าใจที่มีของปัญหา และหยุดมโนเรื่องสัตว์ป่า เรื่องเฉือนป่า กันเสียที เพราะนั่นคือการบิดเบือนข้อเท็จจริงและกำลังซ้ำเติมผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิจากการประกาศอุทยานแห่งชาติทับลาน

การอ้างอนุรักษ์ การอ้างว่าพูดแทนสัตว์ป่า หรือแม้แต่การอ้างว่านายทุนคือผู้ได้ประโยชน์จึงเป็นการสร้างความทุกข์เชิงสังคมให้กับชาวบ้านที่ถูกละเมิดสิทธิ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ในกรณีของการอ้างว่าชาวบ้านจะเอาไปทำรีสอร์ท หรือนายทุนจะได้ประโยชน์ จึงไม่ควรคืนสิทธิ์ให้ชาวบ้าน อันนี้ก็ไม่ยุติธรรม เพราะถ้าเป็นพื้นที่ สปก.ก็สามารถทำรีสอร์ททำโฮมสเตย์ได้ โดยถือว่าเป็นธุรกิจต่อเนื่องและต้องเช่าจาก สปก. ส่วนหากพื้นที่ สปก.เปลี่ยนมือเป็นของนายทุน ก็เป็นหน้าที่ของ สปก.ที่มีกฎหมายรองรับเข้าจัดการ

อย่างไรก็ตาม ขอย้ำอีกครั้งว่าข้ออ้างเหล่านี้ไม่มีความชอบธรรมที่จะไปห้ามไม่ให้คืนสิทธิ์แก่ชาวบ้านที่ถูกละเมิดจากการประกาศอุทยานแบบเหวี่ยงแห เพราะมันคนละเรื่องกัน ถ้าจะเปรียบเทียบง่ายๆ ก็คือ จับคนไม่ผิดมาขังคุก พอจะคืนความยุติธรรมให้เขา กลับมีการอ้างว่าหากปล่อยไป เดี๋ยวก็ไปค้ายาเสพติดเพราะเป็นคนจน ซึ่งมันคนละเรื่อง และไม่ควรเอามาโยงกันจนตรรกะวิบัติ

ผมยืนยันอีกครั้งว่าสังคมต้องนำความจริงมาพูด ไม่ใช่เอาอารมณ์หรือความรู้สึกมาพูด นั่นจึงจะทำให้สังคมเราเป็นสังคมที่มีอารยะ ไม่ใช่สังคมป่าเถื่อนที่สนับสนุนการละเมิดสิทธิ์โดยรัฐ
ลิงก์คลิปสัมภาษณ์ผ่อง อยู่ในคอมเม้นครับ

 

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กมธ.ที่ดิน เตรียมถกปมเพิกถอนป่าทับลาน ชี้ปรับแนวเขตอุทยานฯไม่กระทบมรดกโลก

น.ส.กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงแนวทางการทำงานของกมธ.ฯ ต่อกรณีการเพิกถอนพื้นที่ป่าทับลาน ที่อยู่ในกระแสความสนใจของสังคมว่า ขณะนี้มีความคิดเห็นหลากหลายของสังคมในประเด็นดังกล่าว โดยเฉพาะมีหลายประเด็นที่กำลังเป็นดราม่า ในฐานะประธานกมธ.

'รมว.สุชาติ' มอบ 'อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี' สานต่อความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น ด้านไดโนเสาร์และธรณีวิทยา ยกระดับพิพิธภัณฑ์ไทยสู่ศูนย์กลางการเรียนรู้และท่องเที่ยวระดับโลก

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้ตนนำคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางเข้าร่วมประชุมและหารือความร่วมมือด้านธรณีวิทยา บรรพชีวินวิทยา และการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ ณ มหาวิทยาลัยจังหวัดฟุกุอิ และพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์จังหวัดฟุกุอิ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569

"คนไทยเตรียมเฮ! 'วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร' จ่อนั่งแท่นมรดกโลก 'สุชาติ' ชูความสำเร็จนโยบายรัฐบาลยกระดับทุนวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก"

นายสุชาติ กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่องค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลกได้เสนอแนะให้ขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร เป็นแหล่งมรดกโลก โดยเห็นถึงคุณค่าโดดเด่นในฐานะแหล่งสะท้อนความหลากหลายทางศาสนา ความเชื่อ และจิตวิญญาณที่สืบทอดต่อเนื่องยาวนานกว่า 1,500 ปี

'วัชระ' จี้ 'อนุทิน' ระงับมติคกก.อุทยานฯเพิกถอนผืนป่าทับลาน1.5แสนไร่ ขู่ยื่นป.ป.ช.

'วัชระ' คัดค้านแทนสัตว์ป่า ยื่นหนังสือถึง 'อนุทิน' ระงับมติคกก.อุทยานแห่งชาติเพิกถอน ผืนป่าทับลาน155,865ไร่ ชี้ขัดแย้งวัตถุประสงค์ในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เล็งยื่นปปช.สอบทั้งครม.

'สุชาติ' นำคณะผู้บริหาร ทส. ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนริมคลองเปรมประชากร เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมน้อมนำแนวพระราชดำริด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดแนวคลองเปรมประชากร ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำสำคัญที่เชื่อมโยงพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา