จ่อชงปลัดยุติธรรม ตัดสินส่ง 'ดีเอสไอ' หรือ 'กกต.' ฟัน 8 บุคคลเปิดเผยความลับบัตรเลือกตั้ง

ยธ. จ่อชงปลัดฯ ชี้ชะตาส่งดีเอสไอ หรือโยน กกต. ฟัน 8 บุคคล ปมลอบถ่าย–ถอดรหัสบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งคันนายาวสาวถึงตัวผู้ลงคะแนน ส่อป่วนสังคมกดดันศาล รธน. ด้านแหล่งข่าวเผยผู้ร้องมีตัวตนจริง–ไม่ใช่ จนท. ชี้อำนาจชี้ขาดเจตนาล้มการเลือกตั้งเป็นของศาล รธน. พร้อมย้ำให้ความเป็นธรรมสองฝ่าย หากร้องเท็จฟ้องกลับได้

21 ตุลาคม 2569 - แหล่งข่าวภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีผู้มายื่นหนังสือขอให้ปลัดกระทรวงยุติธรรม ดำเนินการตรวจสอบคำร้องและรายละเอียดการกระทำของบุคคลทั้ง 8 ราย กรณีร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการเลือกตั้งใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ลักลอบถ่ายภาพต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และพยายามถอดรหัสแท่งบาร์โค้ดและรหัส QR Code บนบัตรเลือกตั้งทั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่ออันเป็นความลับ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งว่าลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้กับผู้ใด และรวมทั้งมีการแบ่งหน้ากันทำในการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง อันเข้าข่ายอาจเป็นการบ่อนทำลาย ยุยงปลุกปั่น บิดเบือนข้อมูลข่าวสาร สร้างความวุ่นวายในสังคมให้กระทบในวงกว้าง เพื่อกดดันศาลรัฐธรรมนูญ และขอให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการเอาผิดบุคคลที่ถูกร้องทั้ง 8 ราย

โดยล่าสุดหนังสือดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการกลั่นกรองของหัวหน้าศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม และจะมีการนำเสนอรายละเอียดข้อมูลไปตามลำดับชั้น ทั้งในส่วนของหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม และปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่จะเป็นผู้พินิจพิจารณาเนื้อหารายละเอียดทั้งหมดว่ามีพฤติการณ์ใดหรือองค์ประกอบใดเข้าข่ายที่จะต้องส่งเรื่องไปให้ดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบ เพื่อตั้งเรื่องสืบสวน หรือรับเป็นคดีพิเศษ หรือไม่ เนื่องด้วยทางผู้ร้องมีความประสงค์จะให้เป็นคดีอาญา แต่สาระสำคัญคือการต้องดูว่าข้อมูลและการร้องเอาผิดในครั้งนี้ เข้าข่ายตามกฎหมายของดีเอสไอ ในส่วนของคดีอาญาจริงหรือไม่ หรือมีประเด็นใดที่เข้าองค์ประกอบตามกฎหมายเลือกตั้ง เพราะหากเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ก็มีเหตุจำเป็นที่จะต้องส่งเรื่องคำร้องนี้ไปให้ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้ดำเนินการแทน

แหล่งข่าวภายในกระทรวงยุติธรรม เผยอีกว่า สำหรับเจ้าของหนังสือที่เป็นผู้ยื่นคำร้องส่งมายังปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ดีเอสไอดำเนินคดีเอาผิดบุคคลทั้ง 8 ราย นั้น ยืนยันว่าว่ามีตัวตนอยู่จริง แต่เพียงแค่ไม่ประสงค์ออกนาม และถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งในครั้งนั้น ซึ่งผู้ร้องไม่ใช่เจ้าหน้าที่ กกต. แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม บุคคลสามารถยื่นหนังสือขอให้หน่วยงานดำเนินการตรวจสอบการกระทำของคณะบุคคล ที่มองว่าเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องเรียนและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้อยู่แล้ว ซึ่งบุคคลที่ถูกร้อง ก็มีหน้าที่ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงและชี้แจงเจตนารมณ์ของตนเองถึงการกระทำครั้งนั้น ว่าไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องเรียนและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างไรบ้าง

สำหรับคำร้องการยื่นตรวจสอบในครั้งนี้ ที่ประสงค์ให้ตรวจสอบพฤติการณ์ของคณะบุคคลทั้ง 8 ราย หากมองความเชื่อมโยงไปยังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จะพบว่าศาลได้มีคำวินิจฉัยว่าการใช้รหัสแท่งบาร์โค้ดและรหัส QR Code บนบัตรเลือกตั้ง ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรมนูญมาตรา 50 มาตรา 83 วรรคสอง และมาตรา 85 วรรคหนึ่ง ไม่เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องเรียนและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ฉะนั้น ก็เป็นสิทธิ์ของผู้ร้องที่อาจจะมองว่าการกระทำของคณะบุคคลทั้ง 8 รายนี้ มีเจตนาจะเป็นการล้มการเลือกตั้งหรือไม่

ซึ่งท้ายสุดแล้วเรื่องนี้จะเป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะเป็นผู้พิจารณา ว่าเป็นการกระทำตรวจสอบเพื่อความโปร่งใสของการเลือกตั้ง หรือมีเจตนาเป็นการล้มการเลือกตั้งอย่างไร ซึ่งไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรม หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่พนักงานสืบสวนสอบสวนหรือคณะทำงานที่จะถูกรับผิดชอบตรวจสอบคำร้องหลังจากนี้จะมีหน้าที่เพียงรวบรวมข้อเท็จจริง ว่าการกระทำเข้าองค์ประกอบกฎหมายใด ซึ่งขั้นตอนของพนักงานสืบสวนสอบสวนยังไม่ถึงที่สุด ก็จะต้องมีการส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อตรวจสอบกลั่นกรองตามลำดับชั้น โดยเฉพาะประเด็นที่มีเนื้อหาสาระสำคัญเช่นนี้ ก็ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรกว่าจะมีบทสรุป

ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรม ดีเอสไอ มีหน้าที่ตรวจสอบคำร้องและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นในส่วนของผู้ร้องที่ถูกละเมิดสิทธิ หรือผู้ที่ถูกร้องกล่าวหา ก็ต้องมีการตรวจสอบอย่างรอบคอบ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและเจตนา ว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ซึ่งทุกคนก็มีหน้าที่ต้องให้ความร่วมมือในการพิสูจน์ตัวเอง เพราะถ้าหากท้ายสุดแล้วพบว่าคำร้องของผู้ถูกละเมิดสิทธิเป็นการร้องเท็จ ผู้ที่ถูกร้องกล่าวหาก็สามารถดำเนินคดีกลับได้เช่นเดียวกัน แต่ถ้าหากเป็นกรณีที่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง ก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สาวปริศนายื่น ยธ.ฟันปมอั๊งยี่ก๊วนคดีบาร์โค้ด

'ยธ.' รับคำร้องสาวไม่ประสงค์ออกนาม ส่ง 'ดีเอสไอ' สอบสวน 'พริษฐ์-สมชัย-ทนายอั๋น-ปริญญา-ธรรมธีร์-ธนารัตน์-ช่างภาพ Spacebar' ปมร่วมกันเป็นอั้งยี่ กรณีชำแหละภาพถ่ายบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

'ศิริโชค' แจงดีเอสไอ พบพิรุธอื้อ 'สส.ไอเดียร์' รู้สามีเอี่ยวเว็บพนัน จี้สอบผลประโยชน์ทับซ้อน

"ศิริโชค" หอบหลักฐานคุ้ยเว็บพนันคริปโท "Shuffle.com" ส่งดีเอสไอ แฉเส้นเงินคนไทยสะพัด 118 ล้าน จี้รับคดีพิเศษสอบผลประโยชน์ทับซ้อน ซัด "สส.ไอเดียร์" รู้อยู่แล้วสามีเอี่ยวแต่ย้ายนั่งเลขาฯ ดีอีเอสปล่อยบ่อนเปิด ชี้ความผิดอาญาแผ่นดินสำเร็จแล้ว ปัดรับงานการเมือง ลั่นตรวจในนาม ปชช. ไม่ทรยศอุดมการณ์ 30 ปี

'ไอเดียร์' ปากแซ่บ! เหน็บ 'ศิริโชค' นึกว่าเป็นวอลล์เปเปอร์ หลังพาสามีแจงดีเอสไอ ปมถือหุ้นเว็บพนัน

“สส.ไอเดียร์” ควงสามีสัมภาษณ์สื่อ หลังพบดีเอสไอ โต้ปมถือหุ้นเว็บพนัน 1.47% ซัดอดีตนักการเมืองขุดเอกสารเก่า 5 ปีก่อนมาจับแพะชนแกะหวังผลการเมือง ฟาดกลับ "ไอซ์ รักชนก" อย่าตั้งคำถามดิสเครดิต ลั่นมั่นใจบริสุทธิ์พร้อมให้ตรวจสอบทุกมิติ

นายกฯ เปิดปฏิบัติการ 'ปราบนอมินี' ขีดเส้นตายสอบให้จบสิ้นปีนี้

นายกฯ แถลงปฏิบัติการปราบนอมินี ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ไร้อิทธิพลใดอยู่เหนือรัฐบาล สั่งสอบให้จบ ธ.ค. 69 ขยายผลถึงผู้รับประโยชน์ตัวจริง พร้อมลุยแก้พวกโรคความจำเสื่อม 'รู้ไหมว่าผมเป็นใคร'