'กูรูไอที' บ่นพึม! เพิ่งค้นพบกฎใหม่ของชาวโซเชียล ห้ามดีใจกับข่าวดีของประเทศ

13 ต.ค.2569-นายปฐม อินทโรดม กรรมการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT)  โพสต์ข้อความว่า ผมเพิ่งค้นพบกฎใหม่ของชาวโซเชียลในประเทศไทยครับ… ห้ามดีใจกับข่าวดีของประเทศ จนกว่าประเทศจะไม่มีข่าวร้ายเหลืออยู่!

วันก่อนผมเขียนถึงข่าวดีของประเทศไทย ทั้งการเป็นเจ้าภาพประชุม IMF เงินลงทุนจากต่างชาติ และข่าวที่ได้รับความสนใจจากสื่อระดับโลก

ปรากฏว่ามีคนเข้ามาต่อว่าอย่างดุเดือด บางท่านถึงกับถามว่า

“ประเทศเฮงซวยแบบนี้ GDP ก็โตต่ำสุด คุณไม่รู้เหรอ?”

อีกท่านถามด้วยความเป็นห่วงสติปัญญาของผมว่า

“ประเทศนี้มีปัญหาสารพัด คุณคิดได้แค่นี้จริง ๆ เหรอ?”

ผมอ่านแล้วแปลกใจเล็กน้อย เพราะเพิ่งทราบว่า การพูดถึงเรื่องดี ๆ ของประเทศไทยโดยไม่ด่าประเทศประกอบไปด้วย อาจเข้าข่ายความผิดร้ายแรง!

ต่อไปคงต้องระมัดระวังมากขึ้น

– สมมติว่านักกีฬาไทยคว้าเหรียญทองโอลิมปิก ผมคงต้องรีบเตือนว่า “อย่าเพิ่งดีใจครับ GDP ยังโตไม่ถึง 5%!”

– เด็กไทยชนะได้เหรียญรางวัลโอลิมปิกวิชาการก็ต้องบอกว่า “อย่าเพิ่งภูมิใจครับ ระบบการศึกษาไทยยังห่วยอยู่!”

– Google ประกาศลงทุนในประเทศไทย ก็ต้องรีบส่งจดหมายเตือนว่า “พวกคุณศึกษาข้อมูลกันมาดีหรือยัง ประเทศนี้เฮงซวยจะตาย!”

ผมเริ่มสงสัยว่า ถ้าวันหนึ่งประเทศไทยได้แชมป์ฟุตบอลโลก จะมีคนเข้ามาคอมเมนต์ว่า “แล้วราคาข้าวล่ะ? ค่าแรงขั้นต่ำล่ะ? ดีใจได้ยังไง!” หรือเปล่า

ที่จริงผมก็พอเข้าใจนะครับว่าประเทศไทยมีปัญหามากมาย ทั้งเศรษฐกิจ การศึกษา คอร์รัปชัน ความเหลื่อมล้ำ และอีกสารพัดเรื่องที่ต้องแก้ไข และผมเองก็เขียนเตือนเรื่องนี้บ่อย ๆ

แต่ผมเพิ่งเรียนรู้ว่า สำหรับคนบางกลุ่ม การยอมรับว่าประเทศไทยมีเรื่องดีอยู่บ้าง ดูจะเป็นเรื่องยากกว่าการยอมรับว่าประเทศไทยมีปัญหาเสียอีก

ผมไม่ได้มีปัญหากับคนที่วิจารณ์ประเทศนะครับ เพราะการวิจารณ์เป็นสิ่งจำเป็น และหลายครั้งก็นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

แต่ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า เรามาถึงจุดที่การแสดงความยินดีกับความสำเร็จเล็ก ๆ น้อย ๆ ของประเทศ กลายเป็นเรื่องที่ต้องออกมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากันแล้วหรือ?

สงสัยต่อไปนี้ทุกครั้งที่มีข่าวดีของประเทศไทย เราคงต้องแนบคำเตือนเหมือนโฆษณายา

“ข่าวนี้อาจทำให้ท่านรู้สึกภูมิใจในประเทศไทยชั่วคราว โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม และอย่าลืมว่าประเทศยังมีปัญหาอีกมาก”

หรือไม่ก็ต้องตั้งหน่วยงานใหม่ชื่อ สำนักงานควบคุมความปลาบปลื้มแห่งชาติ มีหน้าที่ตรวจสอบว่าประชาชนดีใจกับข่าวดีมากเกินกว่าระดับ GDP ที่อนุญาตหรือไม่

ถ้าใครเผลอยิ้มตอนเห็นข่าวคนไทยประสบความสำเร็จ ก็อาจต้องถูกเรียกไปปรับทัศนคติว่า “คุณลืมปัญหาหนี้ครัวเรือนไปแล้วหรือครับ?”

ผมคิดว่าเราควรแยกให้ออกระหว่างการมองเห็นปัญหากับการปฏิเสธทุกเรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้น เพราะสองอย่างนี้ไม่จำเป็นต้องไปด้วยกัน

ประเทศที่มีปัญหา ไม่ได้แปลว่าไม่มีเรื่องดี และการดีใจกับเรื่องดี ก็ไม่ได้แปลว่าเรามองไม่เห็นปัญหา

สุดท้ายนี้ ผมต้องขออภัยทุกท่านที่ไม่สบายใจกับข่าวดีของประเทศไทยด้วยนะครับ

ต่อไปถ้าคนไทยได้เหรียญทองโอลิมปิก ผมจะไม่รีบแสดงความยินดีแล้วครับ

จะรอให้ GDP โต หนี้ครัวเรือนลด คอร์รัปชันหมด ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก และรถไม่ติดทั่วกรุงเทพฯ เสียก่อน

ต่อไปต้องมีประกาศจากกระทรวงการคลังว่า

“เนื่องจาก GDP Growth ของประเทศไทยอยู่ในระดับต่ำ จึงขอความร่วมมือประชาชนงดแสดงความยินดีกับความสำเร็จทุกประเภท จนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัว”

ผมเองก็ไม่รู้ว่า GDP ไทยจะโตได้อีกกี่เปอร์เซ็นต์

แต่ถ้าความสามารถในการจับผิดข่าวดีนับเป็น GDP ได้ ประเทศไทยคงโตเป็นเลขสองหลักไปนานแล้วครับ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐฯและยุโรปชี้ชัด เหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชาครั้งนี้ เขมรเป็นฝ่ายเริ่มก่อนอีกแล้ว

นายปฐม อินทโรดม กรรมการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โพสต์เฟซบุ๊ก Pathom Indarodom ว่า สหรัฐฯ และยุโรปชี้ชัด เหตุปะทะชาย