'ดีเอสไอ' สั่งฟ้อง 'ป้อม ภาวุธ - ฟิล์ม รัฐภูมิ' คดี Forex พร้อมพวก 34 ราย ความเสียหายพันล้านบาท 'พนักงานสอบสวน' ขนสำนวนใส่กล่อง 17 ลัง 102 แฟ้ม และเอกสาร 40,348 แผ่น มอบพนักงานอัยการคดีพิเศษ
24 ก.ย.2569 - เวลา 08.00น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 92/2569 กรณี คดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้สรุปสำนวนพร้อมความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา รวม 34 ราย ต่อพนักงานอัยการคดีพิเศษ แบ่งเป็น นิติบุคคล 10 ราย และบุคคลธรรมดา 24 ราย โดย 2 ในนี้ คือ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ อดีตดาราชายชื่อดัง ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้จดทะเบียน ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน
ต่อมาเวลา 08.30 น. นายรัฐภูมิ เดินทางมาถึงโถงรับรองดีเอสไอ โดยพูดคุยกับผู้สื่อข่าวด้วยท่าทีปกติ ไม่มีอาการเครียด โดยผู้สื่อข่าวสอบถามว่า วันนี้มีความมั่นใจมากน้อยแค่ไหน โดยฟิล์ม ระบุว่า มั่นใจ ไม่กังวลอะไรเลย ที่ผ่านมาได้ส่งพยานหลักฐานไปแล้วทั้งหมด ก็ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ
ต่อมาเวลา 09.00 น. นายภาวุธ เดินทางมาพร้อมกับทีมงานกฎหมายและทนายความ ก่อนเปิดเผยว่า สำหรับเรื่องเส้นทางการเงิน 28 ล้านบาทที่เชื่อมโยงกับตนตามที่พนักงานสอบสวนพบเจอนั้น ตนได้มีคำตอบสำหรับเงินจำนวนนี้ไว้อยู่แล้ว และทุกอย่างอยู่ในสำนวนทั้งหมดแล้ว รวมถึงตนยังยืนในความบริสุทธิ์ใจกับข้อมูลต่าง ๆ ที่ส่งให้พนักงานสอบสวน พร้อมย้ำว่า ตนไม่ใช่ผู้ให้การบริการ Forex หรือไปหลอกลวงประชาชน หรือไปฉ้อโกงประชาชนใด ๆ ทั้งสิ้น และข้อมูลที่ตนส่งให้พนักงานสอบสวนสามารถพิสูจน์ได้ทั้งหมด
นายภาวุธ กล่าวอีกว่า แม้ว่าตนได้ชี้แจงเอกสารจำนวนมาก แต่ก็ยังถูกพนักงานสอบสวนสั่งฟ้องนั้น ก็ไม่เป็นไร เดินตามกระบวนการยุติธรรม และวันนี้ตนก็มาในฐานะคนธรรมดา ไม่ได้ใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง พร้อมเข้าสู่กระบวนการอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการขอความเป็นธรรมต่อพนักงานสอบสวน ก็คงต้องรอดูรายละเอียดก่อน เพราะวันนี้หากพนักงานสอบสวนส่งตัวไปยังอัยการ ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของอัยการแล้ว ตนคงไปคุยกับอัยการในภายหลังต่อไป ทั้งนี้ ในส่วนของข้อกล่าวหา ก็ยังคงเป็นข้อหาเดิม แต่เท่าที่ดูจะเป็นข้อกล่าวหาที่มีลักษณะเป็นกลุ่มมากกว่า ฉะนั้น ไม่ใช่เพียงตนเพียงคนเดียว ส่วนข้อหาสมคบฟอกเงินที่โดนด้วยนั้น จะดูรุนแรงเกินกว่าพฤติการณ์หรือไม่ ก็คงต้องไปดูในขั้นตอนของอัยการ แต่ส่วนตัวเตรียมข้อมูลและพยานหลักฐานไว้ครบทั้งหมดแล้ว และมั่นใจว่าตนเองไม่ได้ทำความผิดอะไร เพราะการเทรดทองคำครั้งนั้นกับบริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด ก็เป็นการเทรดตามกิจกรรมปกติ
จากนั้นเวลา 09.30 น. คณะพนักงานสอบสวนได้นำเอากล่องลังเอกสารสำนวน จำนวน 17 ลัง 102 แฟ้ม และเอกสาร 40,348 แผ่น ขนลงมาจากห้องกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ เพื่อนำขึ้นรถตู้กรมสอบสวนคดีพิเศษ นำไปส่งมอบให้กับพนักงานอัยการคดีพิเศษตรวจสอบสำนวนต่อไป
สำหรับพฤติการณ์ความผิดของนายภาวุธ คณะพนักงานสอบสวน ระบุว่า จากการตรวจสอบการทำธุรกรรมของ บริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด (QRS Global) ซึ่งบริหารโดย น.ส.มัลลิกา มากสลุด (ปัจจุบันอยู่ระหว่างการฝากขังพิจารณาคดี ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง) อย่างไรก็ดี บริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด (QRS Global) ถือเป็น 1 ใน 4 บริษัทกลุ่มโบรกเกอร์ (Broker) ที่มีเส้นทางการเงินรับโอน หรือรับประโยชน์จากผู้เสียหายจำนวนมากที่ได้ลงทุนเทรด Forex และพบความสัมพันธ์เชื่อมโยงในเส้นทางการเงินกับนายภาวุธ ซึ่งต่อมาในการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา นายภาวุธ ได้ยืนยันว่า ตนเองเป็นเพียงผู้เทรด และได้เทรดทองคำกับบริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด (QRS Global) เพียงรายเดียว ดังนั้น เมื่อเทรดได้ จึงได้รับโอนเงินมาจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด เมื่อวันที่ 18 ก.ค.67 จำนวน 28 ล้านบาท โดยรับโอนครั้งละ 2 ล้านบาท จำนวน 14 ครั้ง ซึ่งเป็นเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ รวมถึงเมื่อตรวจสอบเชิงลึก ยังพบอีกว่า บริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด มีความเกี่ยวข้องกับนายมานิตย์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งมีบทบาทเป็นผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB : Introducing broker) ที่ก็มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงสนิทสนมกับนายภาวุธ โดยทั้งคู่เคยมีการเดินทางไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศส (ปารีส) ด้วยกัน มีภาพร่วมงานประชุมสัมมนา และที่สำคัญ นายมานิตย์ มีความเกี่ยวข้องและเส้นทางการเงินโยงกับบริษัท ALPFX ซึ่งเป็นบริษัทที่โอนเงินทอดแรกไปยังบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด ก่อนที่บริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด จะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของนายภาวุธ ในวันที่ 18 ก.ค.67 ยอด 28 ล้านบาทดังกล่าว
ส่วนพฤติการณ์ของนายรัฐภูมิ ระบุว่า นายรัฐภูมิ มีการประกอบธุรกิจบริษัทที่ประกอบกิจการฝึกอบรม เป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำด้านการตลาดและการจำหน่ายด้านธุรกิจ เป็นนายหน้าให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตรา และมีเส้นทางการเงินจากบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด โอนเข้าบัญชีธนาคารของนายรัฐภูมิ จำนวน 25 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2562-2569 อย่างไรก็ดี บริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด เดิมมีชื่อว่า “บริษัท แมสค์ คิ้วท์ จำกัด“ ซึ่งบริษัท แมสค์ คิ้วท์ จำกัด ดำเนินธุรกิจหน้ากากอนามัย จึงทำให้มีเงินไหลเวียนระหว่างบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด (ชื่อเดิม บริษัท แมสค์ คิ้วท์ จำกัด) กับนายรัฐภูมิ
ต่อมาคณะพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร เพื่อพนักงานอัยการคดีพิเศษจะได้ทำการนัดหมายฟังคำสั่งคดีในภายหลังต่อไป และนอกจากนี้ คณะพนักงานสอบสวนยังได้จัดทำหนังสือแจ้งถึงนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร รับทราบและอนุญาตการขอส่งตัวนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สั่งฟ้องต่ออัยการคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว จึงไม่ต้องมีการขอศาลออกหมายจับแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า คดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.69 นำโดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ภายใต้การอำนวยการของ ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 24 จุด เป็นพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดในปริมณฑล ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ภายใต้ชื่อ “Shutdown the laundering” ซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกับได้มีการตรวจยึดเงินสดกว่า 65 ล้านบาท และทรัพย์สินมูลค่าสูงอีกหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นรถหรูซูเปอร์คาร์ รถยนต์ทั่วไป วัตถุคล้ายทองคำแท่งและทองรูปพรรณ เครื่องประดับทองคำและเครื่องประดับเพชร กระเป๋าแบรนด์เนม เงินแท่ง เงินสกุลต่างประเทศ อาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุน เครื่องคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ Hardware Wallet สินทรัพย์ดิจิทัลประเภท Bitcoin และสกุล USDT เอกสารและข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างการดำเนินงานของเครือข่ายการลงทุน ซึ่งจากการขยายผลเส้นทางการเงินพบว่ามีนักการเมืองและดาราชื่อดังเกี่ยวข้องรับ-โอนเงินจากบริษัทกลุ่มโบรกเกอร์ซึ่งผู้เสียหายกว่า 500 ราย ความเสียหายรวมพันล้านบาทได้ร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ ทั้งยังพบว่ามีการชักชวน เชิญชวน แนะนำการลงทุนเทรดซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) ลงในอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นการเข้าถึงคนจำนวนมาก แต่มีลักษณะเป็นการหลอกลงทุน เพราะปรากฏความเสียหายเกิดขึ้นไม่เป็นไปตามที่กล่าวอ้างโฆษณา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.ธารินี กระตุก 'ไอซ์' ความกล้าไม่ได้วัดตอนถือไมค์ถามคนอื่น วัดตอนต้องตอบคำถามตัวเองด้วย
ดร.ธารินี จี้ ไอซ์-รักชนก กล้าถามก็ต้องกล้าตอบ กล้ากล่าวหาก็ต้องกล้าแสดงหลักฐาน
'พริษฐ์' ชี้คำวินิจฉัยประธานศาลอุทธรณ์ ตอกย้ำคดีโกง สว. ต้องไม่ถูกตัดตอนแค่ 77 คน
"พริษฐ์" ลั่นคดีโกง สว. ไม่จบแค่ 77 คน ชี้คำวินิจฉัยประธานศาลอุทธรณ์เปิดทาง "ประชาชนทุกคนคือผู้เสียหาย" ฟ้อง กกต. ม.157 ได้เอง จี้สอบลึกถึงบงการสีน้ำเงิน-ตัดตอนไม่ได้
ปชน. จี้ 'อนุทิน' เคลียร์ 3 ปมร้อน ขยาย EEC ไปปราจีนบุรี
น.ส.นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ตั้งคำถามถึงความชัดเจนของรัฐบาลกรณีการขยายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ไปยังจังหวัดปราจีนบุรี หลังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเคยยืนยันว่าจะยุติการพิจารณา แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 พ.ย.2569 นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการ EEC
'หมอเอก' ปัด 'น้ำเงินกินรวบ' คาใจแผนส้มเลื่อนซักฟอก เปิดรับเงินบริจาค
โฆษกรัฐบาลโต้ 'ระบอบน้ำเงินกินรวบ' ซัดปธ.กมธ.บางคณะเล่นการเมืองมากกว่าทำประโยชน์ คาใจวางแผนเลื่อนซักฟอก เปิดรับเงินบริจาคเข้าพรรค ท้าโชว์ค่าใช้จ่ายมีอะไรบ้าง
ฟาด 'โสภณ' เมินส่งตัวแทนร่วมเวที APA ปล่อยเขมรพูดฝ่ายเดียว
'ภัณฑิล' เหน็บ 'โสภณ' สนใจแต่เรื่องหยุมหยิม 'ยืนเคารพธงชาติ-เต้นแอโรบิก' ไม่ยอมส่งตัวแทนร่วมประชุมสมัชชารัฐสภาเอเชีย ปล่อยกัมพูชาแจงเรื่องพระวิหารฝ่ายเดียว จี้รับผิดชอบผลการกระทำ
'เท้ง-มาร์ค' ถล่ม 'โสภณ' รวบอำนาจสภาฯ จี้รัฐบาลแจงปมสปายแวร์คุกคาม สส.
'เท้ง-มาร์ค' นำทีมฝ่ายค้านแถลงอัด 'โสภณ' ใช้อำนาจประธานสภาโดยมิชอบ จ่อหารือก่อนยื่นหน่วยงานตรวจสอบ ซ้ำเจอความพยายามสกัดการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ใช้เพกาซัส เจาะมือถือ 2 ผู้นำ-ใช้เสียงข้างมาก กกต.ยืมคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ กันคนเอียวคดีโกงสว.ในชั้นฎีกา 'มาร์ค' บอก อยากได้รูปแมวให้ขอดีๆ

