
30 สิงหาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายกาญจน์ ตั้งปอง สส.จังหวัดตรัง นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สส. จังหวัดสงขลา นายทรงศักดิ์ มุสิกอง สส.จังหวัดนครศรีธรรมราช และนายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรค ได้ร่วมกันแถลงข้อเสนอต่อรัฐบาล ก่อนที่จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2569 นี้ว่า รัฐบาลควรมีนโยบายที่เป็นชิ้นเป็นอันและเป็นระบบเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวภาคใต้ได้ในระยะยาว
โดยนายชัยชนะ ได้ชี้ให้รัฐบาลเห็นถึงปัญหา พร้อมนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาใน 4 เรื่องประกอบด้วย
ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ตั้งแต่ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ โดยเฉพาะมังคุดที่ราคาเหลือเพียงกิโลกรัมละไม่เกิน 15 บาท ขณะที่ต้นทุนของเกษตรกรสูงถึง 20 บาท จึงได้เสนอให้ ครม. พิจารณาโครงการสร้างนิคมอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร หรือ “รับเบอร์วัลเลย์” (Rubber Valley) ที่อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นโครงการที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เคยนำเสนอเพื่อแปรรูปและส่งออกอย่างยั่งยืน พร้อมกับได้เสนอให้รัฐบาลจัดทำแอปพลิเคชันบันทึกบัญชีต้นทุนการทำสวน หากเกษตรกรเข้าร่วมอย่างถูกต้องควรได้รับสิทธิพิจารณาเงินเยียวยาก่อนเป็นกลุ่มแรก
ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน เมื่อรัฐบาลประกาศว่าจะไม่ทำโครงการแลนด์บริดจ์แล้ว แต่งบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรไว้ ก็ควรนำมาพิจารณาลงทุนในโครงการ “เซาเทิร์น คอนเนกต์” (Southern Connect) เพื่อพัฒนาระบบรางเชื่อมโยงท่าเรือสงขลา ท่าเรือระนอง และท่าเรือตรัง ไปยังท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมยกระดับศูนย์กระจายสินค้า อ.ทุ่งสง เป็นศูนย์ ICD เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ให้ผู้ประกอบการและเกษตรกร
นายชัยชนะ ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลประกาศให้ชัดเจนถึงนโยบายการก่อสร้างรถไฟทางคู่เชื่อมต่อมาเลเซีย (เพชรบุรี–สุไหงโก-ลก) พร้อมกับให้จัดทำแผนงานแจกแจงรายละเอียดการใช้งบประมาณว่าอยู่ในปีงบประมาณ 2570 หรือ 2571 และต้องใช้งบประมาณเท่าใด โดยจะต้องมีกำหนดการแล้วเสร็จให้ชัดเจนด้วย
สำหรับประเด็นสุดท้าย นายชัยชนะ กล่าวถึงปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่รัฐบาลต้องทบทวนและตรวจสอบความคุ้มค่าและโปร่งใสของงบประมาณให้ครบถ้วน รวมไปถึงจำนวนกำลังพลว่า “มีชื่อปฏิบัติหน้าที่แต่ตัวอยู่จริงหรือไม่ มีการทุจริตเบิกเงินเดือนแต่ตัวไม่อยู่หรือไม่ ตลอดจนตรวจสอบอาวุธยุทโธปกรณ์และกล้องวงจรปิดว่าสูญหายหรือไม่ และหากพบเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวกลุ่มผู้ก่อเหตุ ต้องดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเด็ดขาด”
ทั้งนี้นายชัยชนะยังฝากไปถึง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ ด้วยว่า สิ่งที่เคยประกาศว่าจะทวงคืนความยิ่งใหญ่ให้ภาคใต้นั้น วันนี้เป็นรัฐบาลแล้วแต่ยังไม่เห็นการเริ่มต้นฟื้นฟูอย่างแท้จริง
“การประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ ขอให้ท่านลงไปทำงานจริงๆ ไม่ใช่ลงไปแค่สร้างภาพแล้วกลายเป็นภาระให้ข้าราชการในพื้นที่ต้องมาคอยต้อนรับ หาก ครม. ลงไปแล้วทำจริง ให้งบประมาณจริง พัฒนาจริง อย่าเป็นแค่เสือกระดาษ เราก็พร้อมยินดี” นายชัยชนะระบุ
ด้านนายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สส. จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงปัญหาเร่งด่วนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อส่งผ่านไปยังรัฐบาลก่อนการประชุม ครม.สัญจร โดยมุ่งเน้นไปที่ปัญหาความเดือดร้อนใน 3 ด้าน ที่ยังไม่ได้รับการคลี่คลาย คือ ปัญหาการบริหารจัดการน้ำหลังเผชิญอุทกภัย ที่พบว่าการขุดลอกคูคลองในพื้นที่รับผิดชอบของกรมชลประทานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังคงล่าช้า ติดหล่มขั้นในตอนการจัดซื้อจัดจ้างผู้รับเหมา จึงขอเสนอให้กรมชลประทานนำเครื่องจักรของตนเองลงพื้นที่ดำเนินการโดยตรง หรือบูรณาการร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาล เพื่อเร่งลอกทางน้ำให้ทันท่วงทีก่อนที่ฤดูมรสุมระลอกใหม่จะมาถึง เพราะแม้รัฐบาลจะอนุมัติงบกลางลงมา แต่การดำเนินงานไม่สำเร็จ ก็จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน และทำให้กรมชลประทานต้องตกเป็นแพะรับบาปในท้ายที่สุด
ขณะที่ประเด็นนิคมอุตสาหกรรมจะนะ นายศักดิ์สิทธิ์กล่าวว่าจากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน พบว่ายังคงมีความวิตกกังวลและสับสนอย่างยิ่ง เนื่องจากในอดีตเคยมีบทเรียนจากการผลักดันโครงการพลังงานต่าง ๆ ที่สัญญาว่าประชาชนจะได้ใช้ไฟฟ้าฟรีหรือก๊าซราคาถูก แต่สุดท้ายไม่สามารถทำได้จริง ซ้ำร้ายยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการประกอบอาชีพ จนทำให้เกิดความเคลือบแคลงว่าผู้ที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดกลับกลายเป็นกลุ่มนายหน้าและนายทุนที่เข้ามากว้านซื้อที่ดิน ดังนั้นจึงได้สะท้อนให้รัฐบาลต้องเปิดรับฟังเสียงของคนในพื้นที่อย่างจริงจังตามกรอบการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) และต้องไม่ดำเนินนโยบายที่สวนทางกับสิ่งที่เคยให้คำมั่นไว้เมื่อครั้งหาเสียงเลือกตั้ง
นอกจากนี้ในส่วนที่เป็นปัญหาวิกฤตของกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ซึ่งกำลังเผชิญกับสภาพทะเลสาบตื้นเขินจากตะกอนดินทรายหลังน้ำท่วม ทำให้ปริมาณสัตว์น้ำลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจะเป็นการเปิดโอกาสให้โรงงานอุตสาหกรรมซ้ำเติมวิกฤติด้วยการลักลอบปล่อยน้ำเสียด้วย จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและองค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) เข้ามาแสดงบทบาทและรับผิดชอบดูแลระบบบำบัดน้ำเสียของเทศบาลนครหาดใหญ่ รวมถึงโครงสร้างท่อระบายน้ำใต้ดินที่ชำรุดทรุดโทรม ก่อนที่จะระบายน้ำเสียลงสู่คลองแห คูเต่า อำเภอบางกล่ำ และไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา เพื่อเร่งฟื้นฟูระบบนิเวศและคืนความสมบูรณ์ให้แก่แหล่งทำมาหากินของชาวประมงอย่างเร่งด่วน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นิพิฏฐ์' โพสต์ชวนศิษย์เก่า ปชป. รวมตัวสนทนารำลึกความหลัง
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความระบุว่า สิ่งที่หายไป
'วรศิษฎ์' เตรียมชง 'ครม.สัญจร' ยกระดับสตูลให้เป็นจุดหมายท่องเที่ยวระดับโลก
"วรศิษฎ์" เตรียมนำเสนอที่ประชุม ครม.สัญจร ยกระดับสตูลเป็น "World Class Southern Border, Thailand. The Rivera of South East Asia" ดันขยายเวลาเปิดด่านศุลกากรวังประจัน พร้อมจุดผ่อนปรนทางการค้า "Free Flow Zone" กระตุ้นการค้าไทย-มาเลเซีย ชูสตูลเป็นจุดหมายปลายทางนักท่องเที่ยวมุสลิม
เปิดเมนู ครม.สัญจรสงขลา 'แกงส้มปลากะพง 3 น้ำ-ไก่ทอดหาดใหญ่' ขึ้นโต๊ะเสิร์ฟ
รัฐบาลเผยสงขลาเตรียมของดีภาคใต้ต้อนรับ ครม.สัญจร 31 ส.ค.-1 ก.ย. จัดเต็มตั้งแต่อาหารว่าง อาหารเช้า กล
สงขลาปลด 74 ราย ข้าราชการโกงสอบ 'นายก อบต.ท่าหมอไทร' โอดไม่เป็นธรรม
สงขลามีผู้เกี่ยวข้องทุจริตสอบท้องถิ่นถูกให้ออก 74 ราย อบต.51 ราย เทศบาล 22 ราย อบจ.1 ราย รอด 40 ราย บรรจุที่เดิม วันที่ 31 ส.ค.ดีเดย์ “นิพิฎฐ์” สร้างความเป็นธรรมทางโอกาสข้าราชการที่ถูกให้ออก
'อา-หลาน' รุมขยี้ปมตั้ง กก.ไต่สวนอิสระ 'โสภณ'บอกให้รอการันตีผลไม่อายสังคมแน่
'อภิสิทธิ์' ทวงความคืบหน้า 'โสภณ' ส่งศาลฎีกาตั้งกรรมการสอบ ป.ป.ช.ปมตีตกคำร้อง 'ศักดิ์สยาม' ขณะที่ 'พริษฐ์' ชี้ 82 วันแล้วยังไร้ความคืบหน้า 'ประธานสภา' บอกหลังได้ข้อสรุปเปิดเผยทั้งชื่อ-ผลวินิจฉัย
จ่อทุ่ม5หมื่นล.เอาใจจชต.
ครม.สัญจรสงขลาเตรียมข้อเสนอพัฒนา 5 จังหวัดชายแดนใต้เกือบ 200 โครงการ

