ผงะ! ไทยพบผู้ป่วยฝีดาษลิงรายที่ 2 แล้ว

ดร.อนันต์เผยพบผู้ป่วยฝีดาษวานรรายที่ 2 แล้ว คาดติดมาจากชาวไนจีเรีย ซ้ำไม่ใช่สายพันธุ์หลักของโลก!

28 ก.ค.2565 - ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ(ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ผู้ป่วยฝีดาษลิงรายที่สองของไทย?” ระบุว่า ไวรัสฝีดาษลิงที่ตรวจพบในประเทศไทยตอนนี้เป็นไวรัสที่อยู่ในกลุ่ม A.2 ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มที่แพร่กระจายเป็นวงกว้างในยุโรปและอเมริกาซึ่งเป็นกลุ่ม B.1 (สีเหลือง) ไวรัสใน 2 กลุ่มนี้มีความแตกต่างกันไม่มากในภาพรวม แต่มากพอที่จะแยกจากกันเป็นกลุ่มที่ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นกำเนิดของไวรัสที่ระบาดในประชากรมนุษย์ เชื่อว่ามาจาก 2 แหล่งที่แตกต่างกัน และ เนื่องจาก A.1 ใกล้เคียงกับสายพันธุ์เก่ามากกว่าจึงทำให้เชื่อว่าไวรัสฝีดาษลิงอาจจะอยู่ในประชากรมนุษย์มาสักพักนึงแล้วก่อนที่จะมีการระบาดอย่างเห็นได้ชัดของกลุ่ม B.1 ในตอนนี้ สำหรับความแตกต่างของอาการของโรค หรือ ความรุนแรงระหว่าง A.2 กับ B.1 ยังไม่มีข้อมูลแบ่งแยกออกมาชัดเจน

ถ้าดูจากข้อมูลของ A.2 ในฐานข้อมูลจะเห็นว่า A.2 ไม่ได้มีความแตกต่างระหว่างกลุ่มมากเท่ากับ B.1 อาจจะเป็นเพราะไวรัสในกลุ่ม A.2 ยังมีอยู่น้อยมากเมื่อเทียบกับไวรัสที่ระบาดหนักในตอนนี้ ข้อมูลนี้ชี้ว่าไวรัสในประเทศไทยพบแล้วในผู้ป่วย 2 ราย สายพันธุ์แรกคือจากชายชาวไนจีเรีย (Phuket-74) และ อีกตัวอย่างหนึ่งมาจากผู้ป่วยอีกรายที่ถอดรหัสที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU-ID220016-FTV) โดยไวรัสสองตัวอย่างมีความใกล้เคียงกันมาก และ มากกว่าสายพันธุ์ A.2 ที่ไปพบในอินเดีย และ สหรัฐอเมริกา เป็นไปได้สูงมากว่า ผู้ป่วยรายที่ 2 ได้รับเชื้อฝีดาษลิงมาจากชายชาวไนจีเรียรายแรก และ ยังไม่ใช่สายพันธุ์ B.1 ที่เป็นสายพันธุ์หลักของโลกตอนนี้

ป.ล เนื่องจาก A.2 มาก่อนหลายปี แต่มีผู้ป่วยน้อยกว่า B.1 มาก เลยแอบตั้งสมมติฐานว่า ไวรัส A.2 อาจจะมีคุณสมบัติการแพร่กระจายน้อยกว่า B.1 ซึ่งการที่ยังไม่พบ B.1 ในประเทศไทยอาจจะเป็นข่าวดีอยู่นิดๆครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นักไวรัสวิทยา' กระทุ้งถึงเวลาทบทวนวัคซีนป้องกันโควิด-19 ตัวใหม่

'ดร.อนันต์'ชี้ไวรัสโควิดเปลี่ยนไวมาก โดยไปในทิศทางที่หนีภูมิจากวัคซีนเดิมไปเรื่อยๆ เผยอาจถึงเวลาต้องทบทวนการกระตุ้นด้วยวัคซีนตัวใหม่แบบจริงจังแล้ว

'ดร.อนันต์' สยบดราม่าข่าวตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโควิด เป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนมากกว่าผู้ไม่เคยฉีด

'ดร.อนันต์'สยบดราม่าข่าวตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโควิดเป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนมากกว่าผู้ไม่เคยฉีด

'ดร.อนันต์' แชร์ประสบการณ์การเขียนงานลงวารสารวิชาการ

'ดร.อนันต์' แชร์ประสบการณ์งานวิจัย ชี้ปกติจะไม่รู้ใครเป็นผู้ประเมินงาน ที่สำคัญจะไม่ติดต่อเพราะกลัวเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน บอกสุดงงเป็นเรื่องใหม่ที่ผู้เขียนติดต่อผู้ประเมิน

'ดร.อนันต์' ชำแหละธุรกิจการ Shopping งานวิจัย กังวลคนมีงบฯมาก 'ซื้อ' ทั้งฉบับเป็นของตัวเองได้

'ดร.อนันต์' ชำแหละธุรกิจการ Shopping งานวิจัย จะไม่ผิดกฎหมายในบางประเทศ แต่ผิดจริยธรรมขั้นรุนแรง ที่น่ากังวลถ้ามีงบประมาณเพียงพอสามารถ'ซื้อ'งานวิจัยทั้งฉบับเป็นของตัวเองได้ จะทำให้ยากมากต่อการจับความผิดปกติ

นักไวรัสวิทยายอมรับคัดกรองก่อนเดินทาง 48 ชม.ไร้ประโยชน์

นักไวรัสวิทยาเปิดหลักฐาน บอกการคัดกรองก่อนเดินทาง 48 ชม.ไม่ช่วยอะไรเลย ชี้หากอยากได้ผลดีต้องตรวจวันเดินทางแต่การปฏิบัติจริงไม่มีใครใช้กัน

งานวิจัยชี้ เข็มกระตุ้นเกิน 3 เข็มขึ้นไป ไม่ได้ช่วยให้ภูมิคุ้มกันชนิดเม็ดเลือดขาว T cell สูงขึ้น

'ดร.อนันต์' เผยงานวิจัย เข็มกระตุ้นที่เกิน 3 เข็มขึ้นไป ไม่ได้ช่วยให้ภูมิคุ้มกันชนิดเม็ดเลือดขาว T cell สูงขึ้น ประโยชน์ของการกระตุ้นภูมิด้วยวัคซีนจะเป็นจากแอนติบอดีเป็นหลัก แต่ในร่างกายได้ไม่นานเท่า T cell การป้องกันการติดเชื้อจึงยาก