'ศุภจ' หนุน กขค.ปฏิรูปการแข่งขัน ดันไทยสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคต

“ศุภจี” ชูการแข่งขันที่เป็นธรรมเป็นเสาหลักยุทธศาสตร์ประเทศ หนุน กขค.เป็น “ผู้กำกับดูแลเชิงรุก” เปิดทางธุรกิจใหม่-SMEs เติบโต พร้อมใช้ “แว่นการแข่งขัน” ทบทวนกฎรัฐ

8 กันยายน 2569 - เมื่อวันที่ 7 กันยายน สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) จัดการประชุมระหว่างประเทศ “TCCT Competition Day 2026” ณ โรงแรมดิ แอทธินี กรุงเทพฯ ภายใต้หัวข้อ “Transforming Thailand: Competition Landscape Reform for a Future-Ready Economy” หรือ “เปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจไทย: ปฏิรูปการแข่งขัน สร้างเศรษฐกิจแห่งอนาคต”

โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ปฏิรูปการแข่งขัน พลิกโฉมเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต”

นางศุภจีกล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนแปลงพร้อมกันในหลายมิติ ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ ซึ่งกำลังเปลี่ยนโครงสร้างการค้าโลก เทคโนโลยีดิจิทัล AI นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนโครงสร้างประชากรที่มีอัตราการเกิดลดลง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เชื่อมโยงและส่งผลพร้อมกันจนกำลังเปลี่ยนกติกาทางเศรษฐกิจ

ดังนั้น การประกอบธุรกิจรูปแบบเดิมที่เน้นต้นทุนต่ำที่สุด ต้องปรับไปสู่ความมั่นคง ความยืดหยุ่น และความน่าเชื่อถือ จากการแข่งขันด้วยขนาดไปสู่การแข่งขันด้วยความเร็วในการเรียนรู้และปรับตัว และจากการขายเพียงสินค้าและราคา ไปสู่การแข่งขันด้วยคุณค่า นวัตกรรม มาตรฐาน และความไว้วางใจ

เมื่อโลกและกติกาเปลี่ยน เราจึงไม่สามารถทำธุรกิจในแบบเดิม ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจต้องปรับตัวให้เร็ว ร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดโอกาสให้ประสิทธิภาพและนวัตกรรมเติบโตได้อย่างเต็มที่ โดยจุดเริ่มต้นอยู่ที่ตลาดภายในประเทศ เพราะตลาดภายในประเทศที่เข้มแข็งคือรากฐานของธุรกิจไทยที่แข่งขันได้ในตลาดโลก

โดยเฉพาะ SMEs ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 3.3 ล้านราย คิดเป็น 99.5% ของธุรกิจทั้งหมด และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 34.8% ของ GDP หาก SMEs ที่มีศักยภาพได้รับโอกาสให้สามารถแข่งขันได้ ก็จะสามารถเติบโตและก้าวขึ้นเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ด้วยเหตุนี้ นโยบายการแข่งขันจึงต้องเป็น National Strategic Pillar หรือหนึ่งในเสาหลักเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ

นางศุภจีกล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านประการแรก คือ จากการแก้ปัญหาเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ไปสู่การออกแบบการแข่งขันตั้งแต่ต้น โดยใช้ “แว่นการแข่งขัน” ทบทวนว่ากฎระเบียบหรือมาตรการของรัฐมีส่วนเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันหรือการเข้าสู่ตลาดหรือไม่

พร้อมชื่นชม กขค.ที่ปรับบทบาทจากการบังคับใช้กฎหมายเชิงรับ สู่ “ผู้กำกับดูแลเชิงรุก” หรือ Proactive Regulator โดยมุ่งป้องกันปัญหาเชิงโครงสร้างและพฤติกรรมที่อาจกระทบการแข่งขันก่อนปัญหาจะเกิด และต่อยอดไปสู่การทำให้หลักการแข่งขันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการกำหนดนโยบายของภาครัฐทั้งระบบ

การเปลี่ยนผ่านประการที่ 2 คือ จากการคุ้มครองผู้ประกอบการไปสู่การคุ้มครองโอกาสในการแข่งขัน การทำให้สนามแข่งขันเป็นธรรมจึงไม่ใช่เพียงการช่วยธุรกิจรายเล็กให้อยู่รอด แต่คือการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสามารถเติบโต สร้างนวัตกรรม และเป็นกำลังใหม่ของเศรษฐกิจไทย

การเปลี่ยนผ่านประการที่ 3 คือ จากการกำกับดูแลแบบแยกส่วนไปสู่ความร่วมมือทั้งระบบ โดยเชื่อมการทำงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ธุรกิจ วิชาการ และภาคประชาชน รวมทั้งขยายความร่วมมือกับ ASEAN, OECD และ World Bank เพื่อสร้างระบบนิเวศการแข่งขัน หรือ Competitive Ecosystem ที่ผู้ประกอบการทุกขนาดสามารถเข้าถึงโอกาสและเติบโตได้

นางศุภจีย้ำถึง 3 ทิศทางสำคัญที่เป็นโจทย์ในการแลกเปลี่ยนร่วมกัน ประกอบด้วย 1. กติกาต้องทันกับตลาด โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล และ 2. กติกาต้องเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่และ SMEs เข้าสู่ตลาดและเชื่อมโยงกับธุรกิจขนาดใหญ่ สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นธรรม

หนึ่งในมาตรการที่ กขค.ดำเนินการแล้ว คือ การกำหนดเรื่องเครดิตเทอม เพื่อช่วยสร้างการแข่งขันและการอยู่ร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่และ SMEs

นอกจากนี้ กขค.ยังมีมาตรการต่อผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลบางราย ให้ระงับการขึ้นราคาค่าธรรมเนียม (GP) เป็นเวลา 6 เดือน และจะบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และ กขค. ในการพิจารณาโครงสร้างค่าธรรมเนียมให้เป็นธรรม ถูกต้อง และโปร่งใส

ทั้งนี้ การดำเนินการในเรื่องเหล่านี้อาจไม่รวดเร็วดังที่หลายฝ่ายคาดหวัง เนื่องจากต้องมีความโปร่งใส ให้ความเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน และดำเนินการภายใต้กรอบอำนาจที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างรอบคอบ

ส่วนทิศทางที่ 3 คือ การแข่งขันต้องเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเศรษฐกิจ เพื่อให้ทุกมาตรการของรัฐสนับสนุนการเติบโตและขยายโอกาสของประเทศ หากสามารถขับเคลื่อนทั้ง 3 เรื่องได้ การปฏิรูปการแข่งขันจะไม่ใช่เพียงการปรับปรุงกฎหมาย แต่จะเป็นการปฏิรูปโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศไทย

“เพราะการแข่งขันที่เป็นธรรม คือพลังของการเติบโต เพื่อร่วมกันสร้างเศรษฐกิจไทยที่เปิดกว้าง เป็นธรรม แข่งขันได้ และพร้อมสำหรับอนาคต” นางศุภจี กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศุภจี' ชี้ส่งออกไทยโตต่อเนื่อง 25 เดือน ย้ำโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่ 'ส่งออกโต' แต่ต้องทำให้คนไทยได้ประโยชน์มากขึ้น

“ศุภจี” ชี้ส่งออกไทยโตต่อเนื่อง 25 เดือน ย้ำโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่ “ส่งออกโต” แต่ต้องทำให้คนไทยได้ประโยชน์มากขึ้น เดินหน้า 3 สมดุล “ตลาด-สินค้า-รายได้” กระจายโอกาสสู่ SMEs เกษตรกร และผู้ประกอบการรายเล็ก

รองนายกฯ และ รมว.พณ. "ศุภจี สุธรรมพันธุ์" และรมว.ทส. "สุชาติ ชมกลิ่น" ร่วมพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม ณ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

20 สิงหาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และร่วมเป็นเกียรติในพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอมยืนต้นตายตามธรรมชาติ ณ

'ศุภจี' ลุยสุวรรณภูมิ เร่งแก้คอขวด ตม. เพิ่ม Auto Gate เป็น 33 สัญชาติ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อบูรณาการความร่วมมือในการยกระดับประสบการณ์และการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2569

สยบข่าวสหรัฐตั้งฐานผลิตโดรนในไทย ยันไม่ใช้เรื่องทหารเจรจาภาษี

นายกฯ ปัดข่าวสหรัฐตั้งฐานผลิตโดรนในไทย ยันไม่ใช้เรื่องทหารเจรจาภาษี แยกความมั่นคงกับการค้า ถามหาคนเปิดประเด็น ย้ำ Cobra Gold เดินหน้าปกติ

อ่านเกม 'ศุภจี' Quick Big Win ไม่ใช่แค่ทำให้เร็ว แต่ต้องทำให้เกิดผลใหญ่

เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความว่าวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ตั้ง 4 คณะทำงาน ครอบคลุมเศรษฐกิจสร้า