ยัง‘ล้อมคอก’อีกไหม?

เอ้า..ได้เวลาล้อมคอก (อีกแร้ววว)!

เนี่ย..ไม่ได้จะแดกดันแต่มันเป็นพรรค์นั้นจริงๆ ในทุกครั้งที่เกิดเหตุ “โศกนาฏกรรม” สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินครั้งใหญ่ให้สลดหดหู่

ซึ่งก็จะเห็นและได้ยินนักวิชาการ นักการเมือง สื่อ สังคมออนไลน์ วิพากษ์วิจารณ์พร้อมๆ กับการ “แนะนำ” โน่นนี่นั่นจนอื้ออึง!

และท่านหนึ่งที่เลี่ยงหลบเสียงวิพาก์วิจารณ์ไม่ได้ก็คือคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในฐานะผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งหลังเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ท่านก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่า..

 “..ในส่วนการตรวจสอบความปลอดภัย เขตจตุจักรเข้าไปตรวจสอบความปลอดภัยเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ทั้งทางหนีไฟ ไฟฉุกเฉิน ป้ายบอกทาง ซึ่งไม่พบปัญหาแต่อย่างใด

แต่ระหว่างเปิดร้านอาจมีการนำสิ่งของไปตั้งวาง เป็นสาเหตุที่เป็นอุปสรรคในการหนีไฟ คือไฟลามอย่างรวดเร็ว และทางหนีไฟมีสิ่งกีดขวาง

ปัญหาหลัก คาดว่าควันไฟจำนวนมากที่ทำให้หลายคนหมดสติ จากเหตุไฟไหม้ซานติก้าผับ กทม. กำหนดมาตรฐานในการตรวจสอบแต่ละรายการ

และต้องให้มีการตรวจสอบเป็นระยะ อย่างต่อเนื่อง เพราะช่วงเปิดร้าน อาจมีสิ่งกีดขวางไปตั้งวาง และคนที่เข้ามาใช้บริการอาจมีความสนุกสนาน

เรื่องนี้ต้องดูกฎหมายในภาพรวมด้วย กฎหมายสถานบริการมีกำหนดไว้ชัดเจน ทั้งวัสดุที่ใช้ การลามไฟ ปัจจุบันสถานบริการมีจำกัดโซนนิ่งอยู่เพียง 3 โซน

ได้แก่ พัฒน์พงศ์ อาร์ซีเอ และสีลม ต้องหารือร่วมกันในการขยายโซนให้เหมาะสมกับสภาพเมืองที่เปลี่ยนไป ขณะเดียวกันกฎหมายต้องเข้มข้น เพื่อให้ครอบคลุมสถานคล้ายบริการด้วย”

ก็..ไม่รู้ที่พูดนี้ จะเป็นการอธิบายอะไร เพราะอ่านแล้วคลับคล้ายจะบ่นพึมพำประจานตัวเองเสียมากกว่า เช่นว่า.. “ตรวจสอบความปลอดภัยแล้วไม่พบปัญหา

แต่ระหว่างเปิดร้านอาจมีการนำสิ่งของไปตั้งวาง เป็นสาเหตุที่เป็นอุปสรรคในการหนีไฟ”  ซึ่งแหงล่ะ ตอนตรวจผู้ประกอบการเขาไม่โง่ จึงได้ทำทุกอย่างให้ดูดี ถูกต้องไว้ก่อน

แล้วทำไมไม่ไปสุ่มตรวจตอนร้านเปิดบ้างล่ะ? และหาก.. “จากเหตุไฟไหม้ซานติก้าผับ กทม. กำหนดมาตรฐานในการตรวจสอบแต่ละรายการ

และต้องให้มีการตรวจสอบเป็นระยะ อย่างต่อเนื่อง เพราะช่วงเปิดร้าน อาจมีสิ่งกีดขวางไปตั้งวาง” อยู่เป็นประจำจริง จะมีคนตายเป็นเบือให้สลดหดหู่อย่างนี้เหรอ?

ชัชชาติ นี่คุณบริหาร กทม.มาเข้าปีที่ 5 แล้วนะ ยังจะดู “กฎหมายในภาพรวม” อะไรอีก..กฎหมายน่ะเข้มข้น มีแต่คนบังคับใช้นั่นแหละที่อ่อนแอ จะด้วยเพราะอะไรต้องให้พูดมั้ย?

อันว่า “ผับ-บาร์” สถานบันเทิง ไม่ว่าจะในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด แทบไม่มีที่ไหนหรอกที่จะไม่ผิดกฎหมาย

 แต่บางเรื่อง โดยเฉพาะ “ความปลอดภัยของนักเที่ยว” จะต้องเข้มงวด-เคร่งครัด..อันดับ 1 เลย ระบบการหนีไฟ จะปล่อยปละ-หย่อนยานไม่ได้เด็ดขาด..

ต้องตระหนัก..คนเข้าไปเที่ยวผับ-บาร์จะต้องปลอดภัย ไม่ใช่ไปนั่งเสี่ยงรอความตาย!

เพราะคนที่ตายในโศกนาฏกรรมไม่ใช่วัวหายแล้วถึงจะคิด “ล้อมคอก” ผู้รับผิดชอบ-คนมีหน้าที่จึงต้องรอบคอบ-ป้องกันอยู่ตลอดเวลา

ยิ่งหากรู้และเห็นสถานบันเทิง ผับ-บาร์ไหนที่ไม่ค่อยมีมาตรฐาน และลูกค้าเข้าไปใช้บริการแออัดยัดทะนาน กทม.ยิ่งควรเข้าไปตรวจสอบความปลอดภัยบ่อยๆ ถี่ๆ..

อย่าปล่อยให้ผู้ประกอบการ “มักง่าย” เห็นแก่เงิน-เห็นแก่ได้ หากเตือนครั้งสองครั้งแล้วยังไม่แก้ไข-ความปลอดภัยยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็ต้องสั่งปิดให้เด็ดขาด!

ผมเองที่จริงก็ไม่อยากพูด-วิจารณ์เลยกับเรื่องโศกนาฏกรรม และก็ไม่อยากโทษเป็นความผิดของใครเพราะใจมันหดหู่เสียจนแทบไม่อยากดู-อยากอ่านข่าวเสียด้วยซ้ำ

แต่นั่นแหละ..ไม่พูดก็เหมือนนิ่งดูดาย มองเห็นชีวิตคนเป็นผักปลา ก็เอาเป็นว่าต่อจากนี้ไปจะไม่มีการ “ล้อมคอก” โศกนาฏกรรมในผับกันอีกแล้ว..

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ว่าไง?.

 

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ม็อบทิพย์’..เอ้อระเหยไม่ได้!

“ฟ้องมาเลยครับ ผมไม่กลัว”! เปล่า..ผมไม่ได้จะท้าทายใคร เพราะเรื่องฟ้องร้องขึ้นโรง-ขึ้นศาลน่ะ ไม่ว่า “โจทก์” หรือหรือ “จำเลย” ไม่อยากเป็นทั้งนั้น!

ผลงานชิ้นโบแดง!

ขอสารภาพตามตรง..อาย “ฮุน เซน” (ว่ะ)! ก็..อายในความเป็นผู้หลัก-ผู้ใหญ่ของบ้านเมือง และเป็น “ประธานวุฒิสภากัมพูชา” ที่มีสำนึกรัก-หวงแหนในวัฒนธรรม ภาษา..

ขอโอกาสให้หนังเล็กมีเวลา

ครั้งที่ 4 แล้ว (เหรอ) นะ! ผมหมายถึงงาน “Pattaya International Film Festival 2026 เทศกาลภาพยนตร์เมืองพัทยา” ที่เป็นความร่วมมือระหว่างเมืองพัทยา วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี, อพท.พัทยา

ห้ามคนไทยเข้า!

เลอะเทอะแล้วๆ! นี่..เห็นจะต้องพูดกับคุณเรโด้ พิธีกรรายการ “ไทยรัฐทอล์ค” ตรงๆ อย่างนี้แหละ พลันที่เห็นเจ้าตัวโพสต์.. “รอหน่อยทองแสนมาแน่ แปดหมื่นมาก่อนปีนี้”

ฝาก'ปืนเถื่อน'กับนายกฯ

มันจะเอิกเกริก-ใหญ่โตไปไหม? ผมถามรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง น่ะ เห็นท่านพูดถึงเหตุกราดยิงที่ จ.นนทบุรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีประโยคหนึ่งว่า..

ต้องขอ ‘คารวะ’

ผมน่ะเข้าใจแต่ “กำแพงประเพณี”.. บทเพลงที่ “คุณอาณัติ พุทธมาศ” ทั้งแต่งเอง-ขับขานเอง (นักเลงพอ) เมื่อหลายสิบปีก่อนนู้น โดยตัวเขาได้อธิบายด้วยภาษากวีที่งดงาม ลึกซึ้ง กินใจ ดังขึ้นต้นว่า..