กองทัพไทยผุด 'ระบบเฝ้าตรวจชายแดนอัตโนมัติ' วางกล้อง-ไฟเบอร์ออปติกตลอดแนว

กองทัพไทยเสนอโมเดลเฝ้าตรวจชายแดนอัตโนมัติในพื้นที่สระแก้ว-จันทบุรี ตราด รับจุดที่สร้างรั้วไม่ได้ วางหอตรวจการณ์-เสาสัญญาณทุก 400 เมตร ติดกล้องเชื่อมศูนย์ควบคุม พร้อมใช้ไฟเบอร์ออปติกตรวจจับความเคลื่อนไหว เผยถนนตรวจการณ์-รั้วชายแดนระยะ 2 เดินหน้าต่อเนื่อง

26 สิงหาคม 2569 - พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย แถลงภายหลัง พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพไทย ถึงความคืบหน้าการก่อสร้างถนนตรวจการณ์และรั้วชายแดน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ภายใต้กองทุนหทัยทิพย์

พล.ต.วิทัยกล่าวว่า โครงการก่อสร้างถนนตรวจการณ์ระยะที่ 2 บริเวณหลักเขตที่ 52-59 ระยะทาง 8.380 กิโลเมตร ล่าสุดดำเนินการก่อสร้างบริเวณหลักเขตแดนที่ 54-55 ระยะทาง 3.45 กิโลเมตร โดยก่อสร้างแล้ว 2.6 กิโลเมตร เหลืออีก 250 เมตร

ส่วนโครงการก่อสร้างรั้วชายแดนระยะที่ 2 จากหลักเขตที่ 54-55 ระยะทาง 3.450 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างตอม่อและเสา คืบหน้าแล้ว 1.5 กิโลเมตร และอยู่ระหว่างก่อสร้างคานคอดินอีก 460 เมตร

นอกจากนี้ กองบัญชาการกองทัพไทยยังเสนอแนวคิดจัดทำ “ระบบเฝ้าตรวจชายแดนอัตโนมัติ” ในพื้นที่รับผิดชอบ 2 แห่ง ได้แก่ กองกำลังบูรพา จ.สระแก้ว และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) เพื่อใช้ในพื้นที่ที่มีข้อจำกัด ไม่สามารถก่อสร้างรั้วชายแดนได้ เช่น บริเวณลำคลองหรือสันเขา

สำหรับพื้นที่ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ราบและมีถนนตรวจการณ์ เสนอให้ก่อสร้าง “หอตรวจการณ์” เพื่อให้กำลังพลขึ้นไปเฝ้าตรวจพื้นที่ ขณะที่ จ.สระแก้ว ซึ่งบางพื้นที่เป็นป่ารกทึบและมีแนวคลอง จะใช้ “เสาตรวจการณ์” ติดตั้งอุปกรณ์และกล้องสำหรับตรวจจับความเคลื่อนไหว

ทั้งหอตรวจการณ์และเสาตรวจการณ์จะติดตั้งเป็นแนวตลอดพื้นที่ โดยเว้นระยะห่างประมาณ 400 เมตร และเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่กองบังคับการควบคุม เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนได้อย่างต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หอตรวจการณ์จะมีความสูงประมาณ 20 เมตร ส่วนเสาตรวจการณ์มีความสูงประมาณ 6 เมตร พร้อมติดตั้งกล้องจำนวน 3 ตัว ขณะที่บริเวณแนวเส้นปฏิบัติการและเส้นเขตแดนจะติดตั้งระบบไฟเบอร์ออปติก (Fiber Optic) สำหรับตรวจจับความเคลื่อนไหวตามแนวชายแดน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ลั่นการข่าวต้องปรับอีกเยอะ เหตุป่วนใต้ถี่ยิบ สั่ง มทภ.4 สอบให้ชัดเจนปมยิงจาก ฮ.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ จะลงพื้นที่ด้วยตัวเองหรือไม่ ว่า ถ้าตนลงไปจะทำความลำบากให้กับเจ้าหน้าที่เปล่าๆ แต่การสั่งการให้แนวทางปฏิบัติเตรียมความพร้อมของผู้เกี่ยวข้องได้มารายงานและหารือนำไปสู่การปฏิบัติ

โฆษก กอ.รมน. ชี้ปมยิงจาก ฮ. เป็นไปได้ยาก ไม่ใช่กระสุนปืนสงคราม ขอให้รอผลนิติวิทย์ฯ

กอ.รมน. แจงแม่ทัพภาค 4 ไม่ได้ฟันธง เหตุเผา อบต.เกี่ยวการเมือง เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกต ชี้งานการข่าวมี 2 ด้าน “รุกและรับ” ส่วนเชิงลึก แบบรู้ข้อมูล 100% เป็นเรื่องยาก ขณะที่เหตุเฮลิคอปเตอร์ยิงวัยรุ่น ยังต้องพิสูจน์หลักฐาน ขอให้รอผลสืบสวน-นิติวิทยาศาสตร์ ที่ไม่โกหก และเป็นกลาง แม้อาจจะช้า แต่ต้องไม่จับผิดตัว หวั่นเสียมวลชน พร้อมขอความเป็นธรรมให้ จนท.รัฐ อย่ายอมให้ไปเข้าทางผู้ก่อเหตุ

ปลัด มท. สั่งด่วน 4 มาตรการ ชายแดนใต้ยกระดับเฝ้าระวังขั้นสูงสุด

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในห้วงระหว่างวันที่ 22 - 23 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ตลอดจนสถานที่ราชการที่มีความสำคัญต่อการรักษาความมั่นคงและการบริหารราชการแผ่นดิน

นายกฯ ถก 'วันนอร์-ฝ่ายความมั่นคง-วันนอร์' แก้ชายแดนใต้ ก่อนประชุมครม.พรุ่งนี้

นายกฯ นัดถก ฝ่ายความมั่นคง-วันนอร์ แก้ปัญหาไฟใต้ ก่อนประชุมครม.พรุ่งนี้ เตรียมนำภาพรวม-ความเห็นหลายฝ่ายมาพิจารณา คาดได้แนวทางแก้ปัญหาในทิศทางที่ดี

'อนุทิน' ชี้ป่วนชายแดนใต้ ตอบโต้จนท.รัฐ รุกปราบปรามผู้ก่อการร้าย ยึดทรัพย์จับยา-ของเถื่อน

นายกฯ ชี้ทางการรุกปราบผู้ก่อการร้าย ยึดทรัพย์ จับยา - ของเถื่อน เป็นเหตุถูกโต้กลับ แจงดูจากรูปแบบไม่หวังชีวิต แต่สร้างสถานการณ์ก่อกวน