
ผอ.JIC ฟาดกลับ! 'ข้อกล่าวหาไม่ใช่ข้อเท็จจริง' ปม 'เฮง ฟ่าง' นักลงทุนจีนในเขมร แยกชัด 'นักลงทุน–จีน–เขตแดน' ลั่นไทยไม่รุก-ไม่ยึด ใครก็เปลี่ยนเขตแดนด้วยโพสต์ไม่ได้ ย้ำทหารยึดข้อตกลง รักษาอธิปไตย
19ส.ค. 2569 - พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย -กัมพูชา (ผอ. JIC) กล่าวถึงกรณีที่มีเจ้าของโรงแรมเฮงฟ่าง พาเจ้าหน้าที่สถานทูตจีนประจำกัมพูชาลงพื้นที่ และเรียกร้องให้ไทยคืนทรัพย์สิน ทั้งหมดให้ทางนักลงทุนชาวจีนในกัมพูชา ว่า ตนอยากแยกเรื่องนี้ให้ชัด คือ นักลงทุนคือส่วนหนึ่ง รัฐบาลจีนคืออีกส่วนหนึ่ง และข้อเท็จจริงเรื่องเขตแดนคืออีกส่วนหนึ่ง อย่านำมาปะปนกัน
ส่วนบุคคลใดจะร้องเรียนหรือขอความช่วยเหลือจากสถานทูตของประเทศตน เป็นสิทธิที่สามารถดำเนินการได้แต่การกล่าว อ้างของบุคคลว่า ประเทศไทยรุกราน ยึดที่ดิน หรือ ‘ปล้นทรัพย์สินไม่ได้ทำให้คำกล่าวนั้นกลายเป็นข้อเท็จจริง และมีข้อเท็จจริงสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกัน คือ การวางกำลังของทหารไทยในปัจจุบันเป็นการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายคงการวางกำลัง ณ ที่ตั้งของตนตามที่ตกลงกัน และไม่เคลื่อนกำลังไปข้างหน้าหรือที่เรียกว่า ”Troop Deployment Line“
ดังนั้น การที่กำลังทหารไทยรักษาพื้นที่ตามแนวการวางกำลังดังกล่าว ไม่ควรถูกนำไปตีความโดยบุคคลฝ่ายเดียวว่าเป็นการ “รุกราน” หรือ “ยึดครองพื้นที่” นี่เป็นคนละเรื่องกันทหารไทยไม่ได้กำหนดเส้นขึ้นมาเองตามอำเภอใจ แต่กำลังปฏิบัติตามกรอบที่ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันหากฝ่ายใดมีข้อสงสัยหรือเห็นต่างเกี่ยวกับตำแหน่งการวางกำลัง ก็ต้องนำเข้าสู่กลไกที่ทั้งสองประเทศตกลงกัน ไม่ใช่ใช้การให้สัมภาษณ์ คลิปวิดีโอ หรือโพสต์ในโซเชียลมีเดียมาตัดสินสถานะของพื้นที่
ส่วนข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์สิน ก็ต้องแยกออกจากเรื่องการวางกำลังทางทหาร และพิสูจน์ให้ชัดว่าทรัพย์สินตั้งอยู่ตรงไหนใครเป็นเจ้าของโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ภายใต้เขตอำนาจของฝ่ายใดและสถานะของพื้นที่ตามข้อตกลงและกลไกชายแดนเป็นอย่างไร เรื่องเหล่านี้ต้องคุยกันด้วย เอกสาร พิกัด หลักฐาน และกลไกระหว่างรัฐไม่ใช่ใช้กล้อง ใช้กระแส หรือใช้คำว่า “รุกราน” มาตัดสินเขตแดน
ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ทางการทูตของจีน หากเดินทางไปดูแลหรือรับฟังปัญหาของพลเมืองจีนในกัมพูชา เราไม่ควรรีบด่วนสรุปว่านั่นหมายความว่า รัฐบาลจีนรับรองข้อกล่าวหาของนักลงทุนรายนั้น
พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์ไทย–จีน และเราเชื่อว่าจีนในฐานะประเทศสำคัญในภูมิภาค ย่อมเข้าใจดีว่าข้อพิพาทระหว่างสองประเทศต้องแก้ด้วยข้อเท็จจริงและกลไกที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ข้อกล่าวหาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขอย้ำว่า “นักลงทุนมีสิทธิเรียกร้องแต่ไม่มีใครมีสิทธิเปลี่ยนข้อกล่าวหาให้เป็นข้อเท็จจริงและไม่มีใครเปลี่ยนเขตแดนได้ด้วยโพสต์ในโซเชียลมีเดีย” และสำหรับทหารไทยก็ชัดเจนเช่นกันว่า
“เราไม่ได้รุกไปข้างหน้า เรารักษาการวางกำลังตามข้อตกลงและเราจะไม่ละทิ้งหน้าที่ในการรักษาอธิปไตยของประเทศไทย ประเทศไทยไม่ต้องการขยายความขัดแย้งกับใคร แต่ในเรื่องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ เราจะยึด ข้อเท็จจริง หลักฐาน ข้อตกลง และกฎหมาย เป็นหลัก“ผอ.JIC กล่าว
พล.อ.อ.ประภาส กล่าวอีกว่า หากมีการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนว่าประเทศไทย “รุกราน” หรือ “ปล้นทรัพย์สิน” ฝ่ายไทยก็พร้อมนำข้อเท็จจริงออกมาชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาเราไม่ทะเลาะกับนักลงทุน เราไม่ทะเลาะกับสถานทูต และเราไม่ต้องการทะเลาะกับประเทศเพื่อนบ้านแต่เราจะไม่ยอมให้คำกล่าวหาที่ไม่มีหลักฐาน กลายเป็นความจริงในสายตาสาธารณชน นี่คือจุดยืนของเรา รักษาข้อตกลง รักษาพื้นที่ รักษาอธิปไตย และรักษาสันติภาพไปพร้อมกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตอบโต้รายวัน! ผอ.JIC สวนกัมพูชากล่าวหาไทยยิงก่อน
พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา(ผอ.JICไทย ) กล่าวถึงกรณีกระทรวงกลาโหมกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน พร้อมกล่าวหาฝ่ายไทยเป็นผู้โจมตีกัมพูชาโดยปราศจากการยั่วยุว่า การโต้แย้งด้วยถ้อยคำเพียงอย่างเดียวไม่อาจใช้ชี้ขาดว่าใครเป็นฝ่ายถูกหรือผิด สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ หลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ และสถานการณ์แวดล้อมก่อนเกิดการปะทะอย่างครบถ้วน
'ผอ.JIC ไทย' สวนกัมพูชาเดือด! ลั่น สิ่งปลูกสร้าง ไม่เท่ากับพิสูจน์ แผ่นดินเป็นของใคร
‘ผอ.JIC ไทย’ สวนกัมพูชาเดือด! ตู้คอนเทนเนอร์ไม่ใช่เส้นเขตแดน ลวดหนามไม่ใช่สนธิสัญญา ย้ำ ‘สายตาโลก’ ไม่ใช่คำตัดสินอธิปไตย ‘หลักฐานชัด’ ชี้เห็นสิ่งปลูกสร้างไม่เท่ากับพิสูจน์แผ่นดินเป็นของใคร ย้ำไทยไม่ใช้กำลังเปลี่ยนเส้นเขตแดน จี้ เขมร อ่านถ้อยแถลงร่วมให้ครบ หากเชื่อ JBC ต้องปล่อยกลไกทำงาน ไม่ใช่ตัดสินผ่านสื่อ
'กรมศิลป์ฯ' บูรณะปราสาทตาควาย ส่งทหารช่างเคลียร์กองหิน คาดมีทุ่นระเบิดตกค้าง เดินหน้างานวิ่งเทรล
'กรมศิลป์ฯ' เตรียมบูรณะปราสาทตาควายปี 70 ใช้เวลาดำเนินการ 2 ปี ส่งทหารช่างเคลียร์กองหินขนาดใหญ่ที่ร่วงอยู่ภายในออกก่อน คาดยังมีทุ่นระเบิดตกค้างอยู่ภายใน ขณะที่ 'ถนนคอนกรีต-บันไดเหล็ก' เชื่อมขึ้นเนิน 350 สร้างเสร็จเรียบร้อย เดินหน้างานวิ่งเทรลเดือน ธค. นี้
ผอ. JIC ลั่นไม่กลัวอาวุธจีน กัมพูชาจะใช้หรือไม่ใช้ หากขึ้นลำกล้อง ไม่ปล่อยให้ยิง เราต้องจัดการก่อน
พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา JIC และผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ตรวจเยี่ยมกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด (กปช.จต.) บ้านท่าเส้น-บ้านหนองรี พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญแบะกำลังใจเจ้าหน้าที่
'ผอ.JIC' ลั่นไม่ได้ให้เชื่อไทย แต่ขอโลกเช็กข้อเท็จจริง ย้ำเคารพ UN
'ผอ. JIC ไทย' ลั่นไทยไม่ได้ขอให้โลกเชื่อเรา แต่ขอให้โลกตรวจสอบข้อเท็จจริง ย้ำเคารพ UN-สิทธิมนุษยชน แต่ต้องรับฟังสองฝั่งชายแดน
ผอ.ศูนย์ข่าวสารไทย-กัมพูชา ปลุกคนไทยสู้ล็อบบี้ยิสต์ !
ปลุกคนไทยสู้ล็อบบี้ยิสต์ ! “ผอ.ศูนย์สถานการณ์ข่าวสารไทย-กัมพูชา” ชวนคนไทย 70 ล้านคนเป็นนักสื่อสารประเทศ ชี้สงครามยุคใหม่ตัดสินกันในสนามข้อมูลข่าวสาร ย้ำไทยต้องเล่าเรื่องของไทยด้วยข้อเท็จจริงชี้ไทยยึดข้อเท็จจริงสู้ข่าวบิดเบือน ยืนยัน พร้อมให้ประชาคมโลกตรวจสอบทุกข้อมูล

