นายกฯ ชี้ต้องแก้กฎหมายสถานบันเทิงให้สอดคล้องปัจจุบัน บอกงงทำไมห้ามนักดนตรีเล่นได้แค่เที่ยงคืน

“อนุทิน” ชี้กฎหมายสถานบันเทิงต้องปรับแก้ไขใหม่ให้สอดคล้องปัจจุบัน ยกนักดนตรีก็อาชีพที่ทำมาหากินไม่ใช่คนส่งเสริมกินเหล้า แค่ส่วนประกอบ ยันเอาผิดเจ้าของกิจการ เปิดร้านไม่ได้อีกต่อไป ซัดนักข่าวถามให้ลาออก ต้องเป็นมืออาชีพเหมือนกันนะน้อง หลายครั้งแล้ว ไม่ใช่แค่ยั่วให้มีอารมณ์

14 กรกฎาคม 2569 - เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสข่าวที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.เสนอให้ปรับโซนนิ่งสถานบันเทิงว่า เดี๋ยวหารือ ในส่วนของโซนนิ่งอยู่กับกทม.และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพยายามให้เขาดูว่าปรับตรงไหนเหมาะสมอย่างไร พอบอกให้เขาปรับเขาก็บอกว่าหากยึดกฎหมายเดิมต้องอยู่ห่างจากโรงเรียนห่างวัดไม่เกินกี่กิโลเมตร ปรับไปตรงไหนก็ปรับไม่ได้ เราต้องมาดูว่าจะแก้ไขอย่างไรอาจต้องแก้ไขกฎหมายหรือไม่ แต่ตอนนี้โซนนิ่งที่ถูกต้องในกทม.มี 2 ที่คือบริเวณถนนข้าวสาร และอาร์ซีเอ

นายอนุทิน กล่าวว่า หากว่ากันไปแล้วที่อื่นๆต้องทำตามกฎหมายหากไม่อยู่ในโซนนิ่งก็เปิดได้ถึง 24.00 น. มีมหรสพไม่ได้ แต่เรื่องมหรสพตนก็เห็นด้วย ยังงงอยู่ว่าใครทำกฎหมายนี้ขึ้นมา ดนตรีเล่นถึง 24.00น.ต้องเลิก แต่คาราโอเกะเปิดได้ฟังได้แต่ลุกขึ้นเต้นรำไม่ได้ ตนก็ไม่รู้ตอนที่ออกกฎหมายถึงมีเหตุผลเช่นนี้ อย่างตามร้านอาหารต่างๆถ้าแขกลุกขึ้นมาโยกไปโยกมาหากเดินเรื่องกฎหมายจริงจังก็ผิดอย่างนี้ไม่ไหวยุคสมัยมันเปลี่ยนไป ตนให้คนไปศึกษาอยู่ว่าจะปรับอย่างไร ซึ่งคำตอบที่ได้คือปรับได้แต่หลักเดิมจะเปลี่ยนไปเยอะ อยู่ใกล้วัดใกล้โรงเรียนไม่ได้ ในกรุงเทพฯตรงไหนไม่ใกล้วัดใกล้โรงเรียน หากอยู่ในกรุงเทพฯก็ใกล้วัดใกล้โรงเรียน 2 กิโลเมตรทั้งนั้น คงต้องไปว่ากันใหม่

เมื่อถามว่าแบบนี้ต้องปรับกฎหมายใหม่ทั้งหมดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า หากมองว่านักดนตรีคืออาชีพอย่างหนึ่ง คนเราหากจะเมาสุรา กินเหล้า สูบบุหรี่ เกี่ยวกับดนตรีหรือไม่ ทำไมต้องไปห้ามนักดนตรี ตนก็เป็นนักดนตรีก็งงอยู่ว่าทำไมต้องห้ามให้เล่นได้แค่ 24.00น. เล่นจนปิดร้านไม่ได้ ตนก็งงอยู่ก็เถียงเขาเพราะนักดนตรีเล่นเป็นรอบๆวันหนึ่งถ้าวิ่งได้ 3 รอบ รอบละชั่วโมงครึ่งรายได้ก็จะได้เพิ่มขึ้นและเขาไม่ได้ขายสุรา ไม่ได้ทำให้คนอยากดื่มสุราเพราะดนตรีเป็นส่วนประกอบนี้คือความคิดตน เวลาตนไฟท์ให้ ตนก็ไฟท์ในเรื่องนี้

เมื่อถามย้ำว่าการแก้กฎหมายต้องทำอย่างไรให้สอดคล้องกับปัจจุบัน นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องดูทุกมิติ สภาพสังคม วัฒนธรรม ประเพณี ตอนนี้เป็นอย่างไร ความเป็นไทยต้องมีอยู่แต่ทุกคนก็ทำมาหากิน คนที่เป็นศิลปินในปัจจุบันก็ใช้ความสามารถไปสร้างโอกาสเช่น น.ส.รัตติกานต์ อำลอย หรือน้องเนเน่ ที่ไปประกวด ดนตรีในรายการ American's Got Talent ก็เป็นศิลปิน ยุคนี้เรารับได้แต่เมื่อก่อนเด็กหญิงอายุ 16 ปีต้องอยู่บ้านเป็นผ้าพับไว้ แต่ตอนนี้ไม่ใช่ต้องปรับ ความสามารถของคนมันมีเขาไม่ได้ไปปล้นใครหรือทำผิดศีลธรรมไม่ได้ขายยาเสพติด แต่เล่นดนตรีจะไปห้ามได้อย่างไร

เมื่อถามว่ารัฐบาลจะจัดระดมความเห็นเพื่อไปแก้ปัญหาตรงนี้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า มีหน่วยงานที่เขาทำอยู่ก็ต้องทำเสนอตนขึ้นมา

ถามอีกว่าสื่อต่างประเทศเล่นข่าวว่าไทยไม่เข้มงวดจนมีเหตุซ้ำ นายอนุทิน ตอบว่า “เกิดเหตุซ้ำซากก็คือคนตั้งใจทำผิดกฎหมาย ใบอนุญาติต้องมีการต่อทุกปีไม่ใช่ออกแล้วเปิดได้ตลอดชาติเสียเมื่อไหร่ ผมก็ถามตอนตรวจเป็นอย่างไร เขาบอกตอนตรวจครบหมดทุกอย่างแต่พอเกิดเหตุก็ต้องไปดูว่าครบจริงหรือไม่ มันไม่ใช่คณะรัฐมนตรีเป็นคนตรวจสถานที่

ทุกวันนี้ที่มีปัญหาคือคนตั้งใจทำผิดกฎหมายด้วยความหวังว่าจะได้เงินมากขึ้น มีกำไรเพิ่มขึ้น แต่ตั้งอยู่บนความเสี่ยงไม่ยั่งยืนแน่นอน วันหนึ่งต้องมีคนเข้าไปตรวจ วันนี้หากใครยังทำเช่นนี้อยู่ก็เตรียมรอรับได้ ซึ่งนายชัชชาติได้สั่งตรวจสอบแล้ว ทั่วประเทศก็เหมือนกัน ผวจ.ก็ตรวจสอบ หากมีเหตุอย่างนี้ใครจะไปอยู่ได้ไม่มีอะไรมาแก้ตัวแล้ว ทุกคนไปดำเนินการเต็มที่

อย่างกรณีนี้ต้องดำเนินคดีเจ้าของถึงที่สุด ผมสั่งการไม่ได้แต่มอบนโยบายได้ ถ้าผมสั่งได้ก็ต้องลงไปตรวจทุกที่ด้วยตัวเองทั้งหมด กรณีนี้ประตูหนีไฟทำไมมีกลอนล็อกสองชั้นก็ตอบว่ากลัวลูกค้ากินฟรีแล้วหนี แบบนี้ฟังได้ที่ไหนมันฟังไม่ได้ คนที่ทำอย่างนี้ก็ต้องดำเนินคดีคือเจ้าของ ผู้จัดการ ผู้ประกอบกิจการ ใบอนุญาติไม่ต้องพูดร้านนี้เปิดไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ต้องทำอาชีพอื่นแล้ว เพราะใบอนุญาตถูกยึดไม่มีต่อแน่นอน สถานที่นี้จะไม่ให้ทำเป็นสถานบันเทิงอีกแล้ว”

เมื่อถามว่าเห็นบางร้านเปิดเกินเวลา 24.00น. ต้องย้ายผู้อำนวยการเขตหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องถามผู้ว่าฯกทม. ในกรุงเทพฯอำนาจอยู่ที่ผู้ว่าฯกทม.แต่ต่างจังหวัดก็เห็นอยู่มหาดไทยตำรวจเข้าไปจับและดำเนินการ

เมื่อถามว่า ในฐานะรมว.มหาดไทย มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเช่นนี้ต้องลาออกหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะพร้อมกล่าวว่า “คำถามต่อไป คำถามที่ไม่มีเหตุมีผล ตั้งขึ้นมาเพื่อทำให้เกิดอารมณ์เกิดอะไรไม่ควรถาม ต้องเป็นมืออาชีพเหมือนกันนะน้อง หลายครั้งแล้ว”

เมื่อถามถึงกรณีดราม่าชายแต่งกายคล้ายทหาร เดินประกบระหว่าง ที่นายกฯลงพื้นที่เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวในคืนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 12 ก.ค. และให้ข้อมูลว่าลูกค้าต้องจ่ายเงินก่อนถึงจะออกจากร้านได้ และยังให้ข้อมูลเป็นตุเป็นตะทั้งที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ นายอนุทิน กล่าวว่า ในที่เกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองอยู่เต็มไปหมด ตนไม่ได้เห็น แต่เขามาอยู่ข้างๆ มาให้ข้อมูล ตนไม่ได้ดู ตนพูดกับผู้สื่อข่าว

เมื่อถามว่าเขาให้ข้อมูลเป็นตุเป็นตะ นายอนุทินกล่าวว่า เขามาให้ข้อมูลในฐานะอะไร ใช่เจ้าหน้าที่รัฐหรือเปล่าอันนี้ไม่รู้ไง แต่ถ้าเขาเป็นExpert (ผู้เชี่ยวชาญ) มาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ตนก็โอเค แต่ผิดกฎหมายหรือไม่ตนไม่รู้ และการแต่งเครื่องแบบต้อง มีพ.ร.บ.รองรับหรือไม่ตนก็ไม่ได้รู้ เพราะไม่ได้เห็น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถิ่นบุรีรัมย์ นายกฯก็ไม่เว้น! โดนตรวจเข้มปืน-ยาเสพติด

แม้แต่นายกฯ ก็ไม่เว้น! "อนุทิน" เจอสุ่มตรวจเข้มปืน-ยาเสพติด  ที่ด่านบุรีรัมย์ เฉกเช่นประชาชน ตอกย้ำตำรวจ-ฝ่ายปกครองเอาจริงเดินตามนโยบายสร้างความปลอดภัยให้สังคม 

‘หนู’ไม่กลัวซักฟอก คุยลั่น!ถามอะไรมาตอบได้หมดยืนยันเสียงรัฐบาลเข้มแข็ง

"อนุทิน" เกทับซักฟอกไม่ใช่ข่าวใหม่ รู้อยู่แล้วว่าฝ่ายค้านมีสิทธิ์ยื่นปีละครั้ง คุยลั่นตอนนี้ไม่มีพรรคร่วมรัฐบาล มีแต่รัฐบาลของประชาชนชาวไทย ไม่ต้องเก็งข้อสอบเพราะทำงานทุกวัน ปฏิเสธไม่เกี่ยวฮั้ว สว. เป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญ ยันรัฐบาลเข้มแข็ง "เท้ง" ชี้รัฐบาลที่เข้าสู่อำนาจแบบไม่ถูกต้องพยายามใช้อำนาจต่อเติมกำแพงให้หนาขึ้น

‘อนุทิน’ขึงขัง ยกภัยออนไลน์ วาระแห่งชาติ

นายกฯ คิกออฟรณรงค์ต้านภัยออนไลน์สัญจร ครั้งที่ 1 ออกตัวเสียงยังแหบ ลั่นรัฐบาลยกเป็นวาระแห่งชาติ หลังประชาชนตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ ด้าน “ไชยชนก” รับเคยถูก “คอลเซ็นเตอร์” โทร.หลอกยันห้องทำงาน เตือน ปชช.ต้องมีสติ โว 8 เดือนแก้ปัญหาลดฮวบกว่า 50%

หมากของไทยในสมรภูมิมหาอำนาจ กระแสต้าน'สหรัฐ-จีน'ยังเชี่ยวกราก

ในสถานการณ์ที่รัฐบาลยังต้องเจอ “วิบากกรรม” จากผลพวงของโมเดลสร้างความเข้มแข็งให้องค์ประกอบทางการเมือง “ขั้วสีน้ำเงิน” จึงต้องเร่ง “ทำงาน” อย่างเต็มสูบ เพื่อใช้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์

นายกฯ คิกออฟต้านภัยออนไลน์สัญจร ครั้งที่ 1 ยกปราบอาชญากรรมไซเบอร์เป็นวาระแห่งชาติ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมนิทรรศการณรงค์ต้านภัยออนไลน์สัญจร (DE Digital Shield Forum) ครั้งที่ 1 โดยมีนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

จนท.ไปรษณีย์ไทย ถือพวงมาลัยขอบคุณนายกฯ หลังรอดชีวิตจากภารกิจหัวใจติดปีก

จนท.ไปรษณีย์ไทย ถือพวงมาลัยขอบคุณนายกฯ หลังได้รับหัวใจจากภารกิจหัวใจติดปีก ด้าน “อนุทิน” ขอให้รักษาสุขภาพ