17 ก.ย.2569 - วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เจาะลึกคดีฮั้ว สว. 2567-2569: เมื่อ “ความจริง” กับ “ประตูสู่ศาล” เดินกันคนละเส้นทาง” ระบุว่า คดีประวัติศาสตร์การเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) พ.ศ. 2567 หรือที่สังคมรู้จักในชื่อ “คดีฮั้ว สว.” ก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งในเดือนกันยายน 2569 เมื่อ สว. สำรอง 20 คน ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาเพิกถอนมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ยกคำร้องในข้อหาสำคัญ และขอให้ศาลเปิดไต่สวนกระบวนการทุจริตใหม่
อย่างไรก็ตาม หากมองผ่านเลนส์ของ “กฎหมายมหาชน” และ “วิธีพิจารณาคดีเลือกตั้ง” การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้มีแค่คำถามว่า "มีการฮั้วกันจริงหรือไม่?" แต่กลับมีด่านหินทางกฎหมายที่สำคัญกว่านั้นคือ "ศาลฎีกามีอำนาจรับเรื่องนี้ไว้พิจารณาได้ตั้งแต่แรกหรือไม่?"
1. ข้อเท็จจริงเชิงประมวล: จาก “ถังขยะ” สู่สำนวน 70,000 หน้า
จุดเริ่มต้นเกิดจากการพบหลักฐานเอกสารลักษณะ “โพยสั่งการ” ถูกทิ้งไว้ในห้องน้ำ ณ สถานที่เลือก สว. ระดับประเทศ ที่เมืองทองธานี เมื่อเดือนมิถุนายน 2567 พร้อมรูปแบบคะแนนที่เกาะกลุ่มผิดปกติในหลายกลุ่มการเลือก นำไปสู่กระบวนการสืบสวนและไต่สวนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคดีหนึ่ง:
• ผู้สอบสวนและพยาน: สอบพยานกว่า 750 ปาก รวบรวมเอกสารกว่า 70,000 หน้า พร้อมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และเส้นทางการเงิน
• ผู้ถูกกล่าวหา: แจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด 229 คน (สว. ที่ได้รับเลือก 138 คน และเครือข่ายนักการเมือง 91 คน)
• มติ กกต. (14 ก.ย. 2569): วินิจฉัยชี้มูลความผิดเพียง 77 คน และสั่งยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหาอีกหลายร้อยคน โดยอ้างว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอ พยานปากสำคัญกลับคำให้การ และมีมติ 4 ต่อ 3 ไม่รับข้อมูลเพิ่มเติมจาก DSI
มติดังกล่าวสร้างความไม่พอใจแก่กลุ่ม สว. สำรอง นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว จึงเป็นที่มาของการนำเรื่องขึ้นยื่นต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 (คดีหมายเลขดำที่ ลต สว 21/2569 ซึ่งเป็นการออกเลขคดีทางธุรการ โดยศาลยังไม่ได้สั่งรับคำร้อง)
2.ด่านแรกที่ต้องข้าม: "ยื่นทัน 3 วัน" ไม่เท่ากับ "มีสิทธิยื่น"
ผู้ร้องอ้างสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาภายใน 3 วันนับแต่ กกต. มีมติ โดยอาศัยช่องทางตาม มาตรา 44 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 แต่ปมปัญหานี้ ศาลฎีกาเคยมีคำสั่งยกคำร้องกลุ่ม สว. สำรอง 12 คน เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 (ในคดีหมายเลขดำที่ ลต สว 16/2568 หมายเลขแดงที่ ลต สว 51/2568) ไว้อย่างชัดเจนและเป็นบรรทัดฐานว่า:
• เงื่อนไขเวลาของมาตรา 44: เป็นบทบัญญัติในหมวด 3 ว่าด้วยการเลือก ที่ใช้สำหรับคัดค้านขั้นตอน "ในระหว่างกระบวนการเลือก" (ระดับอำเภอ จังหวัด หรือประเทศ) เท่านั้น
• หลังประกาศผลการเลือก: เมื่อ กกต. ประกาศผลการเลือก สว. ลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว (ตั้งแต่ 10 ก.ค. 2567) ขั้นตอนตามมาตรา 44 ถือว่าปิดฉากลงโดยสิ้นเชิง
ดังนั้น แม้ผู้ร้องจะนำมติ กกต. เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 มายื่นต่อศาลภายใน 3 วัน แต่ในทางกฎหมายถือว่า เป็นการใช้ช่องทางผิดประเภท (Wrong Legal Basis) มาตั้งแต่แรกนับตั้งแต่ กกต. ประกาศรับรองผลไปเมื่อกว่า 2 ปีก่อน
3.โครงสร้างมาตรา 62: กุญแจดอกเดียวที่อยู่กับ กกต.
เมื่อการเลือก สว. ประกาศผลไปแล้ว กฎหมายไม่ได้ออกแบบให้ผู้สมัครหรือประชาชนใช้สิทธิฟ้องตรงต่อศาลฎีกาได้เอง แต่กำหนดกลไกตาม มาตรา 62 ไว้อย่างเป็นระบบ: [ กกต. สืบสวน/ไต่สวน ] - [ กกต. พบหลักฐานอันควรเชื่อได้ ] - [ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ]
• สิทธิผูกขาดในการนำคดีขึ้นสู่ศาล: กฎหมายมอบสิทธิผูกขาดในการนำเรื่องขึ้นสู่ศาลฎีกาหลังการรับรองผลให้เป็น "อำนาจของ กกต. แต่เพียงผู้เดียว" (Monopoly of Action)
• ผู้สมัครไม่มีช่องทางตรงในการยื่นคำร้อง: แม้ สว. สำรอง จะมีส่วนได้เสียในข้อเท็จจริง (หาก สว. ตัวจริงถูกถอดถอน ตนจะได้เลื่อนลำดับขึ้นแทน) แต่กฎหมายไม่ได้เปิดช่องทางตรง (Direct Access) ให้ผู้สมัครยื่นคำร้องแทน กกต. หรือยื่นคำร้องตรงเพื่อขอให้ศาลสั่ง กกต. ทำการบ้านใหม่ได้
4. ข้อสังเกตเรื่องมาตรฐานพยานหลักฐาน: คดีอาญา vs คดีเลือกตั้ง
ประเด็นที่น่าเสียดายที่สุดในเชิงเนื้อหา คือเรื่อง มาตรฐานการพิสูจน์ (Standard of Proof) ที่ กกต. นำมาใช้ยกคำร้อง:
• คดีอาญา: ใช้มาตรฐาน "ปราศจากข้อสงสัยตามสมควร" (Beyond a Reasonable Doubt) ต้องพิสูจน์จนชัดเจนว่าผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายกระทำผิดจริงเจาะจงตัว
• คดีเลือกตั้ง (มาตรา 62): ใช้มาตรฐาน "หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า" (Reasonable Grounds) พิจารณาจากภาพรวม พฤติการณ์แวดล้อม โพย และการเกาะกลุ่มคะแนนว่ากระบวนการ "ไม่สุจริต/ไม่เที่ยงธรรม"
การที่ กกต. ตัดน้ำหนักคำให้การพยาน หรือมองโพยสั่งการแยกเป็นรายบุคคล อาจเป็นการนำมาตรฐานคดีอาญามาจับ ทั้งที่เจตนารมณ์ของมาตรา 62 ต้องการเพียง "ความน่าเชื่อถือในภาพรวม" ว่ากระบวนการเลือกถูกแทรกแซงหรือบิดเบือนไปหรือไม่
บทสรุป: เมื่อความจริงชนกำแพงวิธีพิจารณาความ
คดีฮั้ว สว. ฉากใหม่ในศาลฎีกานี้ กำลังสะท้อนความจริงอันเจ็บปวดของระบบกฎหมายมหาชนว่า “ความจริง” กับ “ช่องทางนำความจริงไปสู่ศาล” เป็นคนละเรื่องกัน:
1) ด่านอำนาจฟ้อง: มีความเป็นไปได้สูงมากที่ศาลฎีกาจะยกคำร้องในชั้นต้นด้วยเหตุ "ผู้ร้องไม่มีอำนาจร้องตามมาตรา 44" โดยไม่จำเป็นต้องข้ามไปเปิดดูเอกสารหลักฐานกว่า 70,000 หน้าเลยด้วยซ้ำ
2) ศาลไม่ได้ตัดสินว่าไม่มีการโกง: หากศาลยกคำร้องด้วยเหตุผลทางวิธีพิจารณาความ สังคมต้องเข้าใจว่า ไม่ได้แปลว่าศาลรับรองว่าการเลือก สว. ครั้งนี้สุจริต แต่ศาลเพียงตอบว่า "ผู้ร้องเดินเข้าผิดประตู"
3) สนามสู้ถัดไป: เมื่อประตูศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งถูกปิดล็อคโดยโครงสร้างกฎหมาย สนามต่อสู้ต่อไปของผู้ร้องภายหลัง กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาตามมติเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 แล้ว คือ การส่งพยานหลักฐานไปให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งไต่สวนเพิ่มเติมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 226 วรรคสอง ส่วน สว. มีสิทธิเข้าชื่อกันไม่ต่ำกว่า 20 คน ร้องต่อประธานวุฒิสภาว่า สมาชิกภาพของ สว. 136 คนสิ้นสุดลง เพราะฝักไฝ่หรือยอมตนอยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมือง เพื่อให้ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องนั้นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกครั้งครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสผ่าปมร้อนศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดอำนาจศาลฎีกาได้หรือไม่!
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
ศุภชัยแจง 5 ข้อจัดระเบียบประชุม กมธ.ไม่ได้ลดอำนาจการตรวจสอบ
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย รองประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊ก
'ธารินี' กระซวก 'ไอซ์' เปิดประเด็นใหม่เก่ง แล้วคำถามเรื่องตัวเองจะตอบเมื่อไหร่
ดร.ธารินี วรินทรากุล เป็นนักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความถึงน.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนว่าเปิดประเด็นใหม่เก่ง แล้วคำถามเรื่องตัวเองจะตอบเมื่อไรคะ คุณไอซ์?
‘วัส’ วิเคราะห์ ‘โสภณ’ จัดระเบียบ 'กมธ.สภา' ทำเกินอำนาจหรือไม่?
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊ก “วัส ติงสมิตร กฎหมายและบ้านเมือง” เรื่องจัดระเบียบสภา หรือ ตัดทอนอำนาจตรวจสอบ? วิเคราะห์กรณี "โสภณ" เคาะแนวทาง 35 กมธ.
อดีตผู้พิพากษาฯ อธิบายชัด ความเห็น 'กก.สันติสุข' ชี้ 'ทักษิณ' ไม่เข้าเกณฑ์นิรโทษฯ ชอบด้วยกม.
วัส ติงสมิตร อธิบายทำไมความเห็นของกรรมการสันติสุข ชี้ ‘ทักษิณ’ ไม่เข้าเกณฑ์นิรโทษกรรม จึงถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย
'แก้วสรร' แพร่บทความ เอา 'บางจาก' ออกจากปากเขมร มั่นใจรบ.เดินหน้า ผลดีต่อซักฟอกธ.ค.แน่
แก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ ออกบทความใหม่ในรูปถาม-ตอบ เรื่อง เอา 'บางจาก' ออกจากปากเขมร

