'นักเขียนซีไรต์' ชี้ขนบธรรมเนียมประเพณี ยกระดับจิตวิญญาณให้สูงขึ้น พ้นจากสภาพความเป็นสัตว์

ประการสำคัญ มันลดอัตตาลง และยกระดับจิตวิญญาณให้สูงขึ้น…สู่ความเป็นอาริยะ พ้นจากสภาพความเป็นสัตวฺ์
ทั้งหมดล้วนช่วยลดและป้องกันปัญหาที่จะเกิดในสังคมได้ดี ดีกว่ากฎหมายที่ “ห้ามทำและมีบทลงโทษ”

28 มิ.ย.2565 – วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์เฟซบุ๊ก หลังองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ประกาศ ยกเลิกการหมอบกราบ งานพิธีไหว้ครู/บายศรีสู่ขวัญว่า “ความดี ความงาม และความสูงส่ง.”

ขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ คือสิ่งที่ยึดโยงคนในสังคมไว้ด้วยกัน สร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ผูกพันกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลและดูแลกัน ต่างก็เป็นสวัสดิการของสังคมแก่กัน

ประการสำคัญ มันลดอัตตาลง และยกระดับจิตวิญญาณให้สูงขึ้น…สู่ความเป็นอาริยะ พ้นจากสภาพความเป็นสัตวฺ์
ทั้งหมดล้วนช่วยลดและป้องกันปัญหาที่จะเกิดในสังคมได้ดี ดีกว่ากฎหมายที่ “ห้ามทำและมีบทลงโทษ”

การใช้ภาษากาย เช่น ไหว้ คำนับ คุกเข่ากราบ พับเพียบกราบ นอนกราบ (พุทธฝ่ายมหายาน) ล้วนเป็นสัญลักษณ์ของจิตใจที่แสดงออกถึงความเคารพ ความรัก ความศรัทธา แต่นักวิชาการฝรั่งสายมาร์กซิสต์บอกว่าเป็นการถูกควบคุมกดขี่ทางร่างกายโดยอำนาจขององค์กร สถาบันต่างๆในสังคม

คนหัวก้าวหน้าในเมืองไทยเชื่อความคิดนี้ จึงปฏิเสธและทำลายล้างทุกอย่างที่เป็นขนบธรรมเนียมประเพณี เพราะเท่ากับทำลายการถูกควบคุมกดขี่โดยอำนาจจากแหล่งต่างๆดังกล่าว

ถ้าเรามองภาพข้างล่างนี้ ก็จะเห็นความดี ความงาม และความสูงส่งของจิตวิญญาณมนุษย์ ไม่ได้เป็นเรื่องของอำนาจ(การบังคับกดขี่)อย่างที่นักวิชาการฝรั่งบอก.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วิมล' ถามกลับทำไมวันสำคัญถึงหนักกบาล 3 กีบอย่างสาหัส แต่วิ่งและเต้นไร้สาระไปวันๆกลับชื่นชม

วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนซีไรต์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า "เรื่องหนักกบาล3กีบ"ตั้งแต่ออกจากครรภ์มาก็มีชีวิตอยู่มาได้ 20 ปี 30 ปี หรือมากกว่านััน ก็ไม่ได้มีปัญหาใดๆหนักกบาลตนเลย แต่พอไปรับความคิด-ความเชื่อขยะมาเท่านั้น อะไรต่อมิอะไรในประเทศนี้ก็หนักกบาลไปหมด

'นักเขียนซีไรต์' ฟาดนักการเมืองเสมือนเปรตในร่างคน ทรยศหักหลังและร่วมมือกัน เพื่อแย่งชิงอำนาจ

'นักเขียนซีไรต์'สุดทน ฟาดนักการเมืองไทยเสมือนเปรตในร่างคน ทรยศหักหลังและร่วมมือกัน พลิกไปพลิกมาจนมั่วไปหมด เพื่อแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์กันเอง ปชช.ก็ยังเชียร์เปรตของตน แล้วประเทศชาติจะเหลืออะไร

จากยุคเสื้อแดงเผาเมือง วันนี้ยุคสามกีบกะโหลกกลวง วาทะนี้ก็ยังสำแดงสัจกระจ่างชัด

นักเขียนรางวัลซีไรต์ ย้อนวาทะเก่า ‘ความรุนแรงไม่อาจทำลายความคิดเห็นที่สาธารณชนยอมรับ’ สะท้อนถึงยุคเสื้อแดงเผาเมือง สู่ยุคสามกีบกระโหลกกลวง

ยกเคส 'อากงจุน' แนะคนที่อยากเป็น 'อมตะ' ยุติกรรมเก่าบริจาคทรัพย์สินที่ตนได้ไปโดยทุจริตนแก่สังคม

'นักเขียนซีไรต์' ยกกรณี'อากงจุน'บริจาค 900 ล้าน แนะคนที่อยากเป็น'อมตะ'บริจาคทรัพย์สินที่ตนได้ไปโดยทุจริตนแก่สังคม และเดินอย่างสง่างามเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ยุติกรรมเก่าและสร้างกรรมใหม่ เพราะไม่มีวันที่จะย้อนกลับไปเริ่มต้นตรงจุดที่คนเคยทำผิดและทำให้มันถูกต้องได้แล้ว.

'นักเขียนซีไรต์' ชี้ทางสว่าง 'ลุงโทนี' ถ้าอยากเป็นอมตะต้องอ่านนวนิยายเรื่อง 'อมตะ' ที่ได้รับรางวัลซีไรต์

'นักเขียนซีไรต์' ชี้ทางสว่าง'ลุงโทนี'ถ้าอยากเป็น อมตะ ต้องอ่านนวนิยายเรื่อง'อมตะ' ได้รับรางวัลซีไรต์แล้วจะรู้วิธีเป็นอมตะ ชี้ ความเป็นอมตะไม่ใช่ไม่เผาหรือมีคนพูดถึงหรือกราบไหว้บูชาหรือก่นด่าไปตลอดกาลแต่คือการบรรลุธรรม