25 มี.ค.2569 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เซ็นชื่อยอมรับการ "ย้ายตำแหน่ง-ลดเงินเดือน" ล่วงหน้า... กฎหมายยอมไหม?” ระบุว่า เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นที่ "แหลมคม" มากในกฎหมายแรงงานไทย เพราะเป็นการปะทะกันระหว่าง "เสรีภาพในการทำสัญญา" กับ "ความสงบเรียบร้อยของประชาชน"
คำตอบสั้นๆ คือ: "ถึงจะเซ็นชื่อไปแล้ว ก็อาจไม่มีผลบังคับใช้เสมอไปครับ" โดยมีรายละเอียดที่ลูกจ้างและนายจ้างควรรู้ดังนี้
1.หลักการ "ข้อตกลงสภาพการจ้าง"
ตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 การเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง (เช่น ตำแหน่ง หน้าที่ เงินเดือน) มีกติกาชัดเจน:
เปลี่ยนให้ "เป็นคุณ" (ดีขึ้น): นายจ้างสามารถทำได้ทันที
เปลี่ยนให้ "เป็นโทษ" (แย่ลง): ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง "เป็นกรณีๆ ไป"
2.สัญญาที่เซ็นล่วงหน้า "ใช้บังคับได้จริงหรือ?"
ศาลฎีกาเคยวางบรรทัดฐานว่า การให้ลูกจ้างเซ็นยินยอม "เผื่อไว้" ในอนาคตว่า จะย้ายไปไหนก็ได้ หรือ จะลดเงินเดือนเท่าไหร่ก็ได้ มักจะถูกมองว่า:
• ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม: ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
• ขัดต่อความสงบเรียบร้อย: หากสัญญานั้นทำให้นายจ้างมีอำนาจล้นพ้นในการกดขี่ลูกจ้างฝ่ายเดียว ศาลอาจมองว่าเป็น "โมฆะ"
3."ลดเงินเดือน" ยากยิ่งกว่า "ย้ายตำแหน่ง"
การย้ายตำแหน่ง: นายจ้างทำได้ตามอำนาจบริหารหากมีความจำเป็นทางธุรกิจจริง แต่ต้อง "ไม่เป็นการกลั่นแกล้ง" และหน้าที่ใหม่ต้องไม่ต่ำต้อยจนเกินไป (อ้างอิงฎีกา 4030/2561)
การลดเงินเดือน: ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย! การอ้างสัญญาที่เซ็นไว้ล่วงหน้าเพื่อลดเงินเดือนโดยที่ลูกจ้างไม่ยินยอม "ณ ขณะที่จะลดจริง" มักจะทำไม่ได้เลยในทางกฎหมาย
สิ่งที่ลูกจ้างควรระวัง!
หากบริษัทบังคับให้เซ็น หรือเกิดการย้าย/ลดเงินเดือนขึ้นจริง:
1) การนิ่งเฉย = ยินยอม: หากท่านถูกย้ายหรือลดเงินเดือนแล้วยังก้มหน้าทำงานต่อไปโดยไม่คัดค้าน ศาลอาจถือว่าท่าน "ยินยอมโดยปริยาย"
2) การคัดค้าน: หากไม่เห็นด้วย ควรทำหนังสือคัดค้านเป็นลายลักษณ์อักษรทันที เพื่อรักษาสิทธิในการฟ้องร้องหรือเรียกค่าชดเชยกรณีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
สรุปสุดท้าย
แม้จะมีลายเซ็นในสัญญาไปแล้ว แต่นายจ้างไม่สามารถใช้อ้างเพื่อลดสิทธิของลูกจ้างตามอำเภอใจได้ กฎหมายแรงงานถูกออกแบบมาเพื่อคุ้มครองไม่ให้ลูกจ้างถูกเอารัดเอาเปรียบ ในขณะที่มีอำนาจต่อรองน้อยกว่านั่นเองครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสบอก 'หมอสรณ' ถึงทางแยกสำคัญ!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
อดีตผู้พิพากษาแนะถึงเวลาผ่าตัดกฎหมายเรื่องแดนแห่งกรรมสิทธิ์จากสวรรค์ถึงนรก!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
'แก้วสรร' ออกบทความใหม่ 'โลกเหมือนรถยางแตกติดค้างอยู่บนรางรถไฟ'
นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ ออกบทความใหม่ในรูปถาม-ตอบ
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสเจาะลึกปมร้อน 'หมอสรณ' จากจุดเริ่มต้นถึงศาลปกครอง!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
ถอดบทเรียนคำพิพากษา ครอบครองที่ดินคนอื่นครบ 10 ปี ไม่ได้แปลว่าได้เป็นเจ้าของทันที
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เรื่อง ครอบครองที่ดินคนอื่นครบ 10 ปี ไม่ได้แปลว่า ได้เป็นเจ้าของ
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสยังติดใจคำวินิจฉัย กกต.ปมอาชีพกลุ่ม 10
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา

