'มาร์ค พิตบูล' แทงสวน นักการเมืองลงพื้นที่สร้างภาพ ลั่นเป็นรบ.จะตั้ง 'วอร์รูม' บัญชาการเอง

'มาร์ค พิตบูล'ไม่เห็นด้วยนักการเมืองลงพื้นที่แจกของถ่ายรูปสร้างภาพ ยันเคยเป็นผู้บริหารไม่ลงไปทำทุกอย่างเอง ใช้คนมีความรู้เฉพาะด้านทำหน้าที่ของเขา ลั่้นถ้าได้เป็นรัฐบาลจะตั้ง วอร์รูม ระดมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามาจัดระบบข้อมูลแบ่งพื้นที่รับผิดชอบ อยู่ใต้บังคับบัญชาของตนเอง

30 ก.ย.2569 - นายณัชพล สุพัฒนะ หรือ มาร์ค พิตบูล หัวหน้าพรรคศรัทธา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

“ใครจะลงเรือไปแจกข้าว ผมไม่ห้าม แต่ผมอยากเห็นวันที่ประชาชนไม่ต้องรอนักการเมืองลงเรือไปแจกข้าว เพราะระบบของรัฐทำงานได้ตั้งแต่ต้น”
เมื่อวานผมเห็นโพสต์ของนักการเมืองจากพรรคเล็ก ๆ พรรคหนึ่ง พูดประมาณว่า
“ทำไมไม่ลงไปช่วยผู้ประสบภัย ถ้าไม่คิดจะทำก็ไม่ต้องวิจารณ์”
ผมขอสารภาพตรง ๆ เลยครับว่า ผมไม่ถนัดงานสร้างภาพแบบนั้น
และถ้าใครจะตำหนิผมเรื่องนี้ ผมก็ยอมรับครับ
เพราะวันนี้ตัวผมเองก็ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย สภาพผมไม่ได้แตกต่างอะไรจากประชาชนอีกหลายคน เพราะผมก็เป็นผู้ประสบภัยเหมือนกัน
แต่ถ้าใครมีกำลัง มีความพร้อม มีจิตอาสา มีเรือ มีเครื่องมือ มีทีมงาน และสามารถลงไปช่วยเหลือประชาชนได้ ผมไม่เคยห้ามครับ
ตรงกันข้าม ผมสนับสนุนด้วยซ้ำ
แต่สิ่งหนึ่งที่ผมไม่เห็นด้วย คือการทำให้การลงพื้นที่แจกของ ถ่ายรูป หรือสร้างภาพ กลายเป็น “มาตรฐานของนักการเมือง”
เพราะถ้าเราทำแบบนี้กันจนเป็นธรรมเนียม วันหนึ่งประชาชนอาจถูกทำให้เข้าใจว่า
“ถ้าเป็นนักการเมือง ต้องลงเรือไปแจกข้าว”
“ถ้าไม่ลงพื้นที่ แปลว่าไม่ทำงาน”
“ถ้าไม่มีรูปกับผู้ประสบภัย แปลว่าไม่ช่วยประชาชน”
ผมคิดว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ประเทศควรสร้างให้เป็นวัฒนธรรมทางการเมือง
นักการเมืองมีหน้าที่แตกต่างกันครับ
บางคนเก่งงานภาคสนาม
บางคนเก่งด้านกฎหมาย
บางคนเก่งด้านเศรษฐกิจ
บางคนเก่งด้านการบริหาร
บางคนเก่งด้านการประสานงาน
และบางคนมีหน้าที่ตรวจสอบและกดดันรัฐบาล
ผมเลือกใช้จุดแข็งของผมแบบนั้น
วันนี้ผมอยู่ในฐานะนักการเมือง ผมไม่ได้บอกว่าผมจะต้องเป็นเหมือนนักการเมืองทุกคน
ผมแค่เสนอตัวเป็น “อีกหนึ่งทางเลือก”
ผมนำเสนอแนวคิดและวิธีการทำงานในแบบนักบริหาร โดยเอาความรู้และประสบการณ์ที่ผมมีมาใช้กับการบริหารบ้านเมือง
ผมเคยเป็นผู้บริหารครับ
เวลาผมบริหารธุรกิจ ผมไม่ได้ลงไปผลิตสินค้าทุกชิ้นด้วยตัวเอง
ผมไม่ได้ลงไปทำทุกอย่างเอง
ผมใช้คนที่มีความรู้เฉพาะด้านให้ทำหน้าที่ของเขา
ฝ่ายผลิตก็ผลิต
ฝ่ายการตลาดก็ทำการตลาด
ฝ่ายบัญชีก็ดูบัญชี
ฝ่ายปฏิบัติการก็จัดการงานของตัวเอง
ส่วนผมมีหน้าที่
“สั่งการ ติดตาม ควบคุม แก้ปัญหา และตัดสินใจ”
เพราะผมเชื่อว่า การบริหารที่ดีไม่ใช่การที่ผู้นำลงไปทำทุกอย่างด้วยตัวเอง
แต่คือการทำให้ “คนที่มีหน้าที่และความเชี่ยวชาญ” สามารถทำงานของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การบริหารประเทศก็เหมือนกันครับ
เมื่อเกิดภัยพิบัติ ผมเชื่อว่ารัฐบาลต้องเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดการ
เพราะรัฐบาลมีสิ่งที่ประชาชนทั่วไปไม่มี
มีคน
มีหน่วยงาน
มีเครื่องมือ
มีงบประมาณ
มีข้อมูล
มีอำนาจตามกฎหมาย
และมีระบบราชการที่สามารถระดมกำลังได้
กฎหมายไทยเองก็วางโครงสร้างการบัญชาการและความรับผิดชอบด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไว้เป็นระบบอยู่แล้ว (disaster)
ดังนั้น ถ้าผมมีวาสนาได้เป็นผู้นำรัฐบาลในอนาคต
ผมจะไม่คิดว่าหน้าที่ของผู้นำคือการลงเรือไปแจกข้าวกล่องทุกลำด้วยตัวเอง
แต่ผมจะถามว่า
“ตอนนี้ศูนย์บัญชาการอยู่ที่ไหน?”
“ใครเป็นคนรับผิดชอบ?”
“ข้อมูลผู้ประสบภัยอยู่ตรงไหน?”
“พื้นที่ไหนต้องอพยพ?”
“เรือและเครื่องมืออยู่ที่ไหน?”
“อาหาร น้ำ ยา และสิ่งของจำเป็นจะไปถึงประชาชนอย่างไร?”
“ใครเป็นคนสั่งการ?”
“ถ้าหน่วยงานไหนทำงานไม่ได้ ใครจะเข้าไปแก้?”
และที่สำคัญที่สุดคือ
“ประชาชนจะได้รับความช่วยเหลือเร็วที่สุดได้อย่างไร?”
นี่คือสิ่งที่ผมเรียกว่า “การบริหาร”
ผมจะตั้ง War Room
ระดมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามา
จัดระบบข้อมูล
แบ่งพื้นที่รับผิดชอบ
กำหนดผู้บัญชาการในแต่ละระดับ
ระดมทรัพยากรจากทุกหน่วยงาน
ติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์
และผมจะเป็นคนตัดสินใจในเรื่องที่ต้องตัดสินใจ
เพราะผมเชื่อว่า
ผู้นำที่ดีไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง
แต่ต้องทำให้ทุกคนที่อยู่ใต้การบังคับบัญชา ทำงานของตัวเองได้ดีที่สุด
ส่วนผมวันนี้ไม่ได้มีอำนาจสั่งการรัฐบาล
สิ่งที่ผมทำได้ก็คือใช้จุดแข็งที่ผมมี
คือการพูด
การตั้งคำถาม
การตรวจสอบ
การกดดัน
และการเสนอแนวทางแก้ไข
ผมจึงเลือกทำในสิ่งที่ผมทำได้ดีที่สุด
ไม่ใช่ฝืนลงไปทำในสิ่งที่ผมทำได้ไม่ดี
เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่ต้องได้ประโยชน์ไม่ใช่ผม
แต่คือประชาชน
ใครมีแรง มีเรือ มีเครื่องมือ มีจิตอาสา ลงไปช่วยประชาชนได้ ผมชื่นชมครับ
แต่ผมขอเลือกเดินอีกทางหนึ่ง
ผมเลือกที่จะเสนอว่า
“ถ้าวันหนึ่งผมมีอำนาจ ผมจะบริหารประเทศอย่างไร?”
เพราะการเมืองสำหรับผม ไม่ใช่การแข่งขันกันว่าใครถ่ายรูปกับผู้ประสบภัยได้มากกว่ากัน
แต่คือการแข่งขันกันว่า
“ใครจะสามารถสร้างระบบที่ทำให้ประชาชนไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากนักการเมืองคนใดคนหนึ่งอีกต่อไป”
ถ้าไม่ชอบผมก็ไม่เป็นไรครับ
ไม่ต้องมายุ่งกับผมก็ได้
ทางใครทางมัน
ทางเสือ เสือก็เดินของมัน
ส่วนทางหมา…
โดยเฉพาะ “พิตบูล”
มันก็เดินของมันแบบนี้แหละครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สมชัย' จับตา 'ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ' เริ่มนับหนึ่ง 1 ต.ค. ใครจะได้ช่อดอกไม้ ใครจะถูกตัดหัว

'สมชัย' จับตา ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เริ่มนับหนึ่ง 1 ต.ค. ต้องลุ้นหน่วยงานที่รับผิดชอบ จะลงนามกับบริษัทประกันที่มีผู้สนใจประมาณ 10 ราย ทันหรือไม่ ใครจะได้รับช่อดอกไม้ ใครจะหัวขาด เหตุน้ำที่ท่วมแล้วแม้จะเกิดขึ้นก่อน 1 ต.ค. แต่หากยังท่วมขังก็มีข้อโต้แย้งว่าควรมีสิทธิได้รับเงินประกัน และที่กำลังจะท่วมอีกทั่วประเทศ ประมาณ 9แสน -1 ล้านครัวเรือน

บทเรียนน้ำท่วม! ราคาที่นักการเมืองต้องจ่าย จากต่างประเทศถึงไทย

น้ำท่วมประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร กลายเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องเผชิญซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฝนตกหนัก น้ำเหนือไหลหลาก น้ำทะเลหนุนสูง ระบบระบายน้ำทำงานไม่ทัน ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติและการบริหารจัดการของมนุษย์

แชร์คลิปว่อน นายกฯหนู ใจป้ำ ควักเงินสดแจกขาวบ้านน้ำท่วมย่านสายไหม

บนโลกออนไลนมีการแชร์คลิปเหตุการณ์ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ และให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่ เขตสายไหม บริเวนบ้านเอื้ออาทรบางเขน (คลองถนน) กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 22 .00 น.เมื่อคืนวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา

'หมอพรทิพย์' ติดเกาะวันที่สี่จนเสบียงหมด ออกมาซื้อขนมปังร้าน 'จอน นูโว' หวั่น น้ำเหนือกำลังจะมา

'หมอพรทิพย์' เผยติดเกาะมาวันที่สี่ กินมาม่าและเสบียงในบ้านจนหมด ติดรถออกมาหน้าหมู่บ้าน ซื้อขนมปังร้านของ 'จอน นูโว' ฝนแช่หมดแล้ว ฝนตามฤดูกำลังจะมา น้ำเหนือกำลังจะบ่า ยังไม่รู้กำลังจะเกิดอะไรขึ้น

มท.-กทม. ตั้งวอร์รูมช่วยน้ำท่วมแฟลตคลองจั่น ส่งครัวสนามผลิตข้าววันละ 1 หมื่นกล่อง

"มหาดไทย-กทม." ตั้งวอร์รูมสู้ภัยน้ำท่วมแฟลตคลองจั่น ช่วย 2 หมื่นชีวิต สั่งเร่งอพยพคน-ส่งครัวสนามผลิตข้าวให้ได้ 1 หมื่นกล่อง/วัน ย้ำสถานการณ์น้ำดีขึ้นตามลำดับ หากฝนไม่วนกลับมา