หนาวแน่! นักไวรัสวิทยาบอกวัคซีนฝีดาษคนที่โม้ว่าป้องฝีดาษลิงได้ข้อมูลแสนเก่า

มีหนาวกันทั้งบาง! นักไวรัสวิทยาเผยที่อ้างว่าวัคซีนป้องฝีดาษคนใช้ป้องฝีดาษลิงได้ 85% นั้นเก่าคร่ำครึ นานกว่า 40 ปีแล้ว อาจต้องตรวจสอบใหม่ ซ้ำร้ายไวรัสยังพัฒนาไปไกล

09 มิ.ย.2565 - ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาว่า ตัวเลขประสิทธิภาพของวัคซีนไข้ทรพิษ (ฝีดาษคน) ในการป้องกันการติดเชื้อฝีดาษลิงคือ 85% ตัวเลขนี้ใช้อ้างอิงต่อๆกันไปจนเป็นตัวเลขที่น่าจะเป็นมาตรฐานจริงๆ ไปแล้ว ถ้าสืบหาต้นตอของตัวเลขนี้จะพบว่าเป็นการเก็บข้อมูลในประเทศซาร์อีมาตั้งแต่ปี 1981-1986 หรือ 40 ปีก่อน ในครอบครัวที่มีการสัมผัสผู้ติดเชื้อฝีดาษลิง ในตารางจะเห็นว่า กลุ่มที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนฝีดาษพบอัตราการติดเชื้อจากกลุ่มที่สัมผัสผู้ป่วยที่ 9.28% ในขณะที่กลุ่มที่ได้รับวัคซีน พบอัตราการติดเชื้อที่ 1.31% ตัวเลขดังกล่าวนำมาใส่สูตรคำนวณได้ค่าประสิทธิผลของวัคซีนอยู่ที่ 85% จึงเป็นตัวเลขเดียวที่อ้างอิงต่อๆกันมา

ประเด็นคือ ตัวอย่างที่ใช้คำนวณถือว่าน้อยมาก ผู้สัมผัสเชื้อ 1,420 คน และ ผู้ติดเชื้อ 53 คน ซึ่งถ้าเป็นตัวเลขที่นำมาคำนวณประสิทธิผลของวัคซีนโควิดน้อยๆ แบบนี้คงไม่ได้รับความสนใจเท่าไหร่ เพราะ Real word data ของวัคซีนโควิดต้องระดับหลายหมื่นคน หรือถึงหลักแสนคน ถึงจะสร้างความน่าเชื่อถือ อีกอย่างหนึ่งคือ เนื่องจากตัวเลขนี้เก็บในช่วงการให้วัคซีนไข้ทรพิษยังดำเนินการอยู่ ซึ่งไม่มีใครตอบได้ว่า 40 ปีต่อมาภูมิคุ้มกันที่ยังเหลืออยู่ยังเป็น 85% หรือไม่ และประเด็นเรื่องของสายพันธุ์ไวรัสฝีดาษลิงเมื่อ 40 ปีก่อน กับวันนี้ไม่เหมือนกัน ตัวเลข 85% อาจจะไม่ใช่ตัวเลขที่ถูกต้องในการอ้างอิง เพราะไม่น่าจะมีใครทราบว่า วัคซีนฝีดาษคนจะป้องกันฝีดาษลิงสายพันธุ์ปัจจุบันได้เท่าไหร่ คงต้องทำการทดลองกันอย่างจริงจังครับ

ตารางอ้างอิงมาจาก https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2491159/

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อึ้ง! ผลวิจัยแดนกิมจิหนูที่ขุนให้อ้วนมีภูมิต้านทานไวรัสเริม

'ดร.อนันต์' ยกผลวิจัยแดนกิมจิ บอกความอ้วนอาจมีประโยชน์! เพราะหนูทดลองที่อ้วนท้วนมีภูมิคุ้มกันป้องกันไวรัสเริมได้ดีกว่าหนูปกติอย่างมีนัยสำคัญ

'นักไวรัสวิทยา' กระทุ้งถึงเวลาทบทวนวัคซีนป้องกันโควิด-19 ตัวใหม่

'ดร.อนันต์'ชี้ไวรัสโควิดเปลี่ยนไวมาก โดยไปในทิศทางที่หนีภูมิจากวัคซีนเดิมไปเรื่อยๆ เผยอาจถึงเวลาต้องทบทวนการกระตุ้นด้วยวัคซีนตัวใหม่แบบจริงจังแล้ว

'ดร.อนันต์' สยบดราม่าข่าวตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโควิด เป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนมากกว่าผู้ไม่เคยฉีด

'ดร.อนันต์'สยบดราม่าข่าวตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโควิดเป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนมากกว่าผู้ไม่เคยฉีด

'ดร.อนันต์' แชร์ประสบการณ์การเขียนงานลงวารสารวิชาการ

'ดร.อนันต์' แชร์ประสบการณ์งานวิจัย ชี้ปกติจะไม่รู้ใครเป็นผู้ประเมินงาน ที่สำคัญจะไม่ติดต่อเพราะกลัวเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน บอกสุดงงเป็นเรื่องใหม่ที่ผู้เขียนติดต่อผู้ประเมิน

'ดร.อนันต์' ชำแหละธุรกิจการ Shopping งานวิจัย กังวลคนมีงบฯมาก 'ซื้อ' ทั้งฉบับเป็นของตัวเองได้

'ดร.อนันต์' ชำแหละธุรกิจการ Shopping งานวิจัย จะไม่ผิดกฎหมายในบางประเทศ แต่ผิดจริยธรรมขั้นรุนแรง ที่น่ากังวลถ้ามีงบประมาณเพียงพอสามารถ'ซื้อ'งานวิจัยทั้งฉบับเป็นของตัวเองได้ จะทำให้ยากมากต่อการจับความผิดปกติ

นักไวรัสวิทยายอมรับคัดกรองก่อนเดินทาง 48 ชม.ไร้ประโยชน์

นักไวรัสวิทยาเปิดหลักฐาน บอกการคัดกรองก่อนเดินทาง 48 ชม.ไม่ช่วยอะไรเลย ชี้หากอยากได้ผลดีต้องตรวจวันเดินทางแต่การปฏิบัติจริงไม่มีใครใช้กัน