เอาแล้ว! ธนกรปูด 'สธ.' เตรียมดันกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม

นายกฯ ห่วงเยาวชน กำชับ 'สธ.-ศธ.-มท.' เร่งการรับรู้คุณประโยชน์และโทษของกัญชา ย้ำเจตนารมณ์ปลดล็อกเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และสุขภาพ แย้มอาจดันให้เป็นสมุยไพรควบคุม!

16 มิ.ย.2565 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.),กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสื่อสาร ทำความเข้าใจกับเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปถึงการใช้กัญชาที่ถูกต้อง รวมไปถึงอันตรายและโทษของกัญชาหากถูกนำไปใช้ผิดวิธีหรือมากเกินความจำเป็น รวมทั้งการสนับสนุนให้สถานศึกษาทุกระดับเป็นพื้นที่ปลอดกัญชา

“นายกฯ ย้ำถึงการปลดล็อกกัญชาเพื่อ 3 วัตถุประสงค์หลัก คือ เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ เพื่อประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ และเพื่อประโยชน์ทางด้านสุขภาพ และขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวในช่วงสุญญากาศทางกฎหมายระหว่างรอร่างพระราชบัญญัติ กัญชา กัญชง พ.ศ…ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการเร่งรัดในกรรมาธิการ โดย สธ.กำลังเร่งประชุมพิจารณาให้กัญชาเป็นสมุนไพรควบคุมป้องกันการเข้าถึงของเยาวชน”

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯ ยังฝากขอความร่วมมือร้านค้า ร้านอาหาร-เครื่องดื่ม ที่นำส่วนของกัญชามาใช้ในการทำ ประกอบ หรือปรุงอาหาร ต้องแจ้งข้อมูล ปริมาณการใช้ เพื่อให้ผู้บริโภครับทราบเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค หลีกเลี่ยงส่งกระทบต่อสุขภาพที่จะตามมา

“ภายหลังที่กัญชาได้พ้นจากบัญชีจากเสพติดประเภทที่ 5 เป็นต้นมา ปรากฏในช่วงระยะเวลา 6 วันที่ผ่านมา มีการจดแจ้งในเว็บไซต์ และแอปพลิเคชันปลูกกัญ เพื่อการปลูกมากถึง 37 ล้านครั้ง และมีผู้ได้รับการจดแจ้งแล้วกว่า 7 แสนรายแล้วอย่างไรก็ตาม การปลดกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติด มีเจตนารมณ์ที่สำคัญเพื่อการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และสุขภาพ โดยกระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัยได้ออกข้อแนะนำในการใช้กัญชาและกัญชง ให้ระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากบริโภคอย่างไม่เหมาะสม และห้ามจำหน่ายแก่บุคคล 3 กลุ่ม ได้แก่ เด็กและเยาวชน สตรีมีครรภ์ มารดาที่ให้นมบุตร เพื่อคุ้มครองไม่ให้กลุ่มเปราะบางเหล่านี้เกิดผลข้างเคียง เด็กและเยาวชนที่มีโอกาสเสพติดมากกว่าผู้ใหญ่ และยังส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของสมอง ระดับสติปัญญา ขณะที่ในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร สารสกัดจากกัญชาอาจส่งผลต่อเด็กในครรภ์หรือทารกได้" โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' สั่งตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง ให้ทุกหน่วยงาน มท. บรรเทาผลกระทบประชาชน

นายกฯอนุทิน เซ็นตั้ง "ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางของกระทรวงมหาดไทย" เพื่อบูรณาการการปฏิบัติงานของส่วนราชการในสังกัด รวมทั้งประสานการปฏิบัติกับส่วนกลางและจังหวัดให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

รัฐบาลแนะดูแลสุขภาพห่างไกล 'วัณโรค' พบผู้ป่วยใหม่แสนราย

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลห่วงใยสุขภาพประชาชน ย้ำเตือนดูแลสุขภาพห่างไกลจากวัณโรค แนะหากมีอาการสงสัย ไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ ให้รีบพบแพทย์

ปลัด มท. ลงนามประกาศใช้ 'กลไกมหาดไทย' แก้วิกฤตน้ำมัน

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการดำเนินการตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 3/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พ.ศ. 2569 ล

'อนุทิน' โปรยยาหอมบอกดีใจได้ทำงานร่วมกับทุกพรรค!

'อนุทิน' บอกดีใจได้ทำงานร่วมกับทุกพรรค พร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะ แม้ไม่ใช่พรรคร่วมรัฐบาล ไม่ทราบ ปชน.จะเสนอชื่อแข่งนายกฯ ปัดตอบ 'กล้าธรรม' ร่วมโหวตหนุนหรือไม่

สั่งผู้ว่าฯ-นายอำเภอทั่วประเทศ ส่งข้อมูลปั๊มย้อนหลัง 7 วัน หาแนวทางแก้น้ำมันหมดปั๊ม

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการติดตามสถานการณ์พลังงานและแนวโน้มผลกระทบในพื้นที่ เพื่อให้การบริหารจัดการด้านสถานการณ์พลังงานเชื้อเพลิงในพื้นที่เกิดความชัดเจน และมีข้อมูลในการบริหารจัดการในภาพรวมของพื้นที่ จึ