'จตุพร-ทนายนกเขา' ไม่เจอผู้ว่าฯชัชชาติ หลังบุกยื่นขอใช้ลานคนเมือง จัดเวทีทวงคืนพลังงาน

29 มิ.ย.2565 - ที่หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า คณะหลอมรวมประชาชน นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา กลุ่มประชาชนคนไทย เดินทางมาเพื่อยื่นหนังสือถึง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. เพื่อขอใช้สถานที่บริเวณลานคนเมือง ในการจัดเวทีสาธารณะ "ประเทศต้องมาก่อน ตอน ทวงคืนพลังให้ประชาชน” ในวันที่ 3 ก.ค.นี้

โดยการยื่นหนังสือครั้งนี้ นายชัชชาติ ติดภารกิจ จึงมอบหมายให้นางสุธาทิพย์ สนเอี่ยม รองปลัดกทม. และนายสุรเดช อำนวยสาร ผู้อำนวยการเขตพระนคร ในฐานะผู้รับผิดชอบตามหลักประกาศกรุงเทพมหานครเรื่องพื้นที่ชุมนุมสาธารณะของกทม. เป็นผู้มารับหนังสือแทน

นายจตุพร กล่าวว่า ได้มาขอพบผู้ว่าฯกทม. เพื่อแจ้งขอการใช้สถานที่ลานคนเมืองวันที่ 3 ก.ค. นายชัชชาติ ยืนยันว่า จะไม่ยุ่งเรื่องเนื้อหาของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใด กทม.มีหน้าที่ในการอำนวยความสะดวก ขณะนี้เรื่องพลังงานเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากที่สุด ตราบใดที่ราคาค่ากลั่นน้ำมันหรือราคาสมมติที่อ้างอิงจากประเทศสิงคโปร์ แต่กลั่นที่ประเทศไทยและมีค่าขนส่ง หรือค่าอะไรเยอะแยะมากมาย คนไทยต้องแกล้งโง่ และในสถานการณ์ที่คนไทยเสียค่าโง่อย่างนี้ รัฐบาลไม่ได้ใช้ความฉลาดในการที่แก้ไขปัญหา หากวันนี้คนไทยไม่ร่วมกันที่จะเสียสละซึ่งกันและกัน ไม่ว่าผู้ปกครองหรือประชาชนผู้อยู่ใต้การปกครอง ไม่เสียสละทั้งความรู้สึกและผลประโยชน์เรื่องดังกล่าวจึงไม่มีวันแก้ไขได้

“ในวันอาทิตย์ 3 ก.ค. จะมาอย่างประชาชน กับผู้ว่าฯ กทม.ก็รู้จักกัน เคยอยู่ที่เดียวกันมาก่อน นายชัชชาติ บอกว่าเนื้อหาไม่เกี่ยวข้อง กทม.มีหน้าที่อำนวยความสะดวก แต่ก็ต้องประสานงานกัน วันนั้นรถจะมามาก ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการประสานงาน วันดังกล่าวจะพูดถึงเนื้อหาสาระอย่างวิญญูชน และหาทางออกให้กับชาติบ้านเมือง ไม่ได้เป็นเรื่องของการเมือง จะรักษากติกากันอย่างเคร่งครัด ไม่มีการเคลื่อนไปที่แห่งใด แต่ต้องการให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างเท่ากันว่า เราเกิดมาเป็นคนไทย ไม่ควรเสียรู้ให้กับใคร” นายจตุพร กล่าว

ด้านนายนิติธร กล่าวว่า รูปแบบกิจกรรมเป็นรูปแบบของเสวนา และนำเสนอข้อมูลให้กับประชาชน โดยจะมีการแสดงวัฒนธรรมด้วย และมีเป้าหมายหลักคือการทวงคืนพลังงานให้แก่ประชาชน ซึ่งกระทรวงพลังงานมีอำนาจเต็มที่จะดำเนินการสั่งการได้ แต่ตอนนี้มีปัญหาคือ ข้อที่บอกว่า จะใช้กฎหมายเป็นเรื่องหลังสุด โดยจะต้องขอความร่วมมือ ทั้งนี้ เกิดความเดือดร้อนเป็นเวลา 3 เดือนกว่าแล้ว เห็นชัดว่า ไม่มีความร่วมมือ และจำเป็นจะต้องใช้มาตรการทางกฎหมาย ซึ่งขอให้นึกถึงว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่เอากฎหมายมารับตรงความกระทำผิดไว้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิชาการ ไขโครงสร้างน้ำมันไทย ชี้น้ำมันแพงเพราะโครงสร้างภาษี ไม่ใช่ต้นทุนกลั่น

นักวิชาการ "ไขข้อเท็จจริงพลังงานไทย" เปิดข้อเท็จจริงที่โซเชียลไม่พูดถึง งัดข้อมูลวิชาการ กระเทาะเปลือก "โครงสร้างน้ำมันไทย" อยู่ภายใต้ระบบสัมปทาน เอกชนลงทุน-รัฐจัดเก็บรายได้ พร้อมชี้น้ำมันแพง เพราะโครงสร้างภาษี ไม่ใช่ต้นทุนกลั่น

'พลังงาน' เร่งระบายน้ำมันสำรอง หลังยอดใช้ดีเซลพุ่งสูง ยังไม่ได้หารือลดภาษีสรรพสามิต

นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน แถลงภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า ในวันนี้ (30 มี.ค.) ศบก.ได้รับทราบรายงานสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุดของประเทศ

'พีระพันธุ์' ชี้ช่องพาณิชย์ใช้อำนาจควบคุมราคาน้ำมัน อย่าอ้างคำพิพากษาศาลปกครองที่สิ้นผลบังคับใช้ไปแล้ว

"พีระพันธุ์" ชี้ช่องกฎหมายหนุนพาณิชย์ดูแลราคาน้ำมัน ติงคำพิพากษาศาลปกครองเดิมใช้บังคับปัจจุบันไม่ได้ ยัน กกร. มีอำนาจคุมราคาน้ำมัน แนะนายกฯ ใช้อำนาจ พ.ร.ก. ช่วยเหลือประชาชนฝ่าวิกฤตเร่งด่วน

ผู้ประกอบการสับไม้ ส่งโรงผลิตไฟฟ้าชีวมวล สู้น้ำมันแพงไม่ไหว หยุดวิ่งแล้วหลายคัน

ผู้ประกอบการรับซื้อไม้เบญจพรรณและไม้ยางพารา จากเกษตรกรที่บุรีรัมย์ เพื่อสับส่งโรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้น้ำมันดีเซลวันละกว่า 300 ลิตร ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตน้ำมันแพงแตะลิตรละ 40 บาท รถบรรทุกไม้ส่งโรงงานหยุดวิ่งหลายคัน แบกรับต้นทุนไม่ไหว วอนรัฐบาลเร่งแก้ปัญหา เพราะหากไปต่อไม่ได้จนถึงขั้นต้องหยุดกิจการ ก็จะกระทบกับเกษตรกรไม่มีที่ขายไม้

รัฐบาลหนุน B20 เพิ่มทางเลือกพลังงาน ลดต้นทุนขนส่ง

รัฐบาลเดินหน้าเพิ่มทางเลือกด้านพลังงาน ส่งเสริมใช้น้ำมันดีเซล B20 ลดต้นทุนภาคขนส่ง-อุตสาหกรรม พร้อมสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทยควบคู่กัน

'อัษฎางค์' ย้อน 'อรรถวิชช์' อ่าน กม.ไม่สุดทางหรือไม่ มีชื่อในบัญชีควบคุมไม่ได้หมายความมีอำนาจตั้งราคาเบ็ดเสร็จ

อัษฎางค์ ชี้การที่น้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ในบัญชีสินค้าควบคุมตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 นั้น เป็นเรื่องจริงที่ไม่มีใครปฏิเสธ แต่กฎหมายมาตรา 24 และ 25 ให้อำนาจคณะกรรมการกลาง (กกร.) เลือกใช้มาตรการตามความเหมาะสม