สิ่งปฏิกูลทางการเมือง?

 “คงบุญไม่ถึงอย่างคุณอนุทินว่าจริงๆ แหละครับ

ยังไงพรรคผมก็จะอดทนทำกรรมดีต่อไป อยู่ที่ว่าท่านนายกฯ อย่าเพิ่งหมดบุญไปซะก่อนล่ะครับ

แต่ดูแล้วคนอย่างท่านน่าจะไปยังยาก น่าจะติดเตียงทรมานอีกนานกว่าจะได้ลงไปข้างล่าง”

ครับ..ผมไม่เถียงว่าคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีข้อผิดพลาดในการบริหารราชการแผ่นดินหลายประการที่สมควรถูกตรวจสอบและตำหนิ

แต่การที่นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.พรรคประชาชน หันไปพึ่ง “คำแช่งชักหักกระดูก” ด้วยการโพสต์ข้อความข้างต้นเยี่ยงนี้..

ไม่เพียงแต่เป็นการทำลาย “ภาพลักษณ์” ของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มักอ้างตนว่าเป็นผู้เจริญแล้ว แต่ยังสะท้อนถึงวิกฤตจริยธรรมที่เสื่อมถอยอย่างรุนแรง!

การสาปแช่งหรือแสดงความปรารถนาที่จะเห็นเพื่อนมนุษย์ต้องตกอยู่ในสภาพพิการหรือทนทุกข์ทรมานทางกาย “นอนติดเตียง” ออกมาได้นั้น..

ต้องบอกเลย เป็นคนจิตใจอำมหิต โหดเหี้ยมสุดจะบรรยาย!

ที่สำคัญ มันไม่ใช่เครื่องมือทางการเมืองของผู้มีปัญญา ของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้แทนฯ ผู้ทรงเกียรติ หากแต่เป็นพฤติกรรมของคนที่สิ้นคิดและขาดวุฒิภาวะอย่างน่าสมเพช!

และที่น่ารังเกียจ-ขยะแขยงเป็นที่สุดกับข้อความนี้ คือ “ความย้อนแย้ง” ของตัวนายกรุณพลและกลุ่มการเมืองต้นสังกัด..

ที่มักจะ “ชูธง” พูดพร่ำเรื่องสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียม และการสร้างการเมืองรูปแบบใหม่ที่สร้างสรรค์มาตลอด!

ทว่า..ยามเมื่อความโกรธแค้นเข้าตา เลือดขึ้นหน้า พฤติกรรมที่แสดงออกมากลับ “ต่ำตม” ไม่ต่างจากสิ่งที่พวกเขาได้ตราหน้า-หยามหยันว่าเป็น “การเมืองเก่า”

การแช่งให้คนอื่นติดเตียงนั้นสะท้อนชัดเจนว่า อุดมการณ์ที่เคยพร่ำบอกต่อหน้าสาธารณชนเป็นเพียง “หน้ากาก” ที่ฉาบไว้เพื่อล่าคะแนนเสียงกับคนรุ่นใหม่..

แต่เนื้อแท้ภายใน (จิตใจ) กลับเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายและอคติส่วนตัว!

นายกรุณพลไม่ได้ตระหนักเลยว่า วาจาที่พ่นออกมาด้วยความสะใจ ไม่ได้ทำให้ศัตรูทางการเมืองต่ำลงเลยแม้แต่น้อย

แต่มันกลับลากตัวเองให้จมดิ่งลงไปอยู่ในโคลนตมแห่งความป่าเถื่อน บ่งบอกถึง “สันดานดิบ” ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อสูทผู้ทรงเกียรติ!

การเอาชีวิตและความเจ็บป่วยของคนอื่นมาเป็นเครื่องมือระบายความแค้นส่วนตัว คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่านายกรุณพลสอบตกทั้งในฐานะผู้แทนปวงชนและในฐานะเพื่อนมนุษย์

คนที่จิตใจไร้ซึ่งความเมตตาเยี่ยงนี้ ไม่เพียงแต่ไม่มีคุณค่าพอที่จะบริหารบ้านเมือง แต่ยังเป็น “สิ่งปฏิกูลทางการเมือง” ที่สังคมควรตราหน้า

และร่วมกัน “ขับไล่” ออกไปให้พ้นจากสภาอันทรงเกียรติเสียด้วยซ้ำ!

เพราะการเป็นผู้แทนราษฎรมีสถานะเป็นผู้นำทางความคิดของสังคม คำพูดทุกคำที่หลุดออกจากปากย่อมส่งผลกระทบต่อผู้สนับสนุน

การส่งต่อ “ความเกลียดชัง” ระดับนี้มีแต่จะทำให้สังคมไทยดิ่งลงเหว และสร้างความแตกแยกที่ยากจะมีวันประสาน หรือกลับมาสามัคคี-เกลียวกลมกันได้!

และหากนายกรุณพลยังไม่สามารถแยกแยะระหว่าง “การตรวจสอบเชิงนโยบาย” กับ “ความพยาบาทส่วนตน” ได้ ก็ไม่ควรจะนั่งในตำแหน่งที่ทรงเกียรตินี้อีกต่อไป!

แต่นั่นแหละ ต่อให้ สส.มีวาจาและจิตใจไร้ซึ่งมนุษยธรรมแค่ไหน-อย่างไร? พรรคประชาชนก็ดูเหมือนจะยัง “อุ้มชูคนของฉัน” อยู่วันยังค่ำ จนมีเสียงพูดว่า..

เป็นพรรคที่ “ล้มเหลว” ในการจัดระเบียบจริยธรรม!.

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หลักฐานชัดเจนพอมั้ย?

28 กันยา.. ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย “คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง” อย่างไร ดูเหมือนจะไม่มี “กูรู-กูรู้” ท่านไหนฟันธง มีแต่จะรักษาทรง (ตัวเอง) โดยบอก “50/50” กันทั้งเพ!

‘คนแต่ง’ต้องมีสิทธิ์?

ส่งหนังสือแล้ว 3 ฉบับ เป็นประจำทุกเดือน! นี่..แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของคุณวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ กับการเข้ายื่นหนังสือถึงนายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร

‘เพชรเม็ดงาม’ของไทย!

อุดมการณ์ตรงกันแน่นะ? ผมถาม พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นหัวหน้าพรรครักเมืองไทย และเปิดเผยรูปแบบการทำงานว่า พร้อมร่วมมือกับบุคคลฝ่ายคุณธรรมที่มี “อุดมการณ์ตรงกัน”..

ล้างบางให้สิ้นซาก!

“เมื่อวานมีข่าวปล่อยออกมาว่า พรรคเพื่อไทยไม่สบายใจหลังมติคดีฮั้ว สว. และไม่อยากอยู่ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทยแล้ว ทุกท่านคิดว่าเป็นไปได้หรือไม่ครับ”

แคมป์ไฟดนตรี

"มีเรื่องนึงที่ชัดเจนแจ่มแจ้งในวันนี้ คือ ขบวนการโกง สว. น่าจะไม่ได้มีเอี่ยวแค่ ‘พรรคการเมือง’ เท่านั้น แต่ยังมี 'กกต.บางคน' ที่ร่วมอยู่ในขบวนการโกง สว.นี้ด้วย

วิบากกรรมที่ไม่ได้ก่อ?

มันเรื่องอะไรของเรา? นี่..ไม่ใช่หัวข้อเริ่มต้นการสนทนา หากแต่เป็นการพูดคุยบนโต๊ะเหล้า-โต๊ะข้าวหลังหลายจอกผ่าน ซึ่งประโยคลอยๆ ที่หลุดจากเพื่อนคนหนึ่งนั้น..