
'สมชัย' เปิดเอกสารอนุฯ 36 ตอนที่ 2 วิธีการในการประชุมวินิจฉัย ทีมเลขา ผลัดกันอ่านสำนวนทีละคดี สรุปความเห็นคณะที่ 26 ร้อยละ 95 ไม่มีการซักถาม ประชุม 2ชั่วโมงครึ่ง เบี้ยประชุมแต่ละคน เฉลี่ย 2 หมื่นบาทต่อเดือน
2 ก.ย. 2569 - นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
·
เหตุใด การทำงานของ อนุกรรมการวินิจฉัย ฯ คดีฮั้ว สว. จึงขาดความน่าเชื่อถือ (ตอนที่ 2 วิธีการในการประชุมวินิจฉัย)
การประชุมของอนุวินิจฉัย เริ่มครั้งที่ 1 ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ประชุมครั้งสุดท้ายวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 การประชุม มีทุกวันอังคารและพฤหัส เวลา 13.30-16.00 น. หรือครั้งหนึ่งประมาณ สองชม.ครึ่ง ได้เบี้ยประชุม ประธาน 3,000 บาท กรรมการ 2,500 บาท หนึ่งเดือนจึงเฉลี่ยมีการประชุม 8 ครั้ง เท่ากับอนุ แต่ละคนจะได้ค่าตอบแทนเฉลี่ย 20,000 บาทต่อเดือน
วิธีการดำเนินการประชุม จะมีลำดับที่เป็นแบบแผน (pattern) ประมาณนี้
1. ให้ทีมเลขาอนุ ฯ ซึ่งมีประมาณ 9 คน ผลัดกันนำเสนอสำนวนการไต่สวน ทีละคดี โดยเป็นการอ่านสรุปสำนวน ซึ่งแต่ละคดีจะมีความยาวเฉลี่ย 4-5 หน้า บางคดีอาจยาวถึง 10 หน้า พร้อมระบุ พยานบุคคล เส้นทางการเงิน พยานวัตถุ โพย รูปถ่าย คลิปบันทึกเสียง
2. ให้ทีมเลขา สรุปความเห็นของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลางคณะที่ 26 และความเห็นเลขาธิการ กกต. (เป็นความเห็นรองเลขา ฯ ฝ่ายสืบสวน ที่ เลขา ฯ มอบหมาย)
3. อนุกรรมการมีมติ หลังจากฟังการนำเสนอ
สัดส่วนของเวลาที่ใช้ ในการนำเสนอ ส่วนที่ 1 และ 2 ประมาณร้อยละ 95 ของการประชุม ส่วนที่ 3 ใช้เวลาแค่ร้อยละ 1 ที่เหลือเป็นการซักถามบ้างและงานธุรการอื่น ๆ
ตัวอย่างหลักฐานที่ยืนยันในเรื่องนี้ คือ รายงานการประชุมครั้งที่ 12/2569 วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เริ่มประชุมเวลา 14.00 น. สิ้นสุด ประชุมเวลา 16.30 น. ใช้เวลาประชุม 2 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 39 หน้า
1 หน้า คือ หน้าที่ 1 เป็น รายนามผู้เข้าร่วมประชุม วาระที่ 1 เรื่องแจ้งให้ทราบ และ วาระที่ 3 รับรองรายงานการประชุม คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 2.56
38 หน้า คือ หน้า2-39 เป็นวาระที่ 3 เรื่องเสนอเพื่อพิจารณาต่อเนื่อง โดยฝ่ายเลขา เป็นผู้อ่านเอกสารสำนวนของชุด 26 โดยไม่มีการซักถาม คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 95.62
1 บรรทัด คือมติที่ประชุม ที่เขียนว่า “รับทราบข้อเท็จจริงตามที่ผู้ชี้แจงได้แถลง” คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 0.025 (คำนวณจาก 1 หน้า มี 40 บรรทัด)
5 บรรทัด เป็นวาระที่ 4 อื่น ๆ ได้แก่ กำหนดการประชุมครั้งต่อไป คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.125
(จบตอนที่ 2 ติดตามตอนที่ 3 ความเป็นมืออาชีพ ของชุด 26)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นพ.ตุลย์' ชี้อนุชุดที่ 26 มีเอกสาร 9 หมื่นหน้าเสนอฟ้อง 229 คน ตั้งแต่มีค.69 ย้ำ 14กย.ต้องส่งศาลฎีกา
'นพ.ตุลย์' ชี้อนุชุดที่ 26 มีเอกสาร 9 หมื่นหน้า เสนอฟ้อง 229 คน ตั้งแต่ มี.ค. 69 การที่กกต.ตั้งอนุวินิจฉัยชี้ขาดจึงไม่มีเหตุอันควร ยิ่งมีผลออกมาว่าไม่สั่งฟ้องแม้แต่คนเดียว ย้ำ 14ก.ย.ต้องส่งฟ้องต่อศาลฎีกา
'ศุภชัย' โต้ 'สมชัย' อย่าฟังความข้างเดียว ย้ำหลักการเดิมไม่หนุนเอาเอกสารที่ไม่ชอบด้วยกม.มาเปิด
'ศุภชัย' โต้ 'สมชัย' เปิดเปิดสารคณะอนุุฯชุด26 แล้ว วันนี้เปิดคณะ 36 ก็ยังยืนยันหลักการเดิม ไม่สนับสนุนนำเอกสารมาเปิด หากไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย้ำผู้มีอำนาจตามกฎหมายต้องพิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมดอย่าให้สังคมเป็นศาลที่ตัดสินคดีจากสำนวนที่มีคนเลือกมาเปิดทีละชุด อย่าฟังความข้างเดียว
'ณัฐพงษ์' เมิน 'สว.ชีวะภาพ' แฉพรรคส้มโยงคดีรุกป่า บอกเป็นความเห็นวิเคราะห์กันได้
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าตรวจสอบคดีฮั้ว สว. ว่า สิ่งที่ตนและประชาชนอยากเห็นคือการตรวจสอบเดินหน้าไปตามกระบวนการยุติธรรมที่เร็วที่สุด ยิ่งล่าช้าก็เกิดความไม่ยุติธรรมเพิ่ม
'อ๋อย' จี้ 'กกต.' สรุปคดีฮั้วสว. ถ้าทำหลักฐานข้อสงสัยสังคมตกน้ำ อาจเกิดปัญหาใหญ่ตามมา
จาตุรนต์ สะกิด กกต.รวบรวมพยานหลักฐานคดีฮั้วสว.ส่งศาลแบบตรงไปตรงมาไม่ออมมือ ถ้าตัดสินใจแบบที่ไม่สอดคล้องกับความรู้สึกของสังคมที่ต่างรับรู้ข้อมูลหลักฐาน อาจจะเกิดเป็นปัญหาใหญ่ตามมา
เตือนสติกกต.! 'วัส ติงสมิตร' ยกประวัติศาสตร์ 6 ระดับความรับผิดองค์กรเลือกตั้งทั่วโลก
นักวิชาการอิสระ กระตุกดุลพินิจวินิจฉัยของ กกต.ว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ ในการส่งคดีฮั้ว สว.ไปให้ศาลฎีกาพิจารณาหรือไม่ ต้องมีเหตุผลที่มีน้ำหนักเป็นที่ยอมรับได้ หากไม่ต้องการให้องค์กรต้องเผชิญกับวิกฤตความศรัทธา ประเทศขาติถูกกินรวบไปอย่างสมบูรณ์
อดีตผู้พิพากษาฯ ชี้คดีฮั้ว สว. บททดสอบครั้งใหญ่ ระบบนิติรัฐ-องค์กรอิสระไทย จะกอบกู้เชื่อมั่นได้หรือไม่
‘วัส ติงสมิตร’ โพสต์เจาะลึกวิกฤต ฮั้ว สว. เกมการเมือง บทบาท กกต. และทางออกในชั้นศาลฎีกา

