ครอบครัวน้องเมยร้อง กมธ.กฎหมายช่วยหาสาเหตุลูกเสียชีวิตหลังถูกสั่งธำรงวินัย!

'แม่น้องเมย' ยื่น 'กมธ.กฎหมายฯ' ช่วยหาสาเหตุลูกเสียชีวิตอย่างไร หลังถูกสั่งธำรงวินัย ด้าน 'รังสิมันต์' พร้อมนำเข้าหารือ กมธ. ลั่นหากให้ความเป็นธรรมไม่ได้ ความยุติธรรมจะอยู่ในเครื่องหมายคำถามต่อไป

08 ก.ค.2569 - ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือกรณีนักเรียนเตรียมทหารที่เสียชีวิตจากการถูกสั่งธำรงวินัย จากครอบครัวของนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย

ทนายความฝั่งครอบครัวนายภคพงศ์ กล่าวว่า ได้มายื่นหนังสือต่อกมธ. 2 ประเด็น ได้แก่ 1.ในช่วงกลางปีที่แล้วมีคำพิพากษาศาลทหารสูงสุด พิพากษาลงโทษนักเรียนเตรียมทหารบังคับบัญชา ซึ่งปัจจุบันรับราชการตำรวจ พิพากษาในความผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ ซึ่งลงโทษจำคุกหกเดือนปรับ 20,000 บาท ท้ายที่สุดศาลลดโทษ โดยในส่วนโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่สิงหาคม ปี 2560 แต่ศาลพึ่งมีคำตัดสินเมื่อปี 2568 ทางครอบครัวเคลือบแคลงใจมาตลอดว่าทำไมตั้งแต่เกิดเหตุ ถึงไม่มีการดำเนินการทางวินัยกับนักเรียนเตรียมทหารบังคับบัญชาผู้นี้ ทั้งๆ ที่ปัจจุบันรับราชการตำรวจ และมองว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรพิจารณาเรื่องวินัยและจริยธรรม

ทนายความฯ กล่าวต่อว่า 2.เรื่องการไปร้องทุกข์กับสถานีตำรวจนครบาลพญาไทให้ดำเนินคดีกับนายแพทย์ทหารท่านหนึ่ง โดยนายแพทย์ทหารท่านนี้ได้วินิจฉัยว่าเสียชีวิตจากโรคหัวใจ ทางครอบครัวจึงสงสัยว่านายภคพงศ์เป็นโรคหัวใจได้อย่างไร เพราะนายภคพงศ์ไม่เคยมีโรคประจำตัว จึงขอให้ส่งศพไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เมื่อส่งศพไปแล้วพบว่าไม่สามารถหาสาเหตุการเสียชีวิตได้ เนื่องจากศพที่ส่งไป ไม่มีสมองและหัวใจ รวมถึงอวัยวะอื่นๆ จึงมีการไปร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจนครบาลพญาไท เพื่อดำเนินคดีตั้งแต่ปี 2563 แต่ปัจจุบันยังไม่ทราบผลของคดีว่ามีการสั่งฟ้องหรือไม่

เมื่อถามว่าปัจจุบัน นายแพทย์คนดังกล่าวยังทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลดังกล่าวหรือไม่ ทนายความฝั่งครอบครัวนายภคพงศ์ กล่าวว่า ยังรับราชการอยู่

ด้านนางสุกัลยา ตัญกาญจน์ มารดานายภคพงศ์ กล่าวว่า ตนพยายามหาความจริงทุกวิถีทางเพื่อที่จะรู้ว่าลูกเสียชีวิตอย่างไร แต่ยิ่งพยายาม ยิ่งไปไม่ได้ ยิ่งตัน ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปแล้ว หากสารททหารสั่งไม่ฟ้อง ตนก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว

ขณะที่นายรังสิตมันต์ กล่าวว่า ในส่วนของกมธ.ที่ได้ชื่อว่าดูแลเรื่องความยุติธรรม สำหรับเรื่องที่เป็นที่จับตามองและสังคมให้ความสนใจขนาดนี้ หากเรายังไม่สามารถมอบความเป็นธรรมให้ได้ หลังจากนี้ความยุติธรรม คงจะยังอยู่ในเครื่องหมายคำถามต่อไป ตนจะนำเรื่องนี้หาหารือกับสส.ภายในกมธ. เพื่อกำหนดแนวทางและขอข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เอ๊ะ! 'วิโรจน์' อัดยับ 'งูเห่า' บิดเบือนเป็นวีรบุรุษ หลอกตัวเองไม่เคยทรยศใคร

วิโรจน์ ซัด งูเห่า สิ่งที่น่าเวทนาที่สุด ไม่ใช่แค่การเป็นคนทรยศ แต่คือการต้องแต่งเรื่องโกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อหลอกให้ตัวเองเชื่อว่าไม่เคยทรยศใคร

เสียจังหวะ“ซักฟอก”ใครได้ประโยชน์ “สีน้ำเงิน”แขวนเกม“ดีลการเมือง”

“พรรคประชาชน” คงหงุดหงิดเป็นธรรมดา ที่ไม่สามารถต่อรองอะไรได้ตามใจอยาก ในกระบวนการการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะประเด็นเรื่องวันอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ยืนยันกรอบเวลา

'ปวิน' เศร้าหนัก! ศึกน้ำลายพรรคส้ม เห็นแล้วน่าสมเพช ถ้าเอาไวน์สาดหน้าได้คงสาดกันแล้ว

นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ศาสตราจารย์ประจำศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น และผู้ลี้ภัยทางการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นต่อกระแสรอยร้าวและความเห็นแตกต่างภายในพรรคประชาชนว่า เริ่มจาก "ไอซ์ รักชนก"

ฝ่ายค้านวอล์กเอาท์! วิป 3 ฝ่าย ยังไม่ได้ข้อสรุปกรอบเวลาซักฟอก ซัดรัฐบาลทำลายกลไกตรวจสอบ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังที่วอล์กเอาท์จากการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร วาระกำหนดวันประชุมและการจัดสรรเวลาในการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151

'โรม' ซัด 'อนุทิน' บีบเวลาฝ่ายค้านซักฟอกน้อย มาตรฐานแย่กว่าผู้นำที่มาจากรัฐประหาร

‘โรม’ ชี้รัฐบาลบีบเวลาอภิปรายซักฟอก ซัด ‘อนุทิน’ มาตรฐานแย่กว่ายุค ‘พลเอกประยุทธ์‘ ยืนยัน ขอใช้เวลา 5 วัน - ขอไม่วิจารณ์ปม ’รักชนก‘ โพสต์ เลิกบูชาตัวบุคคล มอง ใครได้ประโยชน์ - เบี่ยงประเด็นหรือไม่