"ไอติม" แนะ"บิ๊กตู่" ต่อยอดจากเลือกตั้งผู้ว่า กทม. โดยการขานรับข้อเสนอการกระจายอำนาจของคณะก้าวหน้า เพื่อให้ผู้บริหารสูงสุดของทุกจังหวัดมาจากการเลือกตั้ง
24 พ.ค.2565 - นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบายของพรรคก้าวไกล กล่าวถึง คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่แสดงความเห็นว่า ผลการเลือกตั้งใน กทม. ไม่สะท้อนกระแสนิยมของรัฐบาล เพราะเป็นเพียงการเลือกตั้งในจังหวัดเดียว ว่าเป็นคำพูดที่ชวนให้ตั้งคำถามต่อ ว่าทำไม กทม. จึงเป็นเพียงจังหวัดเดียว ที่มีผู้บริหารสูงสุดที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนในพื้นที่ เพราะแม้จังหวัดอื่นทั่วประเทศ มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่สังกัดราชการส่วนท้องถิ่น แต่อำนาจส่วนใหญ่ในการบริหารจัดการจังหวัด กลับตกอยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มาจากการแต่งตั้งโดยราชการส่วนกลาง ในขณะที่ส่วนท้องถิ่นทั้งยังต้องเจอกับข้อจำกัดเกี่ยวกับงบประมาณ ซึ่งทำให้ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้คนในแต่ละจังหวัดได้เท่าที่ควรนอกจาก กทม. จะผูกขาดอำนาจ มูลค่าทางเศรษฐกิจ และบริการสาธารณะที่มีคุณภาพไว้แล้ว ความแตกต่างในเชิงโครงสร้างการบริหารจังหวัด ยังเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่าง กทม. และ จังหวัดอื่นๆ ที่เรื้อรังมายาวนาน
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 พ.ค. นับเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับชาว กทม. ที่ได้ขีดเส้นทางอนาคตของตนเอง หลังจากกว่า 9 ปี ที่ไม่ได้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ กว่า 12 ปี ที่ไม่ได้มีการเลือกตั้ง สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร โดยผลเลือกตั้งที่ปรากฎเป็นสัญญาณที่ส่งออกมาชัดเจน ว่าพวกเขาต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง และไม่ยอมรับผลงานของรัฐบาลและที่มาอันไม่ชอบธรรมซึ่งสืบทอดมาจากคณะรัฐประหาร
นายพริษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เขาหวังว่าความตื่นตัวของคนทั่วประเทศต่อการเลือกตั้ง กทม. จะนำไปสู่พลังในการสนับสนุนการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงการแก้กติกาให้ทุกจังหวัดมีผู้บริหารสูงสุดในจังหวัด ที่มาจากการเลือกตั้งของคนในพื้นที่ แต่ต้องรวมถึงการทำให้ผู้บริหารจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้งเหล่านั้น มีอำนาจและงบประมาณเพียงพอในการแก้ปัญหาในพื้นที่ของตนเองด้วย นอกจากนี้การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เป็นกลไกที่จำเป็นอย่างยิ่ง ต่อการกระจายความเจริญไปสู่จังหวัดอื่นๆ โดยการกระจายความเจริญไปสู่ทุกจังหวัด จะช่วยให้คนที่เกิดในจังหวัดอื่นๆ มีความจำเป็นน้อยลงที่จะต้องยอมแยกจากครอบครัวและย้ายถิ่นฐานเข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจ งานที่หลากหลาย และสวัสดิการที่มีคุณภาพ ที่อาจจะหาได้ยากกว่าในจังหวัดบ้านเกิดของตนเอง
“การแก้ปัญหา กทม. เอง ก็ต้องไม่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการมอง กทม. เป็นสุญญากาศ ที่ตัดขาดจากส่วนอื่นของประเทศ แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการมอง กทม. เป็นส่วนหนึ่งของประเทศ ที่จะต้องไม่พัฒนาแบบสวนทางกับจังหวัดอื่น แต่ต้องพัฒนาไปควบคู่กับจังหวัดอื่น ซึ่งตลอด 8 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่การรัฐประหาร หลายคนอาจรู้สึกสิ้นหวังกับประเทศไทยและประชาธิปไตย ผมหวังว่าผลการเลือกตั้ง กทม. ครั้งนี้ จะเป็น “รุ่งอรุณใหม่แห่งความหวัง” ที่นำไปสู่การที่สังคมร่วมกันขับเคลื่อนเรื่องการทลายปัญหาของรัฐราชการรวมศูนย์ และผลักดันการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น” นายพริษฐ์ระบุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขนทีมฉายหนังวนเกมฮั้วสว.บี้กกต.เร่งสาง
"ปชน." เปิดโปงหลักฐานฮั้ว สว.ภาค 4 "พนิดา" ปูดโพยแพตเทิร์นเดียวกันล็อก 6-7 คนต่อกลุ่ม
'เท้ง' ลั่นก้าวสู่ปีที่ 3 'ปชน.' สานต่อภารกิจ 'อนาคตใหม่-ก้าวไกล' ซัดระบอบสีน้ำเงิน ทำหลักนิติรัฐ-นิติธรรมสั่นคลอน
'ณัฐพงษ์' โพสต์ 2 ปี พรรคประชาชน กับภารกิจสร้างอนาคตใหม่ที่ดีกว่า สร้างประเทศไทยให้ก้าวไกล เพื่ออำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน
'ธรรมนัส' ลงสงขลา ย้ำอีกรอบ ไม่มีดีลตั้งรัฐบาลส้ม แดง เขียว
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา พร้อมด้วยนางปวีณา หงสกุล ซึ่งร่วมเดินทางมาด้วย เพื่อพบปะนายเดชอิศม์ ขาวทอง และสมาชิกพรรค ณ ที่ทำการนายเดชอิศม์ โดยมีการประชุมหารือแนวทางการทำงานและขับเคลื่อนนโยบายในพื้นที่ ก่อนเดินทางต่อไปยังจังหวัดพัทลุง
🔴 LIVE สัมภาษณ์พิเศษ ดร.เลอพงษ์ .เบื้องลับสงครามโหด .อิหร่านจะไม่แพ้.. .ระเบียบโลกใหม่ในตะวันออกกลาง…. | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร
อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569
รุมจวก‘โรม’เพ้อเจ้อโกงสอบ
“อนุทิน” ฟาด “โรม” พูดไม่มีข้อมูลจริง จับโยงให้เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ยันไม่มีหน้าที่ดูทีโออาร์ “วรศิษฎ์” ตอก พูดข้อเท็จจริงไม่ครบ
'อนุทิน' ฟาด 'รังสิมันต์' ชอบพูดคาดเดาตามสติปัญญาที่มี ยันไม่เกี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายรังสิมันต์ โรม เป็นประธานกรรมาธิการ มีการอ้างชื่อนายกรัฐมนตรี เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น

