ยันไม่ได้ปิดด่านทั้งหมด คุมเข้มชายแดนไทย–เมียนมา หลังกระสุนตกไทยถี่

รัฐบาลสั่งคุมเข้มชายแดนไทย–เมียนมา หลังเหตุสู้รบกระสุนตกฝั่งไทย ระงับผ่อนผันนำเข้าและส่งออกบางช่องทางในแม่สอด–พบพระ ถึง 5 พ.ย. ย้ำไม่ใช่ปิดด่านทั้งหมด มุ่งคุ้มครองความปลอดภัยประชาชน

2 พ.ย. 2569 – นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา โดยหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ได้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมช่องทางการค้าชายแดนในพื้นที่อำเภอแม่สอดและอำเภอพบพระ จังหวัดตาก ภายหลังสถานการณ์การสู้รบในฝั่งเมียนมาส่งผลให้มีกระสุนข้ามมาตกในฝั่งไทย และสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนประชาชน

นางสาวลลิดา กล่าวว่า กองกำลังนเรศวรและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ได้แจ้งด่านศุลกากรแม่สอด ขอระงับการผ่อนผันการนำเข้า–ส่งออกสินค้าผ่านช่องทางอื่นนอกจากทางอนุมัติ ตั้งแต่บริเวณทิศใต้สะพานมิตรภาพไทย–เมียนมาแห่งที่ 1 ในพื้นที่อำเภอแม่สอด รวมถึงพื้นที่อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เป็นระยะเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อควบคุมสถานการณ์ชายแดน ป้องกันการลำเลียงสิ่งของที่อาจนำไปสนับสนุนการสู้รบของกองกำลังฝ่ายต่าง ๆ ในฝั่งเมียนมา และลดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นการระงับการผ่อนผันเฉพาะช่องทางและพื้นที่ตามประกาศ ไม่ได้หมายถึงการปิดด่านชายแดนทั้งหมด หรือระงับการค้าระหว่างไทยกับเมียนมาทุกช่องทาง โดยการนำเข้า–ส่งออกสินค้าผ่านช่องทางที่ได้รับอนุมัติยังต้องเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และเงื่อนไขที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบสถานะช่องทางขนส่งและเงื่อนไขของสินค้าแต่ละประเภทกับด่านศุลกากรแม่สอดก่อนดำเนินการ

รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดตากและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสู้รบ โดยก่อนหน้านี้มีรายงานบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแม่สอด 1 ราย ซึ่งหน่วยงานในพื้นที่ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนแล้ว

สำหรับประชาชนและผู้ประกอบการที่จำเป็นต้องเดินทางหรือขนส่งสินค้าผ่านพื้นที่ชายแดน ขอให้ติดตามประกาศจากจังหวัดตาก กองกำลังนเรศวร และด่านศุลกากรแม่สอดอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมาตรการกำหนดระยะเวลาถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย จึงควรตรวจสอบสถานะของช่องทางก่อนเดินทางหรือขนส่งสินค้า และไม่ควรสรุปว่าทุกช่องทางจะกลับมาใช้ได้โดยอัตโนมัติเมื่อครบกำหนด

“รัฐบาลยืนยันว่าความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด มาตรการควบคุมช่องทางการค้าครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ โดยดำเนินการเฉพาะช่องทางที่กำหนด ไม่ใช่การปิดชายแดนทั้งหมด รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการดูแลประชาชนและลดผลกระทบต่อการค้าชายแดนให้มากที่สุด พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการเพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน” นางสาวลลิดา ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผบ.ทหารสูงสุด ฮึ่ม! แจ้งเตือนเมียนมาให้ระมัดระวังการปฏิบัติการทางทหารแนวชายแดน

พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้การต้อนรับ พลจัตวา Win Thu Lin ผู้ช่วยทูตทหารเมียนมาประจำกรุงเทพฯ ในโอกาส

'ไอซ์' โวยแหลก! สีน้ำเงินมุ่งทำลายสีอื่นให้สิ้นซาก เอาทุกอำนาจเป็นของตัวเอง

น.ส.รักชนก ศรีนอก (ไอซ์) สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความแสดงความไม่พอใจ เรื่องอำนาจกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่าอำน

'ปชน.' แฉพิรุธ 'โซลาร์รูฟท็อป' 120 บริษัท ถือหุ้นไขว้กัน ส่อกินหัวคิว

'ปชน.' แฉโครงการโซลาร์ภาคประชาชน พบ 120 บริษัทผู้ถือหุ้นไขว้ เสี่ยงหักหัวคิว 3 หมื่นต่อหลัง จี้ยกเลิกหากตอบคำถามไม่ได้ ​

'นิรโทษสุดซอย' หลอน! ล้างมลทิน 'ทักษิณ' ระวังบ้านเมืองลุกเป็นไฟ

'จตุพร' เตือนระวังบ้านเมืองลุกเป็นไฟ 'ทักษิณ' พยายามเล่นซ้ำรอยเดิม ยุคเพื่อไทยกุมเสียงสภาข้างมาก ปี 56 ดันทุรังออกนิรโทษสุดซอย ชี้ขึ้นอยู่ที่ 'คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุข' พิจารณา และ พท. ตัดสินใจ

รัฐบาล ชู 'อุดรธานีโมเดล' ต้นแบบจัดงบซ่อมบ้านพอเพียง ยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง

รัฐบาล ยกอุดรธานีโมเดล ต้นแบบจัดงบซ่อมบ้านพอเพียง สร้างที่อยู่มั่นคงยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง

อย่าประมาท! 'ม็อบกำนันมะโน' รถทะลุพันคัน แนะรัฐบาลใจกว้างไม่ขวาง

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อย่าประมาท ม็อบรถยนต์กำนันมะโน