'ราชทัณฑ์' อยู่ไม่ไหว! เล็งแก้กฎกระทรวง ปิดช่องลดโทษ-พักโทษ ผู้ต้องขังคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญสังคม

"ราชทัณฑ์" เล็งออกกฎกระทรวงใหม่ อุดช่อง "ลดโทษ–พักโทษ" คดีร้ายแรง ชงจำกัดประโยชน์นักโทษโทษสูง หลัง "เล่าต๋า–ป๋อง" จุดคำถามระบบบริหารโทษ หวังผู้ต้องขังที่ได้รับอภัยโทษจาก "ประหาร" เหลือ "จำคุกตลอดชีวิต" ต้องรับโทษตามนั้น ปิดช่องลดวันต้องโทษซ้ำ เปิดรับฟังนักสิทธิฯ-นักวิชาการ ก่อนเสนอใช้จริง

18 สิงหาคม 2569 - สืบเนื่องจากกรณีนายเล่าต๋า แสนลี่ อดีตนักโทษคดียาเสพติดรายสำคัญ อายุ 85 ปี ซึ่งศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต แต่ได้รับพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไป 6 ครั้ง จนพ้นโทษออกจากเรือนจำกลางบางขวาง เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2569 อีกทั้งยังมีกรณีของนายฑนา เกิดทอง หรือป๋อง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมสองพี่น้องชาวรัสเซีย ก่อนนำศพไปฝังอำพรางในพื้นที่ป่ามะพร้าว ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ต่อมาได้ขยายผลจนนำไปสู่การพบศพพ่อแม่ลูกชาวไทย 3 ราย ที่ถูกฝังอำพรางในบริเวณใกล้เคียง รวมมีผู้เสียชีวิต 5 ราย ทั้งที่นายฑณา เป็นอดีตผู้พ้นโทษ และศาลมีคำสั่งให้ใช้มาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษเป็นเวลา 2 ปี แต่เมื่อพ้นโทษมาได้เพียง 2 เดือนเท่านั้น กลับไปก่อเหตุอุกฉกรรจ์เขย่าขวัญสังคม จึงเกิดกระแสข้อเรียกร้องให้กรมราชทัณฑ์กลับมาบังคับโทษประหารชีวิตอีกครั้ง หลังประเทศไทยไม่ได้มีการประหารชีวิตมานาน 9 ปี เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเข้าสู่การยกเลิกโทษประหารชีวิตโดยทางปฏิบัติ

ขณะที่กระแสสังคมต่างวิพากษ์วิจารณ์หลักการบริหารโทษผู้ต้องขังคดีโทษสูงของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งส่วนใหญ่จะได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษก่อนกำหนดคำพิพากษาศาล เนื่องด้วยได้รับการลดโทษ พักโทษ หรือถูกเสนอชื่อให้ได้รับการพิจารณาพระราชทานอภัยโทษลดโทษ ล่าสุดกรมราชทัณฑ์ได้ออกแถลงการณ์น้อมรับความรู้สึกและความกังวลของประชาชน และเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องทบทวนและเสนอแนวทางปรับปรุงหลักเกณฑ์ กฎ ระเบียบ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารโทษ โดยเฉพาะกรณีผู้ต้องโทษประหารชีวิต ผู้ต้องขังจำคุกตลอดชีวิต และผู้ต้องขังในคดีอุกฉกรรจ์หรือคดีที่มีผลกระทบและสร้างความสะเทือนขวัญต่อสังคม เพื่อให้การบริหารโทษมีความเหมาะสมกับระดับความร้ายแรงของความผิด และเป็นไปตามหลักสัดส่วนของการลงโทษ ตลอดจนคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและประโยชน์ของสังคมโดยรวม ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า กรณีกรมราชทัณฑ์มีแนวทางและหลักคิดในการปรับปรุงหลักเกณฑ์ กฎ ระเบียบ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารโทษ โดยเฉพาะกรณีผู้ต้องโทษประหารชีวิต ผู้ต้องขังจำคุกตลอดชีวิต และผู้ต้องขังในคดีอุกฉกรรจ์หรือคดีที่มีผลกระทบและสร้างความสะเทือนขวัญต่อสังคม เพื่อให้การบริหารโทษมีความเหมาะสมกับระดับความร้ายแรงของความผิด และเป็นไปตามหลักสัดส่วนของการลงโทษ

ปัจจุบันนี้ กรมราชทัณฑ์อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดข้อกฎหมายภายใน “กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562” ซึ่งเป็นกฎหมายลูกที่ออกมาบังคับใช้ภายใต้ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560

โดยเฉพาะในส่วนของ “หมวด 2 การเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาด” ซึ่งล้วนเป็นเรื่องเกี่ยวกับการให้ประโยชน์แก่ผู้ต้องขัง ประกอบด้วย 1.การเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาดกรณีปกติ (ตามบทบัญญัติเดิมในกฎกระทรวงฯ จะเป็นการให้เลื่อนตามลำดับชั้น ครั้งละหนึ่งชั้น ตามลำดับการจัดชั้นนักโทษเด็ดขาด)

2.การเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาดกรณีมีเหตุพิเศษ (ตามบทบัญญัติเดิมในกฎกระทรวงฯ การพิจารณาเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาดกรณีมีเหตุพิเศษ นอกจากจะเป็นผู้มีความประพฤติดี มีความอุตสาหะ มีความก้าวหน้าในการศึกษา และทำการงานเกิดผลดี หรือทำความชอบแก่ทางราชการเป็นพิเศษแล้ว จะต้องปรากฏข้อเท็จจริงว่านักโทษเด็ดขาดผู้นั้นมีความเสียสละอุทิศตนช่วยเหลือทางราชการโดยการเข้าต่อสู้ขัดขวางหรือป้องกันการหลบหนีของผู้ต้องขังจากเรือนจำ ช่วยเหลือเจ้าพนักงานเรือนจำหรือผู้อื่นในขณะที่ตกอยู่ในภาวะอันตรายหรือเสี่ยงอันตราย เข้าทำการป้องกันจับกุมผู้ต้องขังที่ก่อการจราจลหรือก่อเหตุร้ายขึ้นภายในเรือนจำ หรือทำการดับเพลิงในกรณีที่เกิดเพลิงไหม้อาคารสถานที่ของเรือนจำ

และนอกจากข้อนี้แล้ว ปลัดกระทรวงยุติธรรมอาจพิจารณาอนุมัติให้นักโทษเด็ดขาดเลื่อนชั้นเป็นกรณีพิเศษเพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงปลอดภัยของรัฐหรือความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศก็ได้ ซึ่งการเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาดกรณีมีเหตุพิเศษอาจเลื่อนชั้นก่อนเวลาหรือเลื่อนข้ามชั้นก็ได้)

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาดนี้ กรมราชทัณฑ์จึงมีแนวทางและหลักคิดว่า จะสามารถจำกัดไม่ให้ประโยชน์แก่กลุ่มบุคคลบางกลุ่มประเภทใดได้บ้างหรือไม่ อาทิ ผู้ต้องขังคดีโทษร้ายแรง คดีอุกฉกรรจ์ คดีที่มีอัตราโทษสูง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของผู้ต้องขังกลุ่มคดีในความผิดตาม พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 หรือกฎหมาย JSOC เช่น ประเภทคดีฆ่าข่มขืน คดีความผิดทางเพศ คดีเรียกค่าไถ่ หรือรวมไปถึงจำพวกคดียาเสพติดรายใหญ่ เป็นต้น ซึ่งล้วนถูกคำพิพากษาศาลให้โทษประหารชีวิต

แต่จากนั้นเมื่อรับโทษจำคุกมาสักระยะหนึ่ง ก็มักจะมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ได้รับการพระราชทานอภัยโทษลดโทษ จากโทษประหารชีวิตเหลือเป็นจำคุกตลอดชีวิตแทน ซึ่งกรมราชทัณฑ์จะต้องวางแนวทางและหลักเกณฑ์ใหม่ว่า จะทำอย่างไรไม่ให้ผู้ต้องขังในคดีโทษสูงร้ายแรงเหล่านี้ เมื่อได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษจากโทษประหารชีวิตเป็นจำคุกตลอดชีวิตแล้ว จะต้องไม่ให้ได้รับการพิจารณาประโยชน์ในการลดวันต้องโทษ หรือโครงการพักการลงโทษใด ๆ อีก กล่าวง่าย ๆ คือ ผู้ต้องขังควรรับโทษจำคุกตลอดชีวิตตามที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษมาแล้ว

แม้กรมราชทัณฑ์จะเป็นหน่วยงานบริหารโทษจากศาลยุติธรรมที่ได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกไว้ แต่ก็ต้องพูดกันตามตรงว่าในการบริหารโทษ หรือบังคับโทษของกรมราชทัณฑ์ ก็ล้วนต้องปฏิบัติภายใต้ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 และกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562 เพราะเป็นกฎหมายที่จะต้องใช้บริหารโทษกับผู้ต้องขังในทุกรายคดี ไม่ว่าจะเป็นคดีอัตราโทษสูง หรือโทษต่ำก็ตาม ฉะนั้น หากถึงระยะเวลาตามสัดส่วนที่ผู้ต้องขังรับโทษจำคุกมาแล้ว ต้องได้รับประโยชน์จากการเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาด เรือนจำ/ทัณฑสถานทั่วประเทศก็มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่บัญญัติไว้

หากไม่ปฏิบัติตาม ก็จะถูกผู้ต้องขังหรือญาติร้องเรียนการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือถูกมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งซ้ำเติมผู้ต้องขังหรือไม่ เพราะกฎหมายได้รับรองไว้ว่าเขาสมควรต้องได้ประโยชน์ตรงนี้ เมื่อรับโทษจำคุกมาได้สัดส่วนแล้ว ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์จึงเล็งเห็นและมีแนวคิดว่า เราจะปรับปรุงแก้ไขทบทวนรายละเอียดภายใน “กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562”

โดยเฉพาะในส่วนของการเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาด เนื่องจากลำดับชั้นของนักโทษ ย่อมมีผลต่อการพิจารณาประกอบกับระยะเวลารับโทษจำคุกจริงของอัตราโทษทั้งหมด ก่อนจะถูกกลั่นกรองให้เป็น 1 ในรายชื่อของผู้ต้องราชทัณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาเสนอพระราชทานอภัยโทษลดโทษในโอกาสวาระสำคัญ เราจึงต้องหาวิธีการปิดช่องว่างตรงนี้ลงไป คาดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะขับเคลื่อนออกมาเป็น “กฎกระทรวง” อีก 1 ฉบับ มาใช้ประกบกับ “กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562” เดิมดังกล่าว

ทั้งนี้ในการที่กรมราชทัณฑ์อยู่ระหว่างดูแนวทางและหลักคิดในการออกกฎกระทรวงอีก 1 ฉบับ เพื่อมาอุดช่องว่างเรื่องการปรับเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาด เราไม่สามารถทำหรือขับเคลื่อนเพียงหน่วยงานเดียวได้ เพราะในการออกกฎกระทรวงใด ๆ ที่มีผลต่อการบริหารโทษบังคับใช้กับผู้ต้องขัง เราจะต้องรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ข้อท้วงติงจากนักสิทธิมนุษยชน ภาคประชาสังคม นักวิชาการ และคณะกรรมการราชทัณฑ์ ซึ่งก็มีผู้แทนจากหลายหน่วยงานร่วมเป็นกรรมการอีกด้วยว่า เห็นด้วยหรือไม่ หรือไม่เห็นด้วยในส่วนใดหรือไม่ เพราะหัวใจสำคัญของการออกกฎกระทรวง 1 ฉบับ เราไม่ได้ออกมาเพื่อเจาะจงไปที่ผู้ต้องขังเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่เราต้องออกกฎกระทรวงเพื่อให้มีรายละเอียดครอบคลุมกับผู้ต้องขังหลายกลุ่ม หลายรายคดี มีผลใช้ได้จริง และกฎกระทรวงมันก็คือการบังคับใช้กับผู้ต้องขังในขณะที่พวกเขายังอยู่ในเรือนจำฯ การจะกระทำการใด ๆ ก็ต้องคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และหลักกฏหมายสากลที่ใช้กันทั่วโลกอีกด้วย

ดังนั้นทางกรมราชทัณฑ์ขอให้ความมั่นใจกับสังคมว่าเราน้อมรับในทุกความคิดเห็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ หรือเสนอแนะเพื่อต้องการให้การบริหารโทษเป็นไปตามความเหมาะสม และสังคมต้องได้รับความปลอดภัยจริง ๆ จึงมีความเชื่อมั่นว่าแนวทางและหลักคิดที่กรมราชทัณฑ์จะมีการทบทวนปรับปรุงแก้ไขผ่านการออกกฎกระทรวงฉบับใหม่นี้ หากท้ายสุด คณะกรรมการราชทัณฑ์มีความเห็นชอบ นักวิชาการ นักสิทธิมนุษยชนเห็นพ้องต้องกัน ว่าการจำกัดไม่ให้ประโยชน์ลดโทษ - พักโทษแก่กลุ่มบุคคลบางกลุ่มในคดีโทษสูง โทษร้ายแรง จะช่วยให้การบริหารโทษเป็นไปด้วยดี และไม่เป็นการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพภาพซ้ำเติมผู้ต้องขังเกินสัดส่วน จึงหวังว่าจะเป็นผลดีกับสังคมไม่มากก็น้อยในจากนี้ต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดภาพ 'เล่าต๋า' กลับบ้าน! ญาติผูกข้อมือรับขวัญ สอนลูกหลานอย่ายุ่งยาเสพติด

เผยภาพ “เล่าต๋า แสนลี่” กลับบ้านห้วยส้าน หลังพ้นเรือนจำ ญาติพี่น้องจัดเลี้ยง-ผูกข้อมือต้อนรับเป็นการภ

คุกตลอดชีวิตเหลือไม่ถึง 10 ปี! เปิด 3 รูรั่วราชทัณฑ์ หลัง 'เล่าต๋า' พ้นเรือนจำ

อดีต สว. ชำแหละ 3 ช่องโหว่ระบบบริหารโทษ ตั้งคำถามอำนาจราชทัณฑ์เหนือคำพิพากษา เสนอคดีอุกฉกรรจ์จำคุกตลอดชีวิตต้องรับโทษไม่

'รุทธพล' ยอมรับระเบียบพิจารณาปล่อยตัว 'เล่าต๋า' มีปัญหา

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการปล่อยตัว นายเล่าต๋า แสนลี่ อายุ 85 ปี อดีตผู้ต้องขังคดียาเสพติดรา

ผงะ!จับยา600ล้านเม็ด

"เล่าต๋า" ราชายาเสพติดได้รับพระราชทานอภัยโทษ หลังจำคุกเกือบ 10 ปี ขณะที่ นบ.ยส.ผนึกกำลัง 2 ทัพภาค ถกข้อมูลเข้มมาตรการกวาดล้างยาเสพติดตามนโยบายรัฐบาลโค้งสุดท้ายปีงบ '69 เผยชายแดนภาคเหนือยึดยาบ้ามโหฬาร เฉียด 600 ล้านเม็ด ไอซ์ทะลุ 19 ตัน

ศาลซีเรียสั่งประหารชีวิต ‘บาชาร์ อัล-อัสซาด’ในข้อหาก่ออาชญากรรมโหดร้าย

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ศาลซีเรียได้พิพากษาประหารชีวิตอดีตผู้นำ บาชาร์ อัล-อัสซาด หลังจากการพิจารณาคดีโดยที่จำเลยไม่อยู่ในศาล โดยตัดสินว่าเขามีความผิดในข้อหาก่ออาชญากรรมโหดร้ายในช่วงสงครามกลางเมืองที่กินเวลานานเกือบ 14 ปีของประเทศ