'ผู้ว่าฯชัชชาติ' ชี้เปิด 7 พื้นที่ชุมนุม ถือเป็นการปูทางยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน

"ชัชชาติ" ชี้ประชาชนเบื่อความรุนแรง ต้องคุยด้วยเหตุผล ขออย่ากังวลม็อบภายใต้พรก.ฉุกเฉิน ให้ถือว่าเป็นการอินโทร ลั่นอย่าตัดสินใจ "กลุ่มทะลุแก๊ซ" ไปก่อน เผยไทยต้องเดินหน้าด้วยคิดบวก

24 มิ.ย.2565 - ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังกล่าวปัจฉิมกถา ในวาระ 90 ปี ประชาธิปไตยไทย ภายใต้หัวข้อ “90 ปี ประชาธิปไตย ก้าวต่อไปของประชาชน : ประสบการณ์ประชาธิปไตยผ่านมุมมองการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.” ที่วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ ว่า เป็นครั้งแรกที่ กทม.ประกาศพื้นที่ชุมนุม ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน เพื่อให้เกิดความปลอดภัย จึงมีการกำหนดคนไม่ให้แออัดมากเกินไป โดยกำหนดพื้นที่ 1 คนต่อ 3 ตารางเมตร (ตร.ม.) และไม่อยากให้เกินเวลา 22.00 น. การมาชุมนุมให้เป็นสิ่งสร้างสรรค์ ไม่ให้เกิดความรุนแรง

“ครั้งแรกของการประกาศพื้นที่ชุมนุม 7 พื้นที่ก่อน ส่วนการประกาศเปิดพื้นที่ทั้ง 50 เขต จะเยอะไป ทั้งนี้ ไม่ได้บังคับให้มาชุมนุมในพื้นที่ตรงนี้ ผู้ชุมนุมจะไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทางตำรวจจะเป็นผู้ดูแลแทน เพราะเราไม่ได้รับผิดชอบพื้นที่ตรงนี้โดยตรง และการชุมนุมไม่ใช่เรื่องการเมืองอย่างเดียว อาจเป็นเรื่องค่าเช่าตลาดแพง สิ่งแวดล้อม คอนโดมิเนียม ซึ่ง กทม.ไม่ได้ดูเนื้อหา เป็นเพียงแต่ผู้อำนวยความสะดวกพื้นที่ให้ ในที่ประชุมมีการคัดค้าน แต่พื้นที่นี้ประชาชนเป็นเจ้าของ เป็นเงินภาษีที่สร้างมา อย่างไรก็ต้องใช้ ” นายชัชชาติ กล่าว

ผู้ว่าฯกทม. กล่าวต่อว่า ประชาชนเบื่อการทะเลาะความรุนแรง ไม่ได้ทำให้มีคนมาร่วมมากขึ้น แต่การชุมนุมที่มีเหตุผลแสดงปัญหา คุยด้วยเหตุผล จะมีแนวร่วมมากขึ้น ซึ่งถ้าเป็นความรุนแรงจะได้คนอีกกลุ่มหนึ่ง

“ก็แล้วแต่คนคิด เชื่อว่าที่เราทำเป็นทางเลือก เชื่อว่าเมืองไทยมีความหวัง ขอเสนอพื้นที่แห่งความหวังมาแลกเปลี่ยนกัน” นายชัชชาติ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นการย้อนแย้งหรือไม่ เพราะตอนนี้ยังอยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นายชัชชาติกล่าวว่า เป็นการอินโทรสู่การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และประชาชนสร้างความไว้ใจ สามารถแสดงความเห็นได้ เหมือนงานดนตรีในสวนที่คนมาเยอะ ขออย่ากังวล ถ้าไม่ดีกทม.จะพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ มีการประสานกับตำรวจให้ประนีประนอม ขอให้เป็นบรรยากาศที่ดี ประสานความร่วมมือกัน และแสดงออกอย่างสร้างสรรค์

นายชัชชาติ กล่าวว่า ส่วนกลุ่มทะลุแก๊ซนั้น อย่าไปตัดสินใครก่อน เราเตรียมพร้อมทุกเหตุการณ์ เราให้เกียรติซึ่งกันและกัน ทางกทม.ให้เกียรติทุกคน จึงกล้าประกาศพื้นที่ชุมนุมสาธารณะ ผู้มาใช้จะเคารพสถานที่และเคารพประชาชน

“เมืองไทยต้องเดินหน้าด้วยการคิดบวก อย่าไปคิดว่าทะลุแก๊ซจะทำโน่นทำนี่ ประชาชนส่วนใหญ่อยากให้สร้างสรรค์ ฝากทุกคนมาแลกเปลี่ยนความเห็นอย่างมีความสุข สนุก เคารพซึ่งกันและกัน สุดท้ายมันจะไปได้เรื่อยๆ ในพื้นที่ที่มีพลัง ให้เรามาแสดงความเห็น หาคำตอบร่วมกัน เพื่ออนาคตที่ดีขึ้น” นายชัชชาติกล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กทม.ร่วมต่อยอด 'ศิลปะบนฝาท่อ' เรียนรู้วัฒนธรรมย่านเยาวราช-เจริญกรุง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประชุมร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พร้อมด้วยมหาวิทยาลัยศิลปากร

กทม.เล็งเก็บค่าโดยสารสายสีเขียวส่วนต่อขยายปลายเดือน ก.ย.นี้

“ชัชชาติ”แย้มเล็งเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 2 โดยมีอัตราสูงสุดอยู่ที่ 59 บาทตลอดสาย เล็งเซ็นประกาศเก็บค่าโดยสารภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า คาดว่าจะเริ่มเก็บได้ภายในปลายเดือน ก.ย.นี้

'ชัชชาติ' ฝ่อ! รับน้ำเหนือ ฝนถล่ม ทะเลหนุน ใช้บทเรียนน้ำท่วมปี 54 วางแผนระยะยาว

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า สิ่งที่กังวลคือ น้ำเหนือเขื่อน เมื่อเช้ามีรายงานว่า น้ำในเขื่อนอยู่ในระดับ 40% จึงสั่งการให้ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล

กทม. ล้อมคอกร้านอาหารมีดนตรี ทางหนีไฟไม่พอ จ่อถกตำรวจ ยื่นทบทวนใหม่

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการในเขตจตุจักรเมื่อคืนวันที่ 8 ส.ค. ว่า ขอชมเชยผู้อำนวยการเขตที่มีการตรวจอย่างเข้มข้น

โล่งอก! 'ทะแนะทักษิณ' ยืนยัน ไม่ต้องกังวล มีคนสร้างปัญหาช่วงเอเปค

นพดล แนะนำรัฐบาลอย่ากังวล มีคนสร้างปัญหาช่วงเอเปค เชื่อ คนไทยรู้หน้าที่ดี ขอรัฐบาลใช้เวทีฟื้นฟูศักยภาพการค้า การลงทุน

ตร. เตือนจัดชุมนุมเสี่ยงแพร่โควิด ต้องได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนเจอคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่น

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียนชี้แจงและเน้นย้ำการจัดกิจกรรมหรือการรวมกลุ่มที่สุ่มเสี่ยงหรือก่อให้เกิดการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ตามข้อกําหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน