
28 ก.ย. 2569 – รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ “น้ำท่วมกทม. : “ใคร”ต้องรับผิด?!” โดยระบุว่า
จากวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร นำมาซึ่งความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงเกิดเป็นประเด็นคำถามว่า “ใคร”คือผู้ที่ต้องรับผิดชอบในอุทกภัยครั้งนี้
แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะมีสถานะเป็นผู้นำสูงสุดในการบริหารราชการแผ่นดิน แต่พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กทม. พ.ศ. 2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้ “การบริหารกรุงเทพมหานครเป็นหน้าที่ของสภากรุงเทพมหานคร และ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบายและบริหารราชการของกรุงเทพมหานคร ตลอดจนสั่ง อนุญาต อนุมัติเกี่ยวกับราชการของกรุงเทพมหานคร ฯลฯ
ดังนั้น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงมีอำนาจเต็มและมีหน้าที่โดยตรงในการบริหารจัดการน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ อาทิ การวางแผนระบายน้ำ การแจกจ่ายกระสอบทรายให้แต่ละครัวเรือน การจัดตั้งศูนย์ประสานงาน ตลอดจนการเตรียมการอพยพประชาชน ฯลฯ ประกอบกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครบ 4 ปี ในสมัยแรก และปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 จึงเชื่อได้ว่า ได้มีการกำหนดนโยบายและดำเนินการใช้งบประมาณเพื่อบริหารจัดการระบบการระบายน้ำของกทม.แล้ว
นอกจากนี้ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเตือนล่วงหน้าเรื่องฝนตกหนักระหว่างวันที่ 25-27 กันยายน 2569 แต่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกลับไม่ได้มีการวางแผนบริหารจัดการเพื่อเตรียมรับมือกับปริมาณน้ำฝนที่มากผิดปกติ เช่น สั่งการให้แต่ละสำนักงานเขตที่มีความเสี่ยงแจ้งเตือนประชาชนให้ยกของขึ้นที่สูง จัดหากระสอบทรายป้องกัน เตรียมการหากจำเป็นต้องมีการอพยพประชาชน เป็นต้น
ผู้เขียนเห็นว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปฏิบัติหน้าที่อย่างขาดประสิทธิภาพ ตลอดจนการที่นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาล “เอาอยู่” จนทำให้ประชาชนชะล่าใจ ก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง
อย่างไรก็ดี คำพูดของนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี หรือการเผยแพร่ข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาสู่ประชาชนที่ไร้ประสิทธิภาพ จนทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ก็ไม่อาจลบล้างความผิดของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสภากรุงเทพมหานคร ในเหตุการณ์มหาอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ เพราะนายนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มิใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีคนใด แต่ “นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ สภากรุงเทพมหานคร คือ เบอร์ 1”ตามบทบัญญัติของกฎหมาย
อนึ่ง ในประเทศที่มีการทุจริตคอร์รัปชันสูง เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้งหรือน้ำท่วม ข้าราชประจำและข้าราชการการเมืองที่มีอำนาจและหน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข มักฉวยโอกาสแสวงหาประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง บนความเดือดร้อนทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน เช่น การทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างทำข้าวห่อ/กระสอบทราย ฯลฯ ส่วนภายหลังภัยพิบัติ อาทิ หลังเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554 ก็มักมีการตั้งงบประมาณสำหรับโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งข้อเท็จจริงที่ผ่านมาปรากฏว่า ไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้จริง
ดังนั้น คนไทยทั้งปวงจึงควรตระหนักและเฝ้าระวังการใช้งบประมาณของฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำ…จากวิกฤติที่แสนสาหัสของประชาชนในครั้งนี้ด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรมอุตุฯ เตือนฝนถล่มทั่วไทย กทม.เจอ 80% กาญจน์-ตะวันออกฝนหนักมาก
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนประเทศไทยตอนบนอากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกบางแห่ง กาญจนบุรี-ระยอง-จันทบุรี-ตราด เสี่ยงฝนหนักมาก ขณะที่กรุ
นายกฯจี้เร่งกำจัดขยะ–บิ๊กคลีนนิง
นายกฯ วางแผนกำจัดขยะ-บิ๊กคลีนนิง ลุยเคลียร์หลายพื้นที่เมืองกรุง “ชัชชาติ” ระดม 600 คน ตั้งเป้าร่มเกล้า 3 วันจบ เร่งระบายน้ำ “ปราจีนบุรี-ฉะเชิงเทรา” ปภ.-ออมสิน โอนเงินเยียวยาแล้ว 3,483 ครัวเรือน กว่า 29 ล้าน โพลเผยประชาชนจี้รัฐแก้ระบบเตือนภัย
DSI จับมือราชบุรี ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม มอบถุงยังชีพ 600 ชุด ข้าวกล่อง 500 กล่อง
กรมสอบสวนคดีพิเศษผนึกจังหวัดราชบุรี ส่งมอบถุงยังชีพ 600 ชุด พร้อมข้าวกล่อง 500 กล่อง ช่วยประชาชนประสบอุทกภัย ก่อนลง
'กรมอุตุฯ' อัปเดต เตือน 8 จังหวัดพื้นที่สีส้ม 'ฝนตกหนักมาก' เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน 10-11 ต.ค.
กรมอุตุนิยมวิทยา เผยแพร่ประกาศเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2569) ฉบับที่ 6 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 9-13 ต.ค. 69 บริเวณประเทศไทยจะมีสภาพอากาศแปรปรวน
'มื้อนี้ไม่ได้แค่อิ่มท้อง... แต่อิ่มใจ' เมื่อ 'ซีพี-ซีพีเอฟ' ผนึกกำลังส่งความช่วยเหลือถึงมือประชาชน
วิกฤตน้ำท่วมรอบนี้พิสูจน์ให้เห็นพลังของการทำงานเป็นทีม เมื่อเครือข่ายจิตอาสาจากซีพีและซีพีเอฟกระจายกำลังลงพื้นที่ประสานงานกับภาครัฐและท้องถิ่นแบบเกาะติดสถานการณ์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเดินทางไปถึงมือผู้เดือดร้อนให้เร็วที่สุด

