ลัคกี้สุกี้ เสริมทัพเมนูเสริ์ฟ ‘ติ่มซำ’ ลุยตลาดบุฟเฟ่ต์ เพิ่มความหลากหลายคุ้มค่า สู้ศึกสุกี้-ชาบูแข่งเดือด!

‘ลัคกี้สุกี้’ เดินหน้าขยายเกมในตลาดบุฟเฟ่ต์ เปิดโมเดลใหม่ ‘ลัคกี้สุกี้มาร์เช่แอนด์ติ่มซำ’ เติมเมนู Non-Suki Menu หวังสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งและยกระดับแบรนด์สู่ตลาดพรีเมียมแมส หลังมองเห็นพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังมองหาอาหารหลากหลายและความคุ้มค่าในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว พร้อมตั้งเป้าขยายสาขาเป็น 72 แห่งทั่วประเทศภายในสิ้นปี 2569 และดันยอดขายแตะ 3,500 ล้านบาท

26 ส.ค. 2569 – ตลาดสุกี้-ชาบูไทยยังคงแข่งกันอย่างร้อนแรง โดยเฉพาะเมื่อผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” ต่อหนึ่งมื้อ ทำให้ผู้ประกอบการไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องราคา แต่ต้องเพิ่มจำนวนเมนู ประสบการณ์ และความหลากหลาย เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าเงินที่จ่ายไปตอบโจทย์ได้มากที่สุด

ตลาดสุกี้ยังโตท่ามกลางความท้าทาย

รสรินทร์ ติยะวราพรรณ กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด กล่าวว่า ตลาดสุกี้ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 6–8% ต่อปี แม้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดร้อนแรงขึ้น ขณะที่บริษัทเลือกเดินหน้าขยายธุรกิจผ่านทั้งการเพิ่มสาขาและการพัฒนาโมเดลร้านใหม่ เพื่อจับโอกาสจากความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

ปัจจุบันบริษัทมีร้านรวม 57 สาขา แบ่งเป็น ลัคกี้สุกี้ 33 สาขา ลัคกี้บาร์บีคิว 13 สาขา และลัคกี้มาร์เช่ 11 สาขา ก่อนเปิดตัว “ลัคกี้สุกี้มาร์เช่แอนด์ติ่มซำ” ซึ่งถือเป็นโมเดลธุรกิจที่ 4 และเป็นสาขาที่ 58 ของบริษัท โดยตั้งเป้าขยายสาขาให้ครบ 72 แห่งทั่วประเทศภายในสิ้นปี 2569 ครอบคลุมกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด พร้อมตั้งเป้ายอดขายปีนี้มากกว่า 3,500 ล้านบาท

เสริ์ฟ “ติ่มซำ” เสริมทัพเมนูหลากหลายรับแข่งขัน

จุดที่น่าสนใจของโมเดลใหม่คือการนำ “ติ่มซำ” เข้ามาเป็นตัวเสริมจากเมนูสุกี้ ซึ่งสะท้อนทิศทางการแข่งขันของตลาดบุฟเฟ่ต์ที่เริ่มขยับจากสงครามราคาไปสู่ “สงครามความหลากหลาย” โดยผู้ประกอบการพยายามเพิ่มเมนูที่มีต้นทุนเหมาะสม แต่สามารถสร้างการรับรู้ถึงความคุ้มค่าได้มากขึ้น โดยติ่มซำยังเป็นหนึ่งในเมนูที่มีโอกาสขยายฐานจากอาหารจีนระดับพรีเมียมเข้าสู่ตลาดแมสได้มากขึ้น เพราะเป็นอาหารที่รับประทานง่าย เข้าถึงผู้บริโภคได้หลายกลุ่ม และสามารถนำมาใส่ในโมเดลบุฟเฟ่ต์เพื่อเพิ่มทางเลือกโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการรับประทานหลายร้าน

นอกจากนี้ การเพิ่มเมนูขนมจีบ ซาลาเปา และของนึ่ง จึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มรายการอาหาร แต่เป็นการเพิ่ม “Value for Money” ให้กับบุฟเฟ่ต์ในตลาดหลักร้อย ซึ่งผู้บริโภคมีความอ่อนไหวต่อราคาและเริ่มเปรียบเทียบว่าแต่ละแบรนด์ให้อะไรกลับมามากกว่ากัน

สำหรับตลาดสุกี้-ชาบูในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 35,000–40,000 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมทั้งร้านสุกี้ ชาบูญี่ปุ่น พรีเมียม ปิ้งย่าง และหม่าล่าสายพาน คิดเป็นประมาณ 6–7% ของตลาดร้านอาหารไทยที่มีมูลค่ารวมกว่า 600,000 ล้านบาท ขณะที่ตลาดสุกี้โดยเฉพาะมีมูลค่าประมาณ 23,000–26,000 ล้านบาท หรือมากกว่า 65–70% ของตลาดหม้อรวมสุกี้-ชาบู

แม้ตลาดจะยังเติบโต แต่การแข่งขันที่สูงทำให้การสร้างความแตกต่างกลายเป็นโจทย์สำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มร้านบุฟเฟ่ต์ราคาหลักร้อยต้นๆ ที่ไม่สามารถพึ่งพาการลดราคาเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป การเพิ่มเมนูใหม่จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มความคุ้มค่าและสร้างเหตุผลให้ลูกค้าเลือกกลับมาใช้บริการ

โมเดลใหม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค

นายวิรัตน์ โรจยารุณ กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด กล่าวว่า การพัฒนา “ลัคกี้สุกี้มาร์เช่แอนด์ติ่มซำ” มาจากการมองเห็นพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ไม่ได้ต้องการเพียงอาหารที่อิ่ม แต่ต้องการประสบการณ์และบรรยากาศที่สามารถใช้เวลาร่วมกับเพื่อนหรือครอบครัวได้มากขึ้น โดยหนึ่งในโจทย์สำคัญคือการตอบรับผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับ “Vibe” ของร้านมากกว่าความหรูหราแบบเดิม โดยร้านถูกวางคอนเซปต์เป็น Modern Chinese Style ผสมกับตัวตนของลัคกี้ เพื่อสร้างบรรยากาศที่แตกต่างจากร้านบุฟเฟ่ต์สุกี้ทั่วไป

ขณะเดียวกันกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ยังให้ความสำคัญกับ Comfort Food และ Emotional Benefits หรืออาหารที่ให้ทั้งความอิ่มและความรู้สึกดี จึงเลือกพัฒนาเมนูที่รับประทานง่าย เน้นรสชาติที่เข้าถึงผู้บริโภค และเพิ่มลูกเล่นด้วยท็อปปิ้งและเมนูฟิวชั่น

อีกพฤติกรรมที่แบรนด์ให้ความสำคัญคือการกินไปพูดคุยไป โดยเฉพาะอาหารประเภท Bite-sized ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถรับประทานอาหารและมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้ต่อเนื่อง ทำให้ “บรรยากาศ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ร้านอาหาร ไม่ใช่เพียงองค์ประกอบด้านการตกแต่ง

ขยายฐาน-ขยับแบรนด์สู่พรีเมียมแมส

นายวิรัตน์ กล่าวว่า การเพิ่มเมนูติ่มซำยังช่วยให้แบรนด์ขยายกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น ตั้งแต่เด็ก คนรุ่นใหม่ ไปจนถึงผู้สูงอายุ เพราะเป็นเมนูที่เข้าถึงง่าย และสามารถรับประทานร่วมกันได้หลายช่วงวัย ขณะเดียวกันยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของลัคกี้สุกี้จากบุฟเฟ่ต์ราคาประหยัดไปสู่ “พรีเมียมแมส” ที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลายและคุณภาพมากขึ้น

สำหรับ “ลัคกี้สุกี้มาร์เช่แอนด์ติ่มซำ” เปิดให้บริการสาขาแรกที่ยูเนี่ยนมอลล์ ชั้น B ตั้งแต่เวลา 11.00–02.00 น. ทุกวัน โดยมี 3 ราคา ได้แก่ บุฟเฟ่ต์สุกี้ 219 บาท บุฟเฟ่ต์ติ่มซำ 299 บาท รับประทานได้ 1 ชั่วโมง 45 นาที และบุฟเฟ่ต์สุกี้+ติ่มซำ 389 บาท รับประทานได้ 2 ชั่วโมง โดยราคายังไม่รวมของว่าง เครื่องดื่มรีฟิล 39 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

เมนูภายในร้านมีมากกว่า 42 รายการ ครอบคลุมทั้งติ่มซำและอาหารที่เข้ากับพฤติกรรมการรับประทานแบบบุฟเฟ่ต์ อาทิ ซาลาเปาลาวาไข่เค็ม บักกุ๊ดเต๋ โจ๊กโบราณ สลัดครีมกุ้งวาซาบิ ฮะเก๋ากุ้ง เผือกทอดไส้หมูแดง ซี่โครงหมูเต้าซี่ และไข่มังกร

สำหรับการเปิดโมเดลใหม่ของลัคกี้สุกี้จึงสะท้อนภาพการแข่งขันของตลาดบุฟเฟ่ต์ที่กำลังเปลี่ยนจาก “ใครถูกกว่า” ไปสู่ “ใครให้มากกว่าในราคาเท่ากัน” โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังซื้อยังต้องระมัดระวัง การสร้างความรู้สึกคุ้มค่าผ่านจำนวนเมนู คุณภาพอาหาร บรรยากาศ และประสบการณ์ จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญในการรักษาฐานลูกค้า

ขณะเดียวกันเป้าหมายการขยายจาก 57 สาขาไปสู่ 72 สาขาภายในสิ้นปี พร้อมยอดขาย 3,500 ล้านบาท จะเป็นอีกบททดสอบของลัคกี้สุกี้ว่า การเพิ่มโมเดลและขยายเมนูจากสุกี้ไปสู่ติ่มซำและอาหารประเภทอื่น จะสามารถสร้างฐานลูกค้าใหม่และเพิ่มความถี่ในการใช้บริการได้มากเพียงใด ท่ามกลางตลาดสุกี้-ชาบูที่ยังคงเป็นหนึ่งในสมรภูมิสำคัญของธุรกิจร้านอาหารไทยที่ผู้ประกอบการรายใหญ่และรายใหม่ต่างเร่งชิงพื้นที่กันอย่างต่อเนื่อง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง