โฆษกรัฐบาลแจงระดับน้ำเริ่มคลี่คลาย กทม.เกือบปกติ!

โฆษกรัฐบาล เผยระดับน้ำเริ่มคลี่คลาย เจ้าพระยาลดระดับ กทม.เกือบปกติ เตือนรับมือฝนระลอกใหม่ 9-13 ต.ค.นี้ โดยเฉพาะภาคตะวันตก-ใต้-ตะวันออก ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด

08 ต.ค.2569 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ว่า วันนี้สภาพอากาศจากการคาดการณ์สถานการณ์ฝนในช่วง 5-7 ต.ค.ที่ผ่านมาเป็นไปตามที่มีการพยากรณ์อากาศและคาดการณ์ไว้ ปริมาณฝนไม่ได้มากเกินการคาดการณ์ อยู่ในการบริหารจัดการและได้เตรียมการไว้แล้ว ในส่วนของการพยากรณ์อากาศในสัปดาห์ที่จะถึงนี้จะมีฝนระลอกใหม่มาตั้งแต่วันที่ 9-13 ต.ค. โดยเฉพาะวันที่ 10-12 ต.ค. จะมีปริมาณน้ำฝนสะสมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะทางฝั่งภาคตะวันตกของประเทศไทย และหลังวันที่ 13 ต.ค.เป็นต้นไป พื้นที่ทางภาคใต้ทั้งหมด จะมีฝนมากขึ้น ในส่วนของสภาพอากาศที่เกิดขึ้นมีการแจ้งเตือนเฝ้าระวังในหลายพื้นที่แล้ว

นายเอกภพ กล่าวว่า เรื่องของระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีการลดลง และบริหารจัดการได้เป็นระดับ ส่วนของพื้นที่ที่มีปัญหาเน้นเฉพาะที่ภาคตะวันออก จ.ปราจีนบุรี นครนายก และฉะเชิงเทรา ซึ่งมีปัญหาอยู่ในวงกว้าง และเพิ่มเติมฝนที่จะมาในช่วงสัปดาห์ที่จะถึงนี้จะมีการเฝ้าระวัง และแจ้งเตือนทางภาคใต้ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนปัจจุบันพื้นที่ กทม. พื้นที่โดยส่วนใหญ่กลับมาเป็นปกติแล้ว ถนนในการสัญจรสามารถทำได้ตามปกติเกือบจะ 100% ในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่กำลังเร่งระบายน้ำออกเช่นเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตและฟื้นฟูบ้านเรือนได้ภายในเร็ววัน นอกจากนี้ เรื่องการจ่ายเงินชดเชยเยียวยา ซึ่งเงินมี 3 ก้อน คือ เงินทดรองราชการ เงินงบกลางตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเงินประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

นายเอกภพ กล่าวอีกว่า ในส่วนการบริหารจัดการน้ำจากเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมามีฝนตกลงมาในพื้นที่ตามคาดการณ์ไว้ ปริมาณน้ำที่มาเติมเหนือเขื่อนเจ้าพระยาไม่ได้เกินการคาดการณ์ การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนเจ้าพระยาในปัจจุบันมีการระบายน้ำอยู่ที่ 2,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำในเขื่อนลดลงแล้วอยู่ที่ 16.03 ซึ่งจะมีการดำเนินการบริหารจัดการน้ำเพื่อให้สามารถรองรับฝนที่อาจจะตกลงมาในสัปดาห์ต่อไป รวมถึงบริหารจัดการน้ำเพื่อลดระดับน้ำในพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาให้สามารถดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ส่วนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีการพยายามลดปริมาณน้ำจากที่น้ำเกินระดับกักเก็บให้อยู่ในระดับที่กักเก็บได้ เพื่อรองรับน้ำใหม่ให้ได้ ซึ่งมีการบริหารจัดการน้ำร่วมกับทางน้ำหลายทาง รวมถึงการบริหารจัดการน้ำที่เขื่อนพระราม 6 ตรงนี้ทำให้บริเวณ จ.พระนครศรีอยุธยา จะเริ่มมีระดับน้ำลดลงประมาณ 10-20 เซนติเมตรได้ในอนาคตอันใกล้ ส่วน จ.ปทุมธานี นนทบุรี และกทม. เนื่องจากน้ำเจ้าพระยาไม่ได้มีปริมาณที่เพิ่มขึ้น และลดการปล่อยน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาแล้วปริมาณน้ำจะเริ่มลดลงและไม่ล้นคันกั้นน้ำ

นายเอกภพ กล่าวอีกว่า สำหรับภาคตะวันตก ในวันที่ 10-11 ต.ค. ตามการคาดการณ์จะมีฝนตกลงมาเติมที่ จ.กาญจนบุรี เขื่อนทั้ง 2 เขื่อนคือ เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ มีน้ำลดลงแล้วและมีพื้นที่รับน้ำได้เพิ่มเติม รวมถึงท้ายเขื่อนแม่กลองน้ำดูจะไม่ล้นตลิ่งแล้ว ยังมีพื้นที่ที่รับน้ำได้ แต่อย่างไรก็ตาม ฝนในสัปดาห์หน้ายังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม ขอให้มีการเฝ้าระวัง และประกาศการแจ้งเตือนจากในพื้นที่ สำหรับบ้านเรือนที่มีการยกของไว้เหนือน้ำ ขออย่าเพิ่งยกของกลับมาไว้ที่เดิม ให้เตรียมการไว้ใกล้ชิดอีกครั้งหนึ่ง

นายเอกภพ กล่าวว่า ในส่วนของ จ.สมุทรสงคราม อ.บางคนที และ อ.อัมพวา ได้มีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 12 เครื่อง เพื่อผลักดันน้ำออกไปสู่ทะเลมากขึ้น จ.เพชรบุรี มีการคาดการณ์ฝนที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ โดยได้มีการบริหารจัดการเขื่อนแก่งกระจาน พยายามทำให้น้ำไม่เกินระดับกักเก็บน้ำมากเกินไป และได้ให้ทางจังหวัดและชลประทานเตรียมการพร้อมรับมือกับฝนที่จะเข้ามา และระดับน้ำที่อาจจะเพิ่มขึ้นท้ายเขื่อนได้

นายเอกภพ ระบุว่า ในส่วนของพื้นที่ที่มีปัญหาและมีความกังวลอยู่คือ พื้นที่ภาคตะวันออก อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรีระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว น้ำที่ลงมาสู่ อ.เมืองปราจีนบุรีเริ่มลดลง แต่ลดลงอย่างช้าๆ และยังมีพื้นที่ที่น้ำท่วมขังอยู่พอสมควร ตอนนี้ในส่วนของฝั่ง จ.นครนายกได้มีการพยายามรักษาสมดุลน้ำจากเขื่อนขุนด่าน น้ำที่ลงมาผนวกกันกับ จ.ปราจีนบุรี และ จ.นครนายกมาที่ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี น้ำทั้งหมดจะลงไปที่แม่น้ำบางปะกง ตรงนี้ประชาชนที่อยู่ใน จ.ฉะเชิงเทรา ริมแม่น้ำยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ และต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดว่า น้ำจะพ้นแนวคันกั้นน้ำ

นายเอกภพ กล่าวอีกว่า ในส่วนการบริหารจัดการน้ำสถานการณ์น้ำได้มีการบริหารจัดการอย่างไร้รอยต่อ มีการประสานงานระหว่างหน่วยงานสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นเจ้าภาพในการดำเนินการร่วมกับกรมชลประทาน ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของ กทม. ที่เป็นหัวใจในการช่วยระบายน้ำ ในทุกพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ เรามีความพยายามและร่วมมือกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำให้ระดับน้ำในพื้นที่ต่างๆ ลดลงได้อย่างรวดเร็ว เราไม่รอให้น้ำลดลงเองตามธรรมชาติ แต่จะมีการบริหารจัดการร่วมกันเพื่อให้น้ำลดลงเร็ว เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด ในส่วนของพื้นที่ที่น้ำเริ่มลดลงแล้วจะเริ่มมีกระบวนการฟื้นฟูและเยียวยา

นายเอกภพ กล่าวว่า ข้อมูลที่ได้จากการแถลงการณ์นี้เป็นข้อมูลที่ได้รับการตรวจสอบแล้วว่าเป็นข้อมูลจริง และเป็นข้อมูลที่หน่วยงานที่เป็นเจ้าของเรื่องต่างๆ ได้นำเสนอต่อพี่น้องประชาชนในการดำเนินการต่อไป ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัยจะสรุปข้อมูลและรายงานให้ประชาชนทราบเป็นระยะผ่านทางเพจไทยคู่ฟ้า และทุกช่องทางของไทยคู่ฟ้า หากมีความสงสัยหรือประเด็นใดที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้ประชาชนติดต่อมาได้ที่ทุกช่องทางของสำนักโฆษกประจำสำนักนายกฯ และทุกช่องทางของไทยคู่ฟ้าเช่นเดียวกัน

โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุว่า สำหรับการแถลงข่าวที่จะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 12 ต.ค. เนื่องจากช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาสถานการณ์ที่ทรงตัว และเริ่มมีการรับน้ำฝนที่จะเข้ามา และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในวันจันทร์จะมีการแถลงเพื่อดูข้อมูลที่เกิดขึ้นจากฝนในรอบต่อไป หากมีเหตุสถานการณ์ฉุกเฉิน เร่งด่วนหรือมีความเปลี่ยนแปลงอะไรจะมีการดำเนินการแจ้งเตือน และอาจมีการแถลงข่าวก่อนถึงวันจันทร์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เช็กด่วน! ปภ.โอนเงินเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 10,453 ครัวเรือน

'กทม.' ชี้ 3 ถนนสายหลัก กทม. 'ฉลองกรุง-สุวินทวงศ์-ลาดกระบัง' บางจุดยังท่วมสูง ระดับน้ำเจ้าพระยายังวางใจได้ ลงทะเบียนขอรับเยียวยาล่าสุด 56,611 ราย ด้าน 'ปภ.' โอนเงินน้ำท่วมรวม 10,453 ครัวเรือนแล้ว

เฝ้าระวัง 'ราชบุรี-กาญจนบุรี-สมุทรสงคราม-เพชรบุรี' หลังฝนเติม

รองโฆษกรัฐบาล เผยหลายพื้นที่สถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย แต่ยังเฝ้าระวัง 'ราชบุรี-กาญจนบุรี-สมุทรสงคราม-เพชรบุรี' หลังมีฝนเติมช่วง 10-12 ต.ค. เขื่อนเจ้าพระยาจ่อลดการระบายเหลือ 2,400 ลบ.ม./วินาที

โฆษกรัฐบาล เผยเฝ้าระวังฝั่งตะวันออก ปราจีนบุรีระบายน้ำช้า จับตาน้ำบางปะกง ล้นคันกั้นน้ำ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวประจำวันของศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย

โฆษกรัฐบาลยันไม่ได้ยุบ 4 หน่วยงาน แค่ปรับกลไกเงินบำรุงเข้าสู่ระบบงบประมาณ

โฆษกรัฐบาล โต้ปมเงินเหล้า–บุหรี่ ย้ำไม่ได้ยุบ 4 หน่วยงาน–ตัดภารกิจ แต่ปรับกลไกเงินบำรุงเข้าสู่ระบบงบประมาณ ชี้ร่างกฎหมายยังไม่บังคับใช้ มุ่งโปร่งใส–วินัยการคลัง

ถึงคิวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์! ระดับน้ำเกิน 100% ขอ ปปช.อพยพ-ยกของขึ้นที่สูง

เผย 'เขื่อนเจ้าพระยา' ปล่อยน้ำ 2,300 ลบ.ม./วินาที แบบขั้นบันไดไม่เกิน 2,500 ลบ.ม./ วินาที 'เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์' ระดับเกิน 100 % ขอประชาชนริมน้ำยกของขึ้นที่สูง สั่ง ผวจ. รอรับฝนระลอกใหม่ 4-5 ต.ค.นี้

เข้ากรุแน่! อนุทินขึงขังฝ่ายปฏิบัติงาน-ขรก.เกียร์ว่างแก้น้ำท่วม

โฆษก รบ. เผย 'อนุทิน' ฮึ่ม ฝ่ายปฏิบัติงาน-ขรก.ประจำ เกียร์ว่างแก้น้ำท่วม พร้อมเด้งเข้ากรุ ขอผู้ว่าฯ กทม. ขยาย WFH สั่ง ผวจ.ตรวจสอบคุณภาพอาหาร รับระบุวันน้ำแห้ง กทม.ชัดเจนไม่ได้ แต่จะทำให้เร็วที่สุด