
‘จตุพร’ เตือนระวังบ้านเมืองลุกเป็นไฟ ‘ทักษิณ’ พยายามเล่นซ้ำรอยเดิม ยุคเพื่อไทยกุมเสียงสภาข้างมาก ปี 56 ดันทุรังออกนิรโทษสุดซอย ชี้ขึ้นอยู่ที่ ‘คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุข’ พิจารณา และ พท. ตัดสินใจ
2 พ.ย. 2569 – นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการ “ประเทศไทยต้องมาก่อน” ว่า คดีทุจริตของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าเงื่อนไขไม่ได้รับนิรโทษกรรมอย่างเต็มๆ ดังนั้น จะกดดันให้ล้างผิด ล้างโกงอาจทำให้อารมณ์ประชาชนลุกฮื่อขึ้นต่อต้านเหมือนกับกรณีพรรคเพื่อไทยเสนอนิรโทษกรรมสุดซอยมาแล้ว
สิ่งสำคัญ กรณีนายทักษิณกับฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นสิ่งโยงใยกัน ในมุมฝ่ายค้านย่อมเป็นธรรมดาต้องปลุกปั้นเนื้อหาการอภิปรายให้ตื่นเต้น น่าสนใจ มีเรื่องใหญ่สำคัญๆ ถึงที่สุดแล้ว คาดว่าการอภิปรายคราวนี้คงอยู่ในเรื่องเดิม เรื่องฮั้ว สว. น้ำท่วม โกงข้อสอบ เว็บพนันกรณีนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือไอเดียร์ สส.ชัยภูมิ ที่จะลากไปถึงนายไชยชนก ชิดชอบรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งเรื่องเหล่านี้ประชาชนล้วนรับรู้มามาก ดังนั้น ฝ่ายค้านคงลำบากและต้องทำการบ้านหนักกว่าเดิมอีก
ส่วนดีลทักษิณ กดดันให้ล้างมลทินเพื่อแลกกับเสียงพรรคเพื่อไทย 74 เสียงโหวตให้รัฐบาลในการอภิปรายฯ นั้น นายจตุพร กล่าวว่า การล้างมลทินเป็นการล้างโทษที่ได้รับหรือพ้นโทษมาแล้ว แต่ความผิดจากการกระทำยังมีอยู่ ซึ่งการล้างมลทินต้องออกเป็นกฎหมาย และแตกต่างจากนิรโทษกรรมตามกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุข เพราะการนิรโทษกรรมเป็นการล้างทั้งโทษและความผิดที่เคยกระทำมา ดังนั้น การยื่นขอล้างมลทินของทักษิณตามกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อต้องการหลุดพ้นความผิด เพื่อได้รับสิทธิ์ทางการเมือง และไม่ต้องชดใช้ภาษีคืนแก่รัฐจำนวน 1.76 หมื่นล้านบาท ที่กรมสรรพากรตามเก็บในขณะนี้ จึงแตกต่างจากล้างมลทินตามกฎหมายล้างทิน
อย่างไรก็ตาม นายทักษิณมีสิทธิ์ยื่นขอนิรโทษกรรม แต่คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขจะให้ไม่ได้เลย เพราะคณะกรรมการแต่ละคนต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย ถ้าทำผิดกฎหมายต้องติดคุกเสียเอง
“ถ้าต้องการให้นิรโทษกรรมคดีของทักษิณมาตั้งแต่ต้น กฎหมายนี้ไม่ผ่านออกมาหรอก เพราะทักษิณ เป็นเงื่อนไขการเมืองของประเทศไทย ที่สำคัญบทเรียนการเสนอพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมจากต้นซอยจนกลายเป็นสุดซอยนั้น ก็มาจากเรื่องการล้างผิดในคดีทุจริตหรือคดีล้างโกงที่พูดกันใน พ.ศ.นั้น” นายจตุพร ระบุ
นายจตุพร ย้ำว่า กฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุขครั้งนี้ได้ล็อก 3 คดีความผิดไว้เป็นเงื่อนไขไม่ให้นิรโทษกรรม คือ ความผิดคดีมาตรา 112 คดีทุจริต และคดีฆ่าคนตาย ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นสิ่งวัดใจการพิจารณาของคณะกรรมการฯ ซึ่งประชุมกันเดือนละครั้ง และเดือนพฤศจิกายนนี้ ยังไม่ได้กำหนดวันประชุม
“ในวันนี้คนสำคัญในพรรคเพื่อไทยจะพูดอย่างไรก็ตาม แต่ในแวดวงการเมืองย่อมรู้ว่า จะไม่เป็นคนละเรื่องกับคุณทักษิณ ซึ่งเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง คือลาสบอสในพรรคเพื่อไทยทางพฤตินัย และคุณทักษิณ ขยับยื่นขอนิรโทษกรรมในวันเดียวกับฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในทางการเมืองใครก็ต้องคิด และจะเห็นความชัดเจนในวันลงมือเท่านั้น” นายจตุพร ระบุ
อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์การเมืองขณะนี้ พรรคกล้าธรรมเป็นจุดชี้ขาดการเปลี่ยนแปลง ถ้าพรรคกล้าธรรมไปรวมกับเพื่อไทยโหวตไปทางเดียวกับฝ่ายค้าน รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยย่อมพังคว่ำลงทันที หากกล้าธรรมไม่เล่นงานภูมิใจไทย ย่อมมีโอกาสได้ร่วมรัฐบาลแทนที่เพื่อไทย ถ้าไม่ได้ตามที่นายทักษิณขอล้างมลทินในนิรโทษกรรม
ดังนั้น การพิจารณาของคณะกรรมการจะให้หรือไม่ให้นิรโทษกรรมทักษิณ ย่อมเกิดเรื่องทั้งสิ้น ถ้าให้จะเป็นชนวนปลุกกระแสประชาชนลงถนน ก็อย่าหาความสงบสุขกันเลย สิ่งสำคัญการเมืองต้องมีความตรงไปตรงมากับประชาชน ถ้านักการเมือง วันๆ คิดแต่อำนาจ เวลาคิดเพื่อบ้านเมืองจึงมีน้อย ส่วนการเมืองขณะนี้ มักมีการตำหนิว่า มีปัญหาอะไรก็ข้ามทักษิณไม่ได้ แต่นายทักษิณก็ไม่ย่อมข้ามทางการเมืองเหมือนกัน
“ปัญหาของคุณทักษิณไม่ได้เกี่ยวว่ารับโทษมาแล้วหรือยัง แต่เกี่ยวว่ากฎหมาย (นิรโทษกรรม) อนุญาตหรือไม่ ถ้าสังคมไปยึดหลักทางความรู้สึกเหนือข้อกฎหมาย บ้านเมืองก็พัง และเราก็ไม่เห็นด้วยว่า จะตัดสินใครจากความรู้สึกที่ไม่อิงกับกฎหมาย ถ้าทำอย่างนั้นก็พัง แต่อะไรเป็นข้อเท็จจริงแล้วผิดกฎหมายมันก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ถ้าบ้านเมืองไม่ยึดหลักกบิลบ้านกบิลเมืองก็เดินต่อไปไม่ได้ เรื่องนี้กรณีของคุณทักษิณ ไม่จำเป็นต้องเรียกร้องอะไรกับคณะกรรมการชุดนี้ เพราะมีหน้าที่พิจารณา แต่สิ่งที่จะบอกว่าบ้านเมืองจะลุกเป็นไฟอีกรอบหนึ่งอยู่ที่อารมณ์คนจะลุกขึ้นมาพังบ้านเมือง กรณีนิรโทษกรรมสุดซอยให้บทเรียนในสิ่งนี้มาแล้ว” นายจตุพร ระบุ
ดังนั้น การวิเคราะห์การเมืองต้องมองถึงประเด็นใหญ่ที่จะก่อความผิดพลาดให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น หากวิเคราะห์แต่ปัจจัยสงบ ไม่มีคนต่อต้าน ไม่มีอะไรในปัจจุบัน หรือเอาอยู่ จึงอาจมองไม่เห็นสิ่งที่จะมาเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอนาคต เพราะคนจะรับไม่ได้กับการล้างโกง ล้างผิด และสิ่งสำคัญเป็นเรื่องสารภาพในการถวายฎีกาของนายทักษิณ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เต้น' เข้าใจหัวอก 'ทักษิณ' ยื่นนิรโทษฯ ลั่นโดนรัฐประหารยึดอำนาจ ย่อมมีสิทธิ์สู้ทุกช่องทาง
ณัฐวุฒิ บอกเมื่อคณะรัฐประหารนิรโทษกรรมตัวเองได้ตั้งแต่นาทีแรก นายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งที่ถูกยึดอำนาจ ย่อมมีสิทธิ์ต่อสู้ทุกช่องทางจนถึงนาทีสุดท้าย
ยันไม่ได้ปิดด่านทั้งหมด คุมเข้มชายแดนไทย–เมียนมา หลังกระสุนตกไทยถี่
รัฐบาลสั่งคุมเข้มชายแดนไทย–เมียนมา หลังเหตุสู้รบกระสุนตกฝั่งไทย ระงับผ่อนผันนำเข้าและส่งออกบางช่องทางในแม่สอด–พบพระ ถึง 5 พ.ย. ย้ำไม่ใช่ปิดด่านทั้งหมด มุ่งคุ้มครองความปลอดภัยประชาชน
รัฐบาล ชู 'อุดรธานีโมเดล' ต้นแบบจัดงบซ่อมบ้านพอเพียง ยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง
รัฐบาล ยกอุดรธานีโมเดล ต้นแบบจัดงบซ่อมบ้านพอเพียง สร้างที่อยู่มั่นคงยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง
อย่าประมาท! 'ม็อบกำนันมะโน' รถทะลุพันคัน แนะรัฐบาลใจกว้างไม่ขวาง
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อย่าประมาท ม็อบรถยนต์กำนันมะโน
ปชน. ปล่อยคลิป 'ไอติม-ไอซ์-โต๋' ปลุกด้อมส้มบริจาค 'ทุนซักฟอกน้ำเงิน'
บันเทิงธิปไตย! 'ปชน.' โหมโรงศึกซักฟอก ขนสามตัวตึง 'ไอติม-ไอซ์-โต๋' ทำคลิปเรียกน้ำย่อย ปลุกด้อมส้มบริจาค ทุนชำแหละระบอบสีน้ำเงิน
อดีตผู้พิพากษาฯ อธิบายชัด ความเห็น 'กก.สันติสุข' ชี้ 'ทักษิณ' ไม่เข้าเกณฑ์นิรโทษฯ ชอบด้วยกม.
วัส ติงสมิตร อธิบายทำไมความเห็นของกรรมการสันติสุข ชี้ ‘ทักษิณ’ ไม่เข้าเกณฑ์นิรโทษกรรม จึงถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย

