นักวิชาการแนะจับตาจีนเอาคืน! กรณีเพโลซี

'กมล' ให้จับตาวิกฤตไต้หวัน ชี้แทบไม่ต่างจากเหตุการณ์ก่อนเกิดสงครามยูเครน คาดหลังเพโลซีกลับประเทศจีนอาจบุกยึดเกาะรอบๆ ไต้หวันตั้งเป็นฐานทัพถาวร

03 ส.ค.2565 - นายกมล กมลตระกูล กรรมการนโยบายสภาองค์กรของผู้บริโภค และนักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “วิกฤติไต้หวัน: จับตาจีนเอาคืน” มีเนื้อหาว่า สถานการณ์เผชิญหน้ากันกรณีนาง Pelosi ประธานสภาคองเกรสอเมริกันเหยียบเท้าไปเยือนไต้หวัน และประชุมหารือด้านความมั่นคงกับผู้นำไต้หวัน ไม่ต่างกับเหตุการณ์ก่อนเกิดสงครามยูเครน

นั่นคือ มีฝ่ายหนึ่งตระบัดสัตย์ (กรณียูเครน นาโตและสหรัฐฯละเมิดสัญญาเมืองมินส์) กรณีไต้หวัน ที่ยูเอ็น และสมาชิก 188 ประเทศรวมทั้งอเมริการับรองว่ามีจีนเดียวที่มีประชากร 1.2 พันล้านคน

การไปเยือนและประชุมกับผู้นำไต้หวันหารือกันในด้านความร่วมมือกันทางทหารจึงเท่ากับการไม่ยอมรับมติขององค์สหประชาชาติว่ามีจีนเดียว

ผู้ที่ติดตามสถานการณ์โลก โดยเฉพาะนโยบายทางการทูต การเมือง และการทหารตั้งแต่อดีตมาคงจะคุ้นๆกับนโยบาย "สงครามสั่งสอน" เมื่อจีนถูกท้าทาย ไม่ว่าจะกรณีสงครามชายแดนกับอินเดีย สงครามชายแดนกับเวียดนาม และเมื่อไม่นานมานี้ การสั่งสอนฮ่องกงอย่างเรียบร้อยจากการปกครองแบบ 1 พื้นที่ 2 ระบบ คล้ายๆกับไต้หวัน จนบัดนี้ฮ่องกงกลายเป็นพื้นที่ 1 ระบบ 1 พื้นที่ของจีน เช่นเดียวกับทิเบต

เมื่อเครื่องบินทหารที่นาง Pelosi ประธานสภาคองเกรสอเมริกันบินออกจากไต้หวันเมื่อไร เราคงจะได้เห็นการเอาคืนของจีนตามมาอย่างแน่นอนเหมือนที่ทำมาแล้วกับฮ่องกง

จีนมีความอดทนสูง ใจเย็น และไม่บุ่มบ่าม ไม่ยอมให้ใครมาลบเหลี่ยมลูบคม ซึ่งเป็นนโยบายหลักมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

จีนอาจจะบุกยึดเกาะรอบๆ ไต้หวันมาตั้งเป็นฐานทัพถาวร โดยรอให้ Pelosi บินออกจากไต้หวันก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า และอเมริกาจะได้หมดข้ออ้าง ที่จะเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในโดยอ้างว่าเพื่อปกป้องชีวิตของนาง Pelosi ให้ติดตามกันดูครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นักวิชาการอิสระ' ถามเลือกตั้งล่วงหน้าได้ แต่ลงประชามติล่วงหน้าไม่ได้ ควรแก้ไขหรือไม่

หลายคนสงสัย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา หลายคนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ล่วงหน้า แต่กลับไม่มีบัตรลงประชามติให้กา ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญระดับชาติเหมือนกัน