'วรศิษฎ์' แถลงผลทลายขบวนการบัตรชมพูเถื่อน สั่งฟันจนท.เอี่ยวให้ออกจากราชการทันที

รมช.วรศิษฎ์ นำทีม ปกครอง-ตร.-ป.ป.ท.-ปปง.-กทม. แถลงผลปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” ทลายเครือข่ายทุจริตแจ้งย้ายชื่อต่างด้าวเข้าแฟลตดินแดง สั่งฟันวินัย-อาญาเจ้าหน้าที่เอี่ยวให้ออกจากราชการทันที พร้อมเดินหน้าขยายผลปราบขบวนการ “พ่อทิพย์” ปกป้องผลประโยชน์และสิทธิของคนไทย

18 สิงหาคม 2569 - เวลา 11.00 น.ที่สถานีตำรวจนครบาลดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงผลปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” เพื่อปราบปรามเครือข่ายทุจริตสวมสิทธิ์ออกบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) โดยย้ายเข้าทะเบียนบ้านแฟลตดินแดง พบเด็กต่างด้าวอายุ 5-15 ปี มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 1,366 คน นอกจากนี้ ยังพบห้องพักต้องสงสัย 44 ห้อง ที่มีเด็กต่างด้าวตั้งแต่ 16 คนขึ้นไปถูกย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้าน โดยตรวจสอบเบื้องต้น 3 ห้อง พบเด็กต่างด้าวรวมถึง 140 ราย

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เป็นตัวแทนรัฐบาลในการนำแถลงผลการปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” เพื่อปราบปรามเครือข่ายทุจริตแจ้งย้ายที่อยู่คนต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้านแฟลตดินแดงเพื่อทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ท่านนายกได้สั่งการเน้นย้ำให้รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสำคัญในการปราบปรามกวาดล้างมาอย่างต่อเนื่อง เพราะการกระทำผิดนี้ถือว่าได้เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ โดยการกระทำในลักษณะดังกล่าว ก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง ไม่ใช่แค่การแย่งชิงสิทธิหรือว่าสวัสดิการของคนไทย แต่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม รวมไปถึงเรื่องของความมั่นคงด้วย ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนและความมั่นคงของประเทศเป็นอย่างยิ่ง

“รัฐบาลปัจจุบันจึงเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามอาชญากรรมในทุกรูปแบบ และนำไปสู่การบูรณาการร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงาน ป.ป.ท. เปิดปฏิบัติการดังกล่าว โดยได้ขยายผลมาจากกรณีการทุจริตทางทะเบียนราษฎรในพื้นที่อำเภอวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งพบพฤติการณ์ทุจริตปลอมแปลงเอกสารเพื่อจัดทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ณ สำนักงานเขตดินแดงอย่างผิดปกติ โดยมีการนำรายชื่อบุตรแรงงานต่างด้าวเข้ามาแจ้งย้ายเข้าพักอาศัยในแฟลตดินแดงในลักษณะการฝากชื่อเข้าทะเบียนบ้าน ซึ่งจากการสุ่มตรวจเพียง 3 ห้อง พบมีผู้มีรายชื่อพักอาศัยสูงถึงห้องละ 35–64 คน รวมกว่า 140 คน และจากการตรวจสอบแฟลตดินแดงเพิ่มเติม 5,700 ห้อง ยังพบห้องที่มีต่างด้าวอาศัยเกิน 16 คน อีกจำนวน 44 ห้อง (รวม 1,300 คน)“ นายวรศิษฎ์ กล่าว

นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อไปว่า จากพฤติการณ์ข้างต้น จะเห็นว่ามีการกระทำเป็นขบวนการเชื่อมโยงตั้งแต่ นายหน้าชาวเมียนมาทำหน้าที่รวบรวมเอกสารและรายชื่อ ส่งต่อให้นายหน้าสัญชาติไทยเพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่รัฐประจำสำนักงานเขตดินแดง ในการออกบัตรประจำตัวโดยมิชอบ อันเป็นการละเมิดกฎหมาย กระทบต่อความมั่นคงของระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร และอาจนำไปสู่การสวมสิทธิรับสวัสดิการของรัฐ การขออนุญาตทำงาน หรือการขอสัญชาติไทยในอนาคต ทั้งหมดนี้ถือเป็นการละเมิดกฎหมายอย่างเห็นได้ชัดเจนและต้องทำการดำเนินคดีปราบปรามดำเนินคดีให้ถึงที่สุดทั้งในส่วนของประชาชนผู้กระทำผิดและเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริต โดยในส่วนของการลงโทษทางวินัย กระทรวงมหาดไทยจะได้สั่งการให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตออกจากราชการไว้ก่อนทันที ควบคู่ไปกับการดำเนินคดีทางอาญาตามกฎหมาย และได้ดำเนินการเพิกถอนรายการทางทะเบียนที่ได้มาโดยมิชอบออกจากระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งจะเดินหน้าขยายผลการตรวจสอบเชิงลึกในพื้นที่อื่นต่อไป

“สำหรับการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในปฏิบัติการครั้งนี้ ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสืบสวนและปราบปรามขบวนการทุจริตทางทะเบียน ซึ่งพบว่ามีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นในอีกหลายพื้นที่ โดยการกระทำดังกล่าวมิได้เป็นเพียงการปลอมแปลงเอกสารหรือแจ้งข้อมูลเท็จทางทะเบียนราษฎรเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความมั่นคงและระบบเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากเป็นช่องทางนำไปสู่การเบียดบังทรัพยากรของประชาชนชาวไทยโดยมิชอบ โดยตนขอให้พี่น้องประชาชนทุกท่านได้มั่นใจว่าทางเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบและขยายผลอย่างเคร่งครัดตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง รวมถึงกรณีการสวมสิทธิ์ความเป็นบิดาหรือ “พ่อทิพย์” โดยไม่ละเว้น

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ดี ถึงแม้จะมีการปราบปรามผู้กระทำความผิดกฎหมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างเข้มข้น แต่ทั้งนี้ ประเทศไทยเรายังคงพร้อมต้อนรับชาวต่างชาติที่เข้ามาดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากพบว่ามีผู้ใด ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการที่ผิดกฎหมาย จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดและเท่าเทียมโดยยึดพฤติการณ์การกระทำความผิดเป็นสำคัญ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สกลธี' จี้กวาดล้างขบวนการ 'พ่อทิพย์' หวั่นต่างด้าวถือครองสิทธิ์อาจเป็นนายกฯ-สส. ในอนาคต

นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุม กมธ. กรณีพ่อทิพย์ ว่า วันนี้ได้เชิญ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กรมการปกครอง

CBRE ชี้มาตรการ LTV -ลดค่าธรรมเนียมรัฐ หนุนกำลังซื้อ

ซีบีอาร์อีชี้มาตรการ LTV 100% และลดค่าธรรมเนียมรัฐ ช่วยกระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัยในช่วงครึ่งหลังของปี หนุนกำลังซื้อ เปิดโอกาสผู้ซื้อและผู้พัฒนาโครงการ

'สกลธี' ลุยปมพ่อทิพย์-แม่ทิพย์ พบ รพ.เข้าข่ายพุ่งกว่า 20 แห่ง จ่อสาวเส้นเงิน

“สกลธี” เผยตรวจปมพ่อทิพย์-แม่ทิพย์ จากเดือนก่อนพบโรงพยาบาลเอกชนเกี่ยวข้องราว 8 แห่ง ล่าสุดเพิ่มเป็นกว่า 20 แห่ง กทม.พบผู้มีแนวโน้มเป็น

'วรศิษฎ์' ลุยขยายผลขบวนการสวมสิทธิบัตรชมพู รับไม่กล้าประเมินยอดยังมีอีกเพียบ

“วรศิษฎ์” เผยขยายผลสวมสิทธิ์บัตรชมพูต่างด้าวทั่วประเทศ ยันเคสเขตดินแดงแค่จุดเริ่มต้น เร่งสอบ 3 กลุ่มตามหมายจับ เจ้าหน้าที่-นายหน้า-เจ้าบ้าน ชี้ค่าหัวพุ่งหลักหมื่น-แสน ยอมรับ ไม่กล้าประเมินยอด เหตุมีเพียบ

กมธ.กฎหมาย ถกปมพ่อทิพย์ ซัดรัฐบาลดังแต่ท่อล้อไม่หมุน ไม่ปราบปรามจริงจัง

กมธ.กฎหมาย ถกปมพ่อทิพย์ พบ 8 รพ. ใน กทม. มีสุ่มเสี่ยงกว่า 1,000 เคส ชี้ ยังติดปัญหาด้านงบประมาณเพื่อใช้ตรวจดีเอ็นเอ - เพิกถอนสัญชาติ ด้าน “โรม”ซัด รัฐบาลหมดเวลาดังแต่ท้อ ล้อไม่หมุน ทำการปราบปรามไม่เกิดขึ้น

'รังสิมันต์' นำ กมธ.สางขบวนการ 'พ่อทิพย์' ลั่นเป็นภัยความมั่นคง!

'กมธ.กฎหมายฯ' ถกเข้มสางขบวนการ 'พ่อทิพย์' เด็กสวมสิทธิ์สัญชาติไทย 'โรม' หวั่นเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติกระทบความมั่นคง สับ 2 รพ.เอกชนไม่ยอมชี้แจง ขู่คิดว่าไม่มาแล้วจะหลุดรอดหรือ!