'อ.ชิดตะวัน' จี้รัฐบาลคุมพรมแดนกัมพูชา หลังพบแม่ค้าเขมรโผล่พรึ่บ

13 กันยายน 2569   รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ควบคุมพรมแดน…ก่อนสายเกินแก้!

ช่วงระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏข่าวแม่ค้าชาวเขมรลักลอบเข้าประเทศไทยแบบผิดกฎหมายเพื่อมาขายของที่ตลาดชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่รัฐของประเทศไทยไม่ได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 53 ที่บัญญัติว่า รัฐต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด 

อีกทั้งเป็นกรณีที่ไม่สอดคล้องกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคงของชาติ“เหนือ”สิ่งอื่นใด โอกาสนี้ ผู้เขียนขอยกกรณีที่เกิดขึ้นในสหภาพยุโรป

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า ภายใต้ข้อตกลงเชงเกน (Schengen) เพื่อความสะดวกของพลเมือง นักท่องเที่ยว และประโยชน์ทางการค้า/เศรษฐกิจ  การเดินทางภายใน 29 ประเทศสมาชิกในทวีปยุโรปจะเป็นไปอย่างเสรี ไม่มีการตรวจตราพรมแดนระหว่างกัน 

อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง ปัจจุบัน เยอรมนี สเปน อิตาลี เดนมาร์ก ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ฝรั่งเศส สวีเดน รวมถึงนอร์เวย์ ได้นำมาตรการควบคุมพรมแดนมาใช้ 

อาทิ จากปัญหาการไหลบ่าของผู้อพยพ รวมถึงสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ฯลฯ  นับแต่เดือนมีนาคม 2569 รัฐบาลของประเทศเยอรมนีมีมาตรการควบคุมพรมแดนทางบกกับประเทศฝรั่งเศส ลักเซมเบิร์ก เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ สาธารณรัฐเช็ก และสาธารณรัฐโปแลนด์ 

สำหรับอิตาลี ในเดือนมิถุนายน 2569 รัฐบาลมีมาตรการควบคุมพรมแดนกับสโลวีเนีย เนื่องจากกังวลต่อกระแสการไหลบ่าของผู้อพยพตามเส้นทางบอลข่าน ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2569 จากวิกฤตผู้อพยพในเมืองเซวตา (Ceuta) ของประเทศสเปน รัฐบาลอิตาลีได้นำมาตรการควบคุมชายแดนมาใช้กับประเทศสเปนด้วย

ในกรณีเดนมาร์ก รัฐบาลใช้มาตรการควบคุมพรมแดนกับประเทศเยอรมนี เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม 2569 ด้วยสาเหตุความเสี่ยงต่อการก่อวินาศกรรมโดยรัสเซีย ตลอดจนการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ 

จะเห็นได้ว่า แม้ยังไม่มีภัยคุกคามใดๆ เกิดขึ้น แต่รัฐบาลประเทศเหล่านี้ต่างให้ความสำคัญกับหลักความมั่นคง/ความปลอดภัยสาธารณะที่เด็ดขาด“เหนือ”หลักมนุษยธรรม/ผลประโยชน์ทางการค้า ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นนโยบายเพื่อป้องปรามความเสี่ยงต่อเหตุการณ์ความโกลาหล หรือการวินาศกรรม ที่หากเกิดขึ้นแล้วย่อมหมายถึงความเสียหายอย่างใหญ่หลวงทั้งในมิติความมั่นคงและเศรษฐกิจ ที่มิอาจย้อนกลับไปแก้ไขได้

สำหรับประเทศไทย ข้อเท็จจริงนับจากสิ้นสุดการรบรอบ 2 เป็นต้นมา พบว่า กองกำลังกัมพูชาได้คุกคามทหารไทย มีการเติมอาวุธหนักและกำลังทหารประชิดชายแดนอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญคือ ตระกูลฮุนเซนได้ปลูกฝังความคิดที่ผิดให้คนเขมรมีความเชื่อว่า ไทยคือชาติที่รุกราน ทำให้คนเขมรจำนวนไม่น้อยเกิดความเกลียดชัง อาฆาตมาดร้าย และมีการให้ความเห็นที่เป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศไทยอย่างต่อเนื่องตลอดมา

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงของประเทศไทยจึงไม่สามารถนำเหตุผลเรื่องเศรษฐกิจ หรือมนุษยธรรมใดๆ มาเป็นข้ออ้างเพื่อเปิดด่านกับกัมพูชาไม่ว่าจะในทางนิตินัยหรือพฤตินัย มิฉะนั้น ไทยก็คงเป็นประเทศเดียวในโลกที่มี“เจ้าหน้าที่รัฐเห็นแก่เม็ดเงิน จนสามารถทรยศราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นแผ่นดินเกิดของตนเองได้”!

**ภาพประกอบ ณ อิตาลี ออสเตรีย และเยอรมนี ประเทศที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับความมั่นคงของชาติเหนือเงิน!

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

14ก.ย.ชี้ชะตา 'กระดานการเมือง' คดีฮั้ว สว.กำหนดทิศทางประเทศ

วันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ ถือเป็นวันที่กำหนดทิศทางการเมืองของประเทศไทยอีกครั้ง หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะวินิจฉัยและลงมติคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

'สุรศักดิ์' ชง 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' เข้า ครม. 22 ก.ย.นี้ คาดสะพัด 2 หมื่นล้าน

'สุรศักดิ์' ชง 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' เข้า ครม. 22 ก.ย.นี้ ใช้งบเงินกู้ 4 พันล้าน คาดกระตุ้นท่องเที่ยวได้ 2 หมื่นล้าน คุมเข้มโรงแรมฉวยขึ้นราคา บังคับแสดงราคาเทียบปีก่อน

รบ. การันตี 27 ก.ย. เลือกตั้ง 'บอร์ด สปส.' เพิ่มคูหารองรับ 5 ล้านคน

รัฐบาลการันตี 27 ก.ย. นี้ เดินหน้าเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ขยายคูหา 5 พันหน่วย ลงลึกถึงระดับอำเภอ รองรับผู้ลงคะแนนกว่า 5 ล้านคน

กระทุ้ง 'อ้วน-พท.' เคลียร์ปมรัฐบาลอิ๊งค์จุ้น 'คดีฮั้ว สว.'

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง และอดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "คดีฮั้ว สว. DSI ถูกรัฐบาลอุ๊งอิ๊งแทรกแซง?" โดยระบุว่า

เปิดฟังความเห็นร่างกม. 3 ฉบับ 'อาสาพยาบาลชุมชน' ถึงต้น ต.ค.

รัฐบาลเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมาย 3 ฉบับ 'อาสาพยาบาลชุมชน' ผ่านเว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย ตั้งแต่วันนี้ถึงต้นเดือน ต.ค. 2569