
‘ศรีสุวรรณ’ จี้ กกต.เอาผิดอดีตหัวหน้าพรรคกล้าธรรม-กรรมการสรรหา-กก.บริหารพรรค ปมส่ง ‘ก้องเกียรติ’ ลงสมัคร สส.เมืองคอน ทั้งที่มีคำพิพากษาคดีลักทรัพย์
17 ส.ค.2569-ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ กกต.เพื่อขอให้ตรวจสอบและเอาผิดอดีตหัวหน้าพรรคกล้าธรรม คณะกรรมการสรรหา และคณะกรรมการบริหารพรรคทุกคน ที่มีส่วนให้ความเห็นชอบให้นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ซึ่งเคยต้องคำพิพากษาเกี่ยวกับทรัพย์กระทำโดยทุจริต อันมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. ตามรัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. มาตรา 42 (12) แต่พรรคกล้าธรรมกลับมีมติส่งลงเลือกตั้ง ส.ส.ถึง 2 ครั้งในปี 2568 และปี 2569 อันเป็นความผิดตาม พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 หรือไม่
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ เคยต้องคำพิพากษาศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี คดีหมายเลขดำที่ 3747/2542 คดีหมายเลขแดงที่ 3673/2542 ลว.16 ธันวาคม 2542 พิพากษาว่านายก้องเกียรติกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ตาม ป.อาญา มาตรา 335(1) ลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 3,000 บาท รับสารภาพศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือน ปรับ 1,500 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี คดีถึงที่สุดแล้ว
ต่อมาพรรคกล้าธรรมกลับมีมติให้นายก้องเกียรติ ลงเลือกตั้งซ่อม สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 จนชนะเลือกตั้งในวันที่ 27 เม.ย.2568 ได้เป็น ส.ส.เข้าสภา จนกระทั่งมีการยุบสภาเมื่อ 11 ธ.ค.2568 เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วประเทศเมื่อ 8 ก.พ.2569 พรรคกล้าธรรมก็ยังคงมีมติส่งนายก้องเกียรติ ลงเลือกตั้งในจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 7 อีก ทั้งๆที่มีผู้ร้องเรียนว่าว่านายก้องเกียรติมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. แต่ กกต.ก็ใช้เวลาในการสืบสวนสอบสวนช้ามาก กว่า กกต.จะมีคำวินิจฉัยการสมัคร ส.ส.ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 30 ม.ค.2569 ตามคำวินิจฉัยที่ 257/2569 ส่วนการวินิจฉัยการสมัคร สส.ครั้งแรกในปี 2568 กกต.เพิ่งมีคำวินิจฉัยที่ 301/2569 ลงวันที่ 9 ก.พ.2569 โดยตัดสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งของนายก้องเกียรติ ทั้ง 2 การสมัครรับเลือกตั้งดังกล่าว
แม้กรณีดังกล่าวนายก้องเกียรติจะนำความไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่า พรป.การเลือกตั้ง สส.ปี2561 มาตรา 42(12) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 มาตรา 26 และมาตรา 27 หรือไม่ แต่ในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเมื่อ 13 ส.ค.2569 ที่ผ่านมา ไม่รับคำร้อง เพราะเป็นเรื่องที่ศาลอื่นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดแล้ว และคำร้องไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 แต่อย่างใด เรื่องดังกล่าวถือว่าจบและเป็นที่สุดแล้ว
อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยของ กกต.ทั้ง 2 คำวินิจฉัยยังไม่ปรากฏว่าได้มีการแจ้งความดำเนินคดีเพื่อเอาผิดอดีตหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ตามมาตรรา 56 ประกอบมาตรา 120 แห่ง พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 แล้วหรือไม่ รวมทั้งกรรมการสรรหา ส.ส.ของพรรคกล้าธรรม และคณะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม(ในขณะนั้น)ทั้งหมดแล้วหรือไม่ เพราะถือว่าได้รับรองบุคคลที่ลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายมาลงสมัครได้นั้น กฎหมายถือว่ามีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี
ดังนั้นองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงต้องนำความมาร้องเรียนจี้ให้ กกต.อย่าเกียร์ว่าง เพราะอาจเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตาม ปอ.มาตรา 157 ได้ หลักฐานชัดขนาดนี้ คงต้องบังคับใช้กฎหมายจนถึงที่สุดเพื่อเป็นบรรทัดฐานให้พรรคการเมืองต่างๆ ได้ใช้เป็นบทเรียน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พึ่งศาลรธน.รื้อคดีฮั้วสว. บี้‘กกต.’สังคายนาตัวเอง
กระหึ่ม! เวทีราชบัณฑิตยสภา กกต.เสียงข้างน้อยยืนยันฮั้ว สว.ผิดชัดเจนจาก "โพยสั่งการ"
'จรัญ' ชี้ช่องรื้อคดี 'ฮั้ว สว.' ต้องไปให้ถึงศาลรัฐธรรมนูญ
"จรัญ" ชี้ช่องใช้พยานหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ ข้อมูลการเงิน ข้อความสื่อสารในไลน์ รื้อคดีฮั้วสว. ดันสู่ศาลรัฐธรรมนูญ มัดตัวการใหญ่ทั้งระบบ กางกฎหมาย 3 มาตรา ชี้ชัด กกต. จัดการเลือกตั้ง สว.ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม หวังศาลฎีกาใช้เครื่องจับเท็จเค้นสอบพยานกลับคำสู่พยานปรปักษ์
'วิชา' สับ 'ฮั้ว สว.' สุดเลวร้าย บ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย กลายพันธุ์เป็น 'เผด็จการ'
"วิชา มหาคุณ" ออกโรงฉะกระบวนการ "ฮั้วทางการเมือง" ซัดเป็นพัฒนาการขั้นเลวร้าย เหตุกลุ่มทุน-พรรคการเมืองรวมหัวล็อกผลลัพธ์ ทำลายเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ หวังรวบอำนาจแต่งตั้งองค์กรอิสระ ลั่นระบบไต่สวนไม่ต้องรอพิสูจน์จนสิ้นสงสัย
'วัส ติงสมิตร' ชี้ 6 ช่องทางเดินหน้าสู้มติ กกต. คดีฮั้ว สว.
นายวัส ติงสมิตร อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงการใช้ดุลยพินิจของกกต. ในการวินิจฉัยกรณีฮั้วสว. ว่า ตนมีคำถามสำคัญคือ กกต. มีอำนาจ ในการใช้ดุลยพินิจแค่ไหน
รอดศาลฯแต่วิกฤตศรัทธายับเยิน ดันเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งรอบหน้า
โล่งอก ไปเปลาะหนึ่งสำหรับ กกต. หลัง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องเรียน 22 เรื่อง
กกต.จ่อใช้เครื่อง แทนบัตรเลือกตั้ง
กกต.เล็งดันเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์แทนกาบัตร นำร่องเลือกตั้งท้องถิ่น-แทนตำแหน่งว่าง

